เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์•ตอนที่ 8

ความลับใต้หอคัมภีร์

ผลงานโดย พยัคฆ์ขาวคำราม
กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของไม้กฤษณาพันปีลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความมืดมิดของหอคัมภีร์ชั้นเก้า—ชั้นที่ถูกผนึกด้วยค่ายกลอักขระโบราณซึ่งคนนอกไม่อาจล่วงล้ำ ไป๋ซูหยุนยืนนิ่งสงสงบอยู่หน้าชั้นวางคัมภีร์หนังมังกรสวรรค์ แสงนวลจากไข่มุกราตรีบนผนังสะท้อนใบหน้าด้านข้างที่คมคายราวกับถูกแกะสลักจากหยกขาว ดวงตาคู่คมลุ่มลึกดั่งห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง ในมือของเขากำม้วนคัมภีร์สีทองหม่นที่เพิ่งดึงออกมาจากผนึกกลไก ปราณกระบี่ในกายหมุนวนอย่างเชี่ยวกรากตามคลื่นอารมณ์ที่กระเพื่อมไหว "เจ้าพบสิ่งที่ตามหาแล้วหรือยัง..." เสียงหวานใสราวกับธารน้ำแข็งบนยอดเขาไท่ซานดังขึ้นแผ่วเบา มู่อิงหลันก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาศิลา นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ ปิ่นปักผมรูปดอกเหมันต์สะท้อนประกายเย็นเยียบ แม้ทั่วร่างจะแผ่ไอเย็นชาที่สามารถแช่แข็งวิญญาณของผู้ฝึกยุทธทั่วไปให้กลายเป็นจุล ทว่ายามที่สายตาของนางทอดมองไปยังชายหนุ่ม แววตานั้นกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด นางคือธิดาแดนเซียนผู้ไม่เคยชายตามองบุรุษใดในหล้า ทว่ากลับยอมละทิ้งกฏเกณฑ์สวรรค์เพื่อติดตามก้าวเดินบนเส้นทางแห่งการล้างแค้นเคียงข้างเขา ไป๋ซูหยุนไม่ตอบคำทันที เขายกปลายนิ้วขึ้นลูบไล้รอยสลักอักษรโบราณบนม้วนคัมภีร์ ผิวหนังที่สัมผัสถูกอักขระนั้นสะท้อนกระแสไฟฟ้าสีม่วงจางๆ บ่งบอกถึงความเก่าแก่และอันตรายที่ซ่อนเร้น นี่คือ "บันทึกหัตถ์เทวะสวรรค์เก้าชั้นฟ้า" บันทึกประวัติศาสตร์ลับที่รวบรวมรายชื่อและเหตุการณ์สำคัญของเหล่ามหาเทพในยุคบรรพกาล ซึ่งรอดพ้นจากการกวาดล้างเมื่อห้าพันปีก่อนได้อย่างน่าอัศจรรย์ "หึ... ช่างเป็นชะตากรรมที่ตลกร้ายเสียจริง" มุมปากของไป๋ซูหยุนยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยียบเย็น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่ทรงพลังจนสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงลับ "ท่านหมายถึงสิ่งใด?" มู่อิงหลันขยับกายเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์ประดุจดอกไม้หิมะลอยแตะจมูก นางก้มลงมองตัวอักษรสีชาดที่ปรากฏขึ้นบนม้วนคัมภีร์หลังจากการถ่าย, ผ่านลมปราณเข้าไป ดวงตาคู่สวยของนางหรี่ลงเล็กน้อย เมื่ออ่านพบชื่อที่ถูกบันทึกไว้ในหน้ากระดาษแผ่นนั้น *‘มหาเทพฉางเซิง... ผู้ทรยศแห่งแดนประจิม’* บรรยากาศภายในหอคัมภีร์พลันทัศนียภาพเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บขึ้นมาทันที ไอปราณกระบี่เหมันต์ของมู่อิงหลันรั่วไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามชั้นหนังสือรอบด้าน นางจดจำชื่อนี้ได้ดี ในอดีตชาติก่อนที่ไป๋ซูหยุนจะถูกรุมสังหาร ณ ทัณฑ์สถานเก้าสวรรค์ มหาเทพฉางเซิงผู้นี้คือหนึ่งในสหายสนิทผู้ร่วมสาบาน เป็นมือขวาที่ถือครองคลังยุทธภัณฑ์และค่ายกลป้องกันเขตแดนของเขา แต่ในวินาทีสุดท้ายที่พลังชีวิตของเขาดับสูญ กลับเป็นค่ายกลของสหายผู้นี้เองที่ปิดตายเส้นทางหนีทุกสาย และส่งกระบี่พิฆาตทะลวงเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจของเขาจากด้านหลัง! "ข้าเคยคิดมาตลอดว่า... การถูกหักหลังโดยศิษย์น้องร่วมสำนักอย่างอี้เทียนเป็นความเจ็บปวดสูงสุดแล้ว" ไป๋ซูหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว "แต่ข้ากลับมองข้ามสหายรักผู้ร่วมดื่มสุสาบานใต้ต้นท้อสวรรค์ไปได้... ฉางเซิง เจ้าซ่อนตัวอยู่ใต้เงาของเง็กเซียนฮ่องเต้มาเนิ่นนาน คิดว่ากาลเวลาห้าพันปีจะทำให้รอยเลือดบนมือของเจ้าจางหายไปได้กระนั้นหรือ?" มู่อิงหลันเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้า หัวใจของนางกระตุกวูบด้วยความเจ็บปวดแทน แม้เขาจะแสดงออกว่าเป็นคนเย็นชาและเด็ดเดี่ยว แต่นางรู้ดีว่ารอยแผลเป็นในจิตวิญญาณที่ถูกคนที่ไว้ใจที่สุดแทงข้างหลังนั้นล้ำลึกเพียงใด