เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 5

พันธะสัญญากับพยัคฆ์อัคคีบรรพกาล

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
"ถอยไป!" เสียงคำรามของไป๋ซูหยุนดังก้องสะท้อนก้นเหวลึก ราวกับอสุนีบาตที่ฟาดผ่าลงกลางใจความมืดมิด แรงกดดันจากปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พวยพุ่งระเบิดออกรอบทิศทางจนพื้นดินสั่นสะเทือน เลือดในกายของอสูรบรรพกาลพลุ่งพล่านจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องตอบรับ แรงกดดันระดับขอบเขตผ่าสวรรค์แผ่ซ่านออกไปกดทับทุกสรรพสิ่งจนแทบหยุดหายใจ แต่มู่อิงหลันกลับมิได้ถอยร่นแม้แต่ครึ่งก้าว นางปราดเข้ามาเคียงข้างดั่งเงาตามตัว รัศมีไอเย็นเยือกจาก "กระบี่เหมันต์นิรันดร์" ในมือแผ่ซ่านเกล็ดน้ำแข็งสีครามปกคลุมผืนปฐพีรอบตัว นางเหลือบสายตาคมกริบมองไปยังเงาดำมหึมาที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากหลุมมรณะ "ซูหยุน... ตราสัญลักษณ์นั่น มันคือร่องรอยของพรรคพวกเจ้าในอดีตชาติมิใช่หรือ?" น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งธารน้ำแข็งพันปี ทว่าแฝงความห่วงใยอันลึกล้ำที่ไม่อาจเอ่ยคำ "ถูกต้อง... นั่นคือ 'ตราพันธะโลหิต' ของผู้อาวุโสลำดับที่สามแห่งตำหนักเซียนเก้าชั้นฟ้า" ดวงตาคมกริบของไป๋ซูหยุนหรี่ลงเล็กน้อย ประกายจิตสังหารและร่องรอยความทรงจำอันเจ็บปวดวาดผ่านนัยน์ตาคู่คุมขัง "ดูท่าการล่มสลายของตำหนักเซียนในวันนั้น จะมิใช่เพียงเพราะทัณฑ์สวรรค์... แต่มีความลับสกปรกเบื้องหลังที่แม้แต่สัตว์อสูรระดับบรรพกาลยังถูกล่ามโซ่ตรวนไว้เช่นนี้!" *โฮกกกกกกกก—!* เสียงคำรามสะท้านฟ้าดังขึ้นอีกครา คลื่นความร้อนอัคคีสีชาดแผดเผาอากาศจนบิดเบี้ยว ร่างของ "พยัคฆ์อัคคีบรรพกาล" ปรากฏเด่นชัดในความมืด ดวงตาสองข้างสีทองอร่ามจ้องเขม็งมาที่เด็กหนุ่ม มันไม่ใช่สายตาของอสูรเดรัจฉานที่ไร้ปัญญา แต่เป็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความโกรธแค้น และ... การรอคอยมานับพันปี เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองคืออสูรบรรพกาลผู้ครองอาณาเขตเหวอัคคี พลังของมันแทบจะเทียบเท่ากับเซียนแท้จริงในยุคโบราณ ทว่าบัดนี้กลับมีรอยโซ่ตรวนอักขระสวรรค์ฝังลึกลงไปในเนื้อหนัง บาดแผลฉกรรจ์นั้นส่งกลิ่นอายเน่าเฟะผสมกับกลิ่นอายโลหิตเซียนอันบริสุทธิ์ "มนุษย์... เจ้าผู้ถือครอง... วิถีกระบี่... นั้น..." เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานอยู่ในจิตสำนึกของไป๋ซูหยุนและมู่อิงหลันโดยตรง มันไม่ใช่เสียงคำรามภายนอก แต่เป็นการสื่อสารทางจิตวิญญาณของผู้แข็งแกร่ง "กลิ่นอายนี้... เจ้า... หรือคือผู้ที่เคยเหยียบย่ำ... บัลลังก์สวรรค์?" ไป๋ซูหยุนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โคจรพลังปราณเก้าสวรรค์ในตันtian (จุดตันเถียน) จนเกิดเสียงคำรามคล้ายมังกรหลับไหล