กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 9

สายสัมพันธ์ที่ก่อตัว

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
คราบเลือดบนปลายศัสตราวุธยังไม่ทันแห้งสนิท กลิ่นอายคาวโลหิตก็ยังคงลอยอวลปะปนอยู่กับกลิ่นหอมเย็นของกำยานไม้กฤษณาในห้องทรงอักษรลับ หลี่ซูเหวินปักแผนผังตำหนักชิงฮวาลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงด้วยเข็มเงินสามเล่ม ปลายเข็มแต่ละเล่มสั่นระริกตามแรงอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาหงส์คู่นั้นประกายแสงวาบดั่งคมดาบที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม "หากพวกเราใช้กองกำลังเงียบของท่านบุกเข้าไปตรงๆ ต่อให้เป็นตำหนักชิงฮวาที่มีการป้องกันแน่นหนาเพียงใดก็ย่อมแตกพ่ายในชั่วพริบตา... แต่นั่นคือวิธีของคนไร้สมองที่รังแต่จะตีหญ้าให้งูตื่นเพค่ะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางฤดูใบไม้ร่วงเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมหายใจของมังกรผู้ซ่อนเล็บ จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้โกรธเคืองที่นางวิจารณ์แผนการของเขาอย่างไร้เยื่อใย กลับกัน... ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกลับทอประกายความถูกใจอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงใหญ่ในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทขยับเข้าใกล้ กลิ่นกายบุรุษเจือด้วยกลิ่นอายสงครามและจันทราโอบล้อมร่างอรชรในชุดกระโปรงผ้าต่วนสีเถ้าไหม ปักลายเหมันต์ปักษ์ษาดิ้นเงินระยิบระยับเข้าไว้จนแทบไร้ช่องว่าง หลี่ซูเหวินไม่ถอยหลังหนี นางเพียงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ปลายจมูกของตนเกือบจะสัมผัสกับอกเสื้อกว้างของเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามนี้ไม่ได้ทำให้หัวใจของนางไหววุ่นด้วยความเสน่หา หากแต่เป็นการคำนวณระยะโจมตีและลมหายใจของศัตรูในคราบพันธมิตร "แล้วกุนซือหลี่ผู้ปราดเปรื่องเล่า... มีแผนการอันใดที่จะทำให้สนมเอกมู่หรงล้มลงไปนอนหายใจรวยรินได้โดยที่มือของเปิ่นหวางไม่ต้องเปื้อนแม้แต่หยดเลือดของสุนัขรับใช้?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ยามค่ำคืนดังชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนนุ่มที่แต่งแต้มด้วยความเยือกเย็น หลี่ซูเหวินไม่สะดุ้งสะเทือน นางยกปลายนิ้วเรียวยาวที่สวมปลอกเล็บทองคำขาวขึ้น เคาะเบาๆ ลงบนแผนที่ตรงจุดที่เป็นห้องบรรทมส่วนพระองค์ของมู่หรงเหม่ย "ความโลภและความริษยาคือจุดอ่อนที่ฆ่าคนได้ดีที่สุดเพค่ะ... ในคืนงานเลี้ยงชมบุปผชาติ องค์หญิงแคว้นเหลียงจะส่งหีบสมบัติบรรณาการเข้ามาถวาย ในนั้นมี 'บุปผาพันราตรี' ที่ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจแต่หากผสมเข้ากับน้ำค้างยามเหมันต์บนยอดเขาเทียนซาน มันจะกลายเป็นยาพิษไร้สีไร้กลิ่นที่กัดกร่อนชีพจรทีละน้อย..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่าที่แฝงพิษสง "เราจะไม่ลอบสังหารนางในคืนเดียว แต่เราจะค่อยๆ ทำให้สติของนางหลอนหลอนด้วยภาพหลอนของอดีตพระสนมหลี่ผู้ล่วงลับ... ให้ความหวาดกลัวกัดกินหัวใจนางจนต้องหยิบยาพิษขึ้นมาดื่มเอง เพื่อหนีพ้นจากความทรมาน เพค่ะ ท่านอ๋อง" ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครา ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความตึงเครียดอันตรายราวกับเส้นลวดที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ จ้าวเฟยหลงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เนิ่นนานจนแววตาคู่นั้นเปลี่ยนจากความระแวงสงสัยกลายเป็นความลุ่มหลงมืดบัว สตรีในใต้หล้าล้วนหวาดกลัวเขา มีเพียงนาง... สตรีผู้มีรอยแผลเป็นในอดีตฝังลึกผู้นี้ ที่ไม่เพียงแต่กล้าต่อรองกับปีศาจ แต่ยังกล้าหยิบยื่นคมมีดให้ปีศาจใช้เชือดเฉือนคอศัตรูอย่างเลือดเย็น มือหนาเอื้อมออกไปคว้าเอวคิ้วคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วชนิดที่หลี่ซูเหวินไม่ทันตั้งตัว ร่างบางปะทะเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก ปลอกเล็บทองคำของนางถูกยกขึ้นจ่อที่ลำคอแกร่งของเขาในเสี้ยววินาที ทว่าจ้าวเฟยหลงหาได้สะดุ้งสะเทือน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าคมคาย ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างกกหูของนางอย่างแผ่วเบา "เจ้าช่างกล้าหาญนัก... หลี่ซูเหวิน รู้หรือไม