กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณในห้องพระคลังหลวง ลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงันจนน่าอึดอัด หลี่ซูเหวินก้าวเท้าข้ามธรณีประตูไม้สนแดงเข้ามา โดยมีสายตาคมปลาบดุจเหยี่ยวของจ้าวเฟยหลงคอยติดตามอยู่เบื้องหลัง ร่างระหงในอาภรณ์ปักลายเหมันต์สีครามเข้มสะบัดไหวตามจังหวะก้าวเดินอย่างมั่นคง ทว่าในใจกลับตระหนักดีว่า หนึ่งก้านธูปที่พระราชโองการฉบับด่วนระบุไว้นั้น หาใช่การเรียกตัวเพื่อไต่สวนธรรมดาไม่ แต่มันคือหมากตารุกฆาตที่ฮ่องเต้จ้าวหยวนและกลุ่มขุนนางฝ่ายสนับสนุนราชสำนักส่วนกลาง จงใจวางไว้เพื่อทดสอบรอยร้าวระหว่างนางกับท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้าย
"เจ้ามั่นใจแล้วหรือ ซูเหวิน..."
สุระเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มดังขึ้นเบาๆ จากเบื้องหลัง จ้าวเฟยหลงก้าวตามเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายมังกรไร้เขี้ยวแผ่ไอสังหารจางๆ ออกมาอย่างมิอาจ
หักห้าม ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดรุ่ยของนางเข้าที่อย่างทะนุถนอม ทว่าดวงเนตรคมกริบกลับกวาดมองไปรอบตำหนักชิงฮวาที่มีทหารองครักษ์เสื้อแพรยืนเรียงรายอึมครึม
"เพคะ ท่านอ๋อง..." หลี่ซูเหวินตอบรับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงหน้าหวานล้ำแต่เย็นชาราวกับรูปสลักหยกขาวหันกลับไปสบตาเขา "หมากตานี้... หากหม่อมฉันไม่เดินด้วยตนเอง เกรงว่าตาหมากรุกกระดานนี้คงไร้ซึ่งความสนุกสนาน พวกเขาอยากเห็นความแตกแยกนัก มิใช่หรือคะ ว่าระหว่างกุนซือผู้กุมกลยุทธ์กับท่านอ๋องผู้กุมกองทัพ จะมีรอยร้าวลึกเพียงใดเมื่อผลประโยชน์ไม่อาจลงตัว"
คำพูดของนางทิ่มแทงตรงไปยังจุดเปราะบางที่สุดในราชสำนักยามนี้
นับตั้งแต่การเสด็จกลับมาทวงคืนบัลลังก์ของอ๋องปีศาจ ขุนนางเก่าแก่ฝ่ายฮ่องเต้จ้าวหยวนต่างหวาดระแวงจนนอนไม่หลับ พวกเขาพยายามทุกวิถีทางที่จะตัดแขนตัดขาของจ้าวเฟยหลง และเป้าหมายที่เด่นชัดที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นสตรีผู้ชาญฉลาดที่อยู่เบื้องหลังแผนการทลายเครือข่ายอำนาจของสนมเอกมู่หรงเหม่ยในเรือนหลัง
เมื่อร่างของหลี่ซูเหวินก้าวล่วงเข้าสู่เขตพระฐานชั้นในของตำหนักชิงฮวา ขุนนางอาวุโสฝ่ายฮ่องเต้ นามว่า "สวี่จงIเซี่ยน" เสนาบดีฝ่าย左 (ซ้าย) ผู้มีใบหน้าย่นยับราวกับเปลือกไม้แห้ง ก็ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาหินมังกร รอยยิ้มจอมปลอมถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้านั้นอย่างน่ารังเกียจ
"คารวะกุนซือหลี่... ช่างหาญกล้ายิ่งนัก ที่กล้ามาเยือนตำหนักชิงฮวาเพียงลำพังตามพระราชโองการ" เสนาบดีสวี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าดวงตากลับกวาดมองสำรวจเรือนร่างอรชรของนางด้วยความริษยาและดูแคลน "ไม่ทราบว่า... ที่ท่านอ๋องทรงโปรดปรานและยกย่องท่านถึงเพียงนี้ เป็นเพราะสติปัญญา หรือเป็นเพราะมารยาของสตรีที่ใช้ก무ลวงบุรุษผู้กุมอำนาจกันแน่เล่า?"
บรรยากาศรอบด้านพลันเย็นเยียบลงทันCตา หลี่ซูเหวินไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว นางเพียงแย้มยิ้มออกมาช้าๆ รอยยิ้มที่งดงามราวกับดอกบัวหิมะบนยอดเขา ทว่ากลับหนาวเหน็บจนเสนาบดีสวี่ต้องลอบกลืนน้ำลาย
"เสนาบดีสวี่เอ่ยเช่นนี้ ดูท่าท่านคงจะหลงลืมกฎระเบียบของราชสำนักไปเสียสนิท" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวกริชอาบยาพิษเอ่ยขึ้น "การกล่าววาจาลบหลู่ขุนนางในสังกัดกรมยุทธศาสตร์โดยไม่มีหลักฐาน ถือเป็นความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทางอ้อม... หรือท่านคิดว่า อำนาจของฮ่องเต้สามารถยกเว้นโทษให้แก่สุนัขรับใช้ที่เห่าหอนอย่างไร้เหตุผลได้เช่นนั้นหรือคะ?"