เขาก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใช้ร่างของตนเองบังมู่อิงหลันไว้ครึ่งหนึ่ง แม้จะรู้ว่านางแข็งแกร่งเพียงใด แต่นี่คือสัญชาตญาณของชายผู้ทะนงตน "เจ้าจำเราได้... พยัคฆ์เพลิงทมิฬ" ไป๋ซูหยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ไร้ความเกรงกลัว "ในอดีตเราเคยใช้เลือดของเจ้าหลอมโอสถทะลวงนภา บัดนี้เจ้ากลับถูกสวรรค์จองจำไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งการลงทัณฑ์ ชะตากรรมของเจ้าและเรา... ล้วนเป็นเหยื่อของพวกมันผู้กุมกฎแห่งฟ้าดินเหมือนกัน!" *เปรี้ยง!* โซ่ตรวนอักขระบนหน้าผากของพยัคฆ์อัคคีส่องแสงสว่างวาบ มันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดทรมาน ร่างมหึมาดิ้นพล่านจนแผ่นดินแยกออกเป็นเสี่ยงๆ เปลวเพลิงสีดำสนิทพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า หลุมลึกเบื้องล่างกำลังจะถล่มลงมาทับถมพวกเขาทั้งคู่ "มันกำลังจะคลุ้มคลั่งเพราะอักขระสะกดจิต!" มู่อิงหลันเอ่ยขึ้น ร่างบางขยับกายเข้าประชิด รัศมีกระบี่เหมันต์ถูกปลดปล่อยออกไปเพื่อตรึงอุณหภูมิรอบตัวไม่ให้แผดเผาร่างของไป๋ซูหยุน "ซูหยุน... หากเจ้าจะทำพันธะสัญญา เจ้าต้องยอมให้มันกลืนกินจิตวิญญาณครึ่งหนึ่งเข้าไปในแดนจิตของเจ้า ความเสี่ยงนี้สูงเกินไป!" "ไม่มีคำว่า 'สูงเกินไป' สำหรับผู้ที่ต้องการทวงคืนความยุติธรรม" ไป๋ซูหยุนหันกลับมาสบตากับนาง แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวและมั่นคงดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความลังเลใดๆ "อิงหลัน คุ้มกันร่างให้เรา หากเราพลาดพลั้ง... ฝากเจตจำนงวิถีกระบี่ของข้าสืบต่อไปด้วย" "พูดบ้าอะไรของเจ้า!" มู่อิงหลันกัดริมฝีปากแน่น ความเย็นชาบนใบหน้าสลายสิ้น เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่สะท้อนในดวงตางาม นางตวัดกระบี่เหมันต์ปักลงกับพื้น เกิดเป็นกำแพงน้ำแข็งเก้าชั้นปกป้องรอบทิศทาง "ข้าบอกแล้วว่าเราจะเป็นจะตายเคียงข้างกัน... เจ้าไม่มีสิทธิ์สั่งให้ข้าอยู่รอดเพียงลำพัง!" ไป๋ซูหยุนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้สัมผัสกับความอบอุ่นเช่นนี้ ท่ากลางสงครามแห่งโชคชะตาอันหนเหน็บ เขาสลายกระบี่ในมือ ยื่นมือเปล่าออกไปเบื้องหน้า ตรงไปยังกรงเล็บมหึมาที่แผดเผาด้วยเปลวเพลิงโลกันตร์ของพยัคฆ์อัคคีบรรพกาล *พรึบ!* เปลวเพลิงสีแดงฉานกลืนกินแขนเสื้อและผิวเนื้อของไป๋ซูหยุนทันที เลือดสีสดไหลรินหยดลงสู่พื้นดิน แต่มือของเขากลับไม่สั่นเทาแม้แต่น้อย เขากดฝ่ามือลงบนหน้าผากของมัน ตรงจุดที่มี "ตราพันธะโลหิต" พอดี "ด้วยนามแห่งไป๋ซูหยุน... ข้าขอปลดปล่อยเจ้าจากโซ่ตรวนแห่งสวรรค์!" สิ้นเสียงคำประกาศกร้าว แสงสีทองสว่างวาบพวยพุ่งขึ้นเสียดฟ้า อักขระโบราณนับพันตัวหลุดลอยออกมาจากหน้าผากของพยัคฆ์อัคคีบรรพกาล พริบตานั้นเอง จิตสำนึกของทั้งคนและอสูรก็ถูกดึงดูดเข้าสู่มิติแห่งจิตวิญญาณอันเวิ้งว้าง