"ถ้างานระดับขยะแบบนี้คือมาตรฐานของสถาปนิกที่คุณภูมิใจนักหนา ผมแนะนำให้คุณฉีกใบปริญญาทิ้งแล้วไปหางานอื่นทำดีกว่าครับ อย่าเสียเวลามาพ่นลมหายใจทิ้งในออฟฟิศของผมเลย"
ปึก!
เสียงแฟ้มพิมพ์เขียวถูกโยนลงบนโต๊ะไม้โอ๊คราคาแพงจนเกิดเสียงดังสนั่น ธารินสะดุ้งสุดตัว ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เพราะความโกรธที่พุ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอจนแทบจะระเบิดออก เขาเพิ่งใช้เวลาตลอดทั้งคืนกับงานออกแบบส่วนขยายของดาดฟ้าอาคารสำนักงานแห่งนี้ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกตราหน้าว่ามันเป็น 'ขยะ'
ธารินก้าวเข้าไปประจันหน้ากับพายุ ร่างสูงโปร่งของเขาไม่ได้ย่อท้อต่อรัศมีกดดันของซีอีโอหนุ่มตรงหน้าแม้แต่นิด ดวงตาเรียวรีจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมกริบที่แฝงไปด้วยความเย็นชาคู่นั้นอย่างไม่ลดละ
"คุณพายุครับ ถ้าคุณอ่านแบบเป็น คุณจะเห็นว่ามุมนั้นผมไม่ได้ออกแบบตามใจชอบ แต่มันคือการคำนวณทิศทางลมเพื่อลดแรงปะทะที่จะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างหลัก... หรือว่าที่บอกว่ามันห่วย เพราะคุณไม่มีความรู้ด้านนี้พอจะเข้าใจเหตุผลทางวิศวกรรมกันแน่ครับ?"
พายุแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูหยามเหยียดที่สุดเท่าที่ธารินเคยได้ยิน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาใกล้จนคนตัวเล็กกว่าต้องชะงัก สายตาที่เคยนิ่งเฉยตอนนี้กลับดูดุดันราวกับพายุทอร์นาโดสมชื่อ
"เหตุผลทางวิศวกรรมเหรอ? งั้นอธิบายทีว่าทำไมความสวยงามถึงหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้แค่โครงสร้างแข็งกระด้างที่เหมือนกับคุกมากกว่าพื้นที่สันทนาการ" พายุขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นของคนตรงหน้าทำให้หัวใจธารินเต้นผิดจังหวะ "ผมจ่ายเงินจ้างคุณมาเพื่อเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นที่ที่น่าอยู่ ไม่ใช่ที่ที่พนักงานต้องมานั่งรับแรงกดดันจากดีไซน์ห่วยๆ ของคุณ"
"ดีไซน์ห่วยๆ งั้นเหรอ!" ธารินสวนกลับทันควัน มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ผมเป็นคนออกแบบตามโจทย์ที่คุณให้มาตั้งแต่วันแรก พื้นที่สีเขียว พื้นที่เปิดโล่ง แต่คุณนั่นแหละที่เปลี่ยนใจไปมาเหมือนคนไม่มีหลักการ ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมโปรเจกต์ก่อนหน้าถึงล่มไม่เป็นท่า เพราะคนควบคุมงานอย่างคุณมันเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งไงครับ!"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ตัดกับความกดดันที่พุ่งสูงจนน่าอึดอัด พายุชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคู่คมวูบไหวด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ธารินอ่านไม่ออก ก่อนที่มันจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม
"คุณล้ำเส้นเกินไปแล้ว ธาริน" พายุเสียงต่ำลงจนเกือบจะเป็นคำราม
"ถ้าความจริงมันคือเส้นที่คุณขีดไว้ว่าห้ามข้าม ผมก็คงต้องข้ามมันไปเพื่อเตือนสติคุณครับ" ธารินเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับระยะห่างที่ใกล้เกินไปจนลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้ากันและกัน "งานนี้สำคัญกับผม และถ้าคุณยังบริหารจัดการอารมณ์ไม่ได้แบบนี้ เราก็ไม่ควรทำงานร่วมกันตั้งแต่แรก"
พายุคว้าต้นแขนของธารินไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและทรงพลังจนธารินไม่อาจขยับตัวหนีได้ แววตาของซีอีโอหนุ่มเปลี่ยนไป จากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความสับสนปนขุ่นเคือง เขาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับด่าเขาฉอดๆ ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูกว่าอยากจะปิดปากนั้นด้วยคำพูด หรือด้วยวิธีอื่นที่รุนแรงกว่า
"คุณคิดว่าผมแค่อยากแกล้งคุณงั้นเหรอ?" พายุถามเสียงพร่า
"ถ้าไม่ใช่แกล้ง แล้วเรียกว่าอะไรครับ?"
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจังหวะเดียวกับที่ประตูห้องถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รอคำอนุญาต
"พายุคะ รดาเอาเอกสารที่บอกไว้มาให้... อุ๊ย!"
รินรดาชะงักกึกอยู่หน้าประตู ภาพตรงหน้าหยุดการเคลื่อนไหวของทุกคนในห้อง ธารินรีบผลักอกพายุออกทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่พายุเพียงแค่ปรายตามองผู้มาใหม่ด้วยสายตาเย็นชาเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"มีอะไรก็วางไว้ตรงนั้น" พายุสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะหันกลับมามองธารินที่กำลังจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยอาการลนลาน "และคุณ... ออกไปรอผมที่ห้องประชุม เตรียมแบบที่คุณบอกว่าดีนักหนามาด้วย ถ้ามันไม่มีเหตุผลดีพอที่จะลบคำว่า 'ขยะ' ออกจากหัวผมได้ ผมจะฉีกมันทิ้งต่อหน้าคุณเดี๋ยวนี้"
ธารินเม้มปากแน่น ไม่ยอมก้มหัวให้ ก่อนจะหมุนตัวเดินตรงไปยังประตู แต่ก่อนที่จะก้าวพ้นห้อง มือของรินรดาก็คว้าแขนเขาไว้เบาๆ สายตาของหญิงสาวที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความสมเพชและหยามเหยียด
"อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยธาริน พายุเขาแค่ชอบความท้าทาย แต่เขาไม่เคยให้ค่ากับคนที่แค่ 'ทำงานดี' หรอกนะ..." รินรดากระซิบด้วยน้ำเสียงเฉียบคมที่ได้ยินกันเพียงสองคน "โดยเฉพาะคนที่ไม่มีแม้แต่ที่ยืนในใจเขาเลยสักนิดเดียว"
ธารินชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะคำพูดของรินรดา แต่เพราะจังหวะที่เขาหันไปสบตากับพายุอีกครั้ง แววตาของพายุในตอนนี้ไม่ได้มองมาที่เขา แต่มองไปที่รินรดาด้วยความเรียบเฉยที่ว่างเปล่า... ว่างเปล่าจนน่ากลัว
พายุเดินผ่านเขาไปอย่างไร้ความรู้สึก ทิ้งให้ธารินยืนเคว้งอยู่กลางห้องทำงานที่ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวของความสัมพันธ์ที่กำลังจะพังทลายลง หรือนี่อาจจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายที่แท้จริงกันแน่
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับธารินในตอนนี้นะครับ ครั้งหน้าผมจะรีบกลับมาต่อให้ทันใจแน่นอนครับ
ด้วยความเคารพจากราชันย์หอกทมิฬครับ
เซฟโซนสุดหวงของนายบอสจอมหยิ่ง•ตอนที่ 2
รอยร้าวบนพิมพ์เขียว
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดหวงของนายบอสจอมหยิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