นางยื่นมือเรียวบางดั่งหยกขาวออกไปสัมผัสหลังมือของเขาที่กำลังกำม้วนคัมภีร์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สัมผัสไออุ่นจากมือนางช่วยบรรเทาคลื่นพายุอารมณ์ในกายเขาให้สงบลงทีละน้อย "วิถีเซียนเต็มไปด้วยความเน่าเฟะและหน้าเนื้อใจเสือ เจ้าเคยกล่าวไว้เช่นนั้น" มู่อิงหลันเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นครั้งแรก "ในเมื่อสวรรค์ไม่ยอมให้ความยุติธรรมแก่เจ้าในชาติก่อน เช่นนั้นในชาตินี้... ไม่ว่าหนทางเบื้องหน้าจะเป็นกองเพลิงโลกันตร์หรือกองทัพเทพเซียนนับล้าน กระบี่เหมันต์ในมือข้าจักคอยกวาดล้างเส้นทางให้เจ้าจนกว่าจะถึงตัวมันเอง" ไป๋ซูหยุนหันกลับมาสบตากับนาง ประกายความอ่อนโยนฉายชัดขึ้นในห้วงลึกของดวงตาสีดำสนิท เขายกมืออีกข้างขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของนางแผ่วเบา เป็นการกระทำที่เต็มไปด้วยความผูกพันล้ำลึกที่นอกเหนือจากคำพูดใดๆ ทว่า—ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังล้อมกรอบไปด้วยความเงียบงันและไออุ่นอันหายากยิ่งนั้นเอง! *เปรี้ยงงงง!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างของหอคัมภีร์ แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนชั้นหนังสือโบราณสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง ฝุ่นผงและเศษศิลาโปรยปรายลงมาราวกับหิมะตก ผนึกค่ายกลป้องกันเก้าชั้นฟ้าที่ควรจะไร้ผู้เทียมทาน บัดนี้กลับปรากฏรอยร้าวสีม่วงเข้มกระจายตัวออกเป็นรูปใยแมงมุม! ไป๋ซูหยุนหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณมหาเทพเตือนภัยพุ่งพล่านถึงขีดสุด เขากระชับม้วนคัมภีร์ในมือเก็บเข้าแหวนมิติอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้นมือขวาตวัดออกไปเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พุ่งทะยานออกไปคุ้ม กันรอบกายเพื่อรับแรงกระแทกจากคลื่นพลังภายนอกที่กำลังบุกรุกเข้ามาอย่างดุเดือด "มีคนลอบโจมตีค่ายกลพิทักษ์หอคัมภีร์... และพวกมันรู้พิกัดที่เราอยู่!" มู่อิงหลันชักกระบี่เหมันต์ออกจากฝักทันที ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งจนพื้นศิลาเปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน แววตาของนางกลับคืนสู่ความเย็นชาและเฉียบคมดั่งคมดาบอีกครั้ง แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋ซูหยุนต้องขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม ไม่ใช่เพราะการบุกรุกของศัตรู... แต่เป็นเพราะคลื่นพลังปราณที่กำลังแผ่ซ่านเข้ามาทางบันไดวนชั้นแปดนั้น เป็นพลังปราณคุ้นเคยที่เขาไม่ได้สัมผัสมานานถึงห้าพันปีเต็ม! พลังปราณของคนที่ควรจะดับสลายไปพร้อมกับสงครามบรรพกาล—ปราณกระบี่เพลิงสุริยันต์ของมหาเทพฉางเซิง! "ฮ่าๆๆๆ... ไป๋ซูหยุน สหายรัก!" เสียงหัวเราะก้องกังวาน เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยจิตสังหารทะลักล้นดังทะลุผ่านม่านค่ายกลเข้ามา "ข้าไม่นึกเลยว่า เจ้าที่ควรจะแตกดับจิตวิญญาณไปแล้ว จะยังกล้าหวนคืนสู่หอคัมภีร์แห่งนี้เพื่อค้นหาอดีตอันน่าสมเพชของตนเอง... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า ข้าจะปล่อยให้ความลับเรื่องในอดีตหลุดรอดออกไปได้ง่ายๆ กันเล่า!" สิ้นเสียงคำรามร่างในชุดคลุมสีทองอร่ามประดับลวดลายดวงอาทิตย์เก้าดวงก็ก้าวพ้นขอบประตูชั้นเก้าเข้ามา ใบหน้านั้นงดงามราวกับเทพเซียน ทว่ารอยยิ้มกลับบิดเบี้ยวด้วยความริษยาและอำมหิต และที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่าคือ ด้านหลังของเขามีร่างเงาทะมึนของผู้อาวุโสสูงสุดแห่งนิกายกระบี่สวรรค์อีกสามคนยืนคุมเชิงอยู่ พร้อมกับป้ายคำสั่งในมือที่สลักตราสัญลักษณ์ของ... มหาเทพฉางเซิงโดยตรง! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีแห่งเต๋าอันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ พยัคฆ์ขาวคำราม
สารจากนักเขียน (พยัคฆ์ขาวคำราม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนหนุ่มผู้ปฏิเสธสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%