ภายในแดนจิตของไป๋ซูหยุน เปลวเพลิงสีดำและสีทองกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด พยัคฆ์อัคคีแปลงร่างเป็นเสือเพลิงขนาดยักษ์อ้าปากคำรามเพื่อกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขา หากจิตใจของเขาอ่อนแอเพียงนิดเดียว เขาจะกลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่ไร้จิตวิญญาณไปตลอดกาล "เจ้ามนุษย์น้อย... เจ้ากล้าดียังไงมาท้าทายพลังของข้า!" เสียงคำรามดังก้องในหัว "ข้าไม่ได้ท้าทาย... แต่ข้ากำลังให้ชีวิตใหม่แก่เจ้า!" ไป๋ซูหยุนคำรามลั่น ยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางพายุเพลิง เขากางแขนออก ปล่อยให้พลังปราณเก้าสวรรค์หลั่งไหลเข้าโอบอุ้มจิตวิญญาณของอสูรบรรพกาล ความทรงจำอันเจ็บปวด ความแค้นที่มีต่อสวรรค์ และความมุ่งมั่นที่จะผลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ถูกถ่ายทอดผ่านสายใยแห่งจิตวิญญาณที่เชื่อมต่อกัน เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใดไม่มีใครล่วงรู้... ในโลกความเป็นจริง มู่อิงหลันยังคงยืนหยัดต้านทานแรงกดดันรอบด้าน กำแพงน้ำแข็งเริ่มมีรอยร้าว ทว่านางไม่สนใจบาดแผลที่เริ่มปริแตกตามผิวหนัง สายตาของนางจับจ้องอยู่ที่ร่างของไป๋ซูหยุนและพยัคฆ์อัคคีที่ไม่ไหวติงมาเนิ่นนาน กระทั่ง... *ตึง!* เปลวเพลิงสีชาดรอบกายพยัคฆ์อัคคีบรรพกาลค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีครามเข้ม ร่างมหึมาของมันย่อขนาดลงเหลือเพียงเสือโคร่งตัวเท่าสุนัขป่า ขนสีทองอร่ามแซมด้วยลวดลายอักขระโบราณ มันก้าวเดินอย่างเชื่องช้าเข้ามาหาไป๋ซูหยุนที่คุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยความอ่อนล้า ก่อนจะก้มหัวลงแนบกับฝ่ามือของชายหนุ่ม เป็นสัญลักษณ์ของการยอมจำนนและทำพันธะสัญญาอย่างสมบูรณ์ ไป๋ซูหยุนลืมตาขึ้น ประกายแสงสีทองและสีแดงวาดผ่านนัยน์ตาคมกริบ พลังปราณในกายของเขาพุ่งทะยานทะลวงผ่านขอบเขตเดิมอย่างไร้แรงต้านทาน เสียงฟ้าร้องคำรามต่ำๆ จากท้องนภากล่าวเตือนถึงการฝืนกฎเกณฑ์ ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะลุกขึ้นยืนพร้อมกับสหายอสูรตัวใหม่... "ตึง... ตึง... ตึง..." เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาทลายดังขึ้นจากหมอกหนาเบื้องหน้า เงาร่างของมนุษย์สามคนในชุดคลุมสีเงินปักลายรูปตาข่ายสวรรค์ก้าวออกมาจากความมืด ผู้นำกลุ่มปลดผ้าคลุมออกเผยให้เห็นใบหน้ายิ้มเยาะที่เต็มไปด้วยจิตสังหารเย็นเยียบ "ไม่นึกเลยว่า... ศิษย์พี่ผู้ร่วงหล่นจากสวรรค์ จะยังหลงเหลือเดนตายมาแอบทำพันธะสัญญาลับๆ ถึงที่นี่... ไป๋ซูหยุน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ารอดพ้นสายตาของ 'หอคอยพิพากษา' ไปได้?" ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝืนลิขิตฟ้าไปกับไป๋ซูหยุนและมู่อิงหลันในบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%