"บังอาจ!" ขุนนางฝ่ายฮ่องเต้อีกหลายคนก้าวพรวดพราดออกมาจากมุมมืด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"พวกเราเพียงแต่สงสัย!" ขุนนางกรมคลังตะคอกเสียงดัง "ได้ยินมาว่าแผนการปฏิรูปภาษีที่ท่านเสนอเมื่อวานนี้ ทำให้ขุนนางตระกูลใหญ่สูญเสียผลประโยชน์มหาศาล ขณะเดียวกัน ท่านอ๋องกลับกอบโกยเสบียงกรังเข้าค่ายทหารส่วนตัว... นี่ไม่ใช่การสมรู้ร่วมคิดเพื่อสูบเลือดเนื้อราษฎรหรอกหรือ!"
นี่คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของพระราชโองการฉบับนี้!
พวกมันต้องการสร้างความเคลือบแคลงสงสัยระหว่างขุนนางฝ่ายพลเรือนกับฝ่ายทหาร ต้องการตอกลิ่มความขัดแย้งให้เกิดขึ้นระหว่างจ้าวเฟยหลงและนาง โดยใช้ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นเครื่องมือ หากหลี่ซูเหวินตอบโต้พลาดแม้แต่คำเดียว หรือหากนางแสดงความลังเลใจแม้แต่น้อย ข่าวลือเรื่อง "ความแตกแยกระหว่างอ๋องปีศาจกับกุนซือคู่ใจ" จะแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงภายในเวลาไม่ถึงก้านธูป และนั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายจากภายในที่สมบูรณ์แบบที่สุด
หลี่ซูเหวินก้าวเข้าไปใกล้เสนาบดีสวี่ทีละก้าว อาภรณ์สีครามเข้มสะท้อนกับแสงคบเพลิงวับแวม นางแสร้งทำเป็นถอนหายใจเบาๆ สีหน้าปรากฏแววผิดหวังอย่างยิ่งยวด
"น่าขันสิ้นดี..." หลี่ซูเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่สะท้อนก้องไปทั่วโถงกว้าง "พวกท่านกล่าวหาว่าหม่อมฉันสูบเลือดเนื้อราษฎร เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตระกูลขุนนางเก่าเช่นพวกท่านอย่างนั้นหรือ? เสนาบดีสวี่... ท่านลองก้มลงมองมือคู่Cนั้นของตนเองสิว่า มันเปื้อนคราบเลือดของราษฎรในเขตประสบภัยทางใต้ไปเท่าไหร่แล้ว เงินงบประมาณซ่อมแซมคันกั้นน้ำสามแสนตำลึงทองที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อปีก่อน บัดนี้อยู่ที่ใดในเรือนพักของท่านกันแน่?"
ใบหน้าของเสนาบดีสวี่ซีดเผือดลงในพริบตา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกลัวอย่างปิดไม่มิด ข้อมูลลับเรื่องงบประมาณภัยพิบัติเมื่อปีก่อน เป็นความลับสุดยอดที่ถูกกวาดล้างจนสะอาดหมดจด เหตุใดสตรีผู้นี้จึงล่วงรู้ได้!
"เจ้า... เจ้าพูดเหลိုးไหลอะไร! มีหลักฐานที่ไหนกัน!" เสนาบดีสวี่แผดเสียงกลบเกลื่อนความร้อนรน
"หลักฐานหรือคะ?" หลี่ซูเหวินแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียม นางยกมือขึ้นตบเบาๆ สองครั้ง
*แปะ... แปะ...*
สิ้นเสียงปรบมือ ประตูบานใหญ่ด้านหลังตำหนักชิงฮวาพลันเปิดออกช้าๆ ท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดกระโชก ร่างสูงสง่าในชุดเกราะทหารสีดำสนิทของจ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามา พร้อมกับทหารองครักษ์ที่หอบหีบไม้สักทองใบใหญ่เข้ามาวางกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
ฝาหีบถูกเปิดออก เผยให้เห็นบัญชีลับและตราประทับประจำตัวของตระกูลสวี่ ที่อัดแน่นอยู่เต็มหีบ!
"ท่านอ๋อง!" ขุนนางฝ่ายฮ่องเต้ทั้งหมดทรุดฮวบลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด
จ้าวเฟยหลงปรายตามองกลุ่มขุนนางเหล่านั้นด้วยแววตาดุจพญาเสือที่กำลังมองเหยื่อในกำมือ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังหลี่ซูเหวิน พร้อมกับยื่นมือหนาโอบรอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนและเด็ดขาดว่า เขากับนางคือเนื้อตัวเดียวกัน ไม่มีวันมีรอยร้าวตามที่พวกมันปรารถนาแม้แต่น้อย
"พวกเจ้าอยากเห็นรอยร้าวระหว่างเรานักมิใช่หรือ..."
สุระเสียงเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกหลุดจากริมฝีปากของท่านอ๋องปีศาจ ทำเอาขุนนางทั้งหมดตัวสั่นเทาจนแทบหมอบราบกับพื้น "น่าเสียดาย... ที่หมากตานี้ของฮ่องเต้ กลับกลายเป็นสุสานฝังพวกเจ้าเองเสียแล้ว"
หลี่ซูเหวินแหงนหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจ รอยยิ้มหวานล้ำปรากฏบนใบหน้านางท่ามกลางวิกฤตการณ์อันเชือดเฉือน
ทว่า ในขณะที่เกมการเมืองกำลังดำเนินไปถึงจุดเข้มข้นสูงสุดนั้นเอง เสียงฝีปากฝีเท้าเร่งรีบของขันทีประจำพระองค์ฮ่องเต้ ก็ดังแทรกเข้ามาจากความมืดเบื้องนอก พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"Fก... พระราชโองการด่วนที่สุดจากห้องพระบรรทม! ฮ่องเต้... ฮ่องเต้ทรงกระอักษรเป็นโลหิต สิ้นสติไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับซูเหวินและท่านอ๋องนะคะ!
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 10
รอยร้าวในบัลลังก์
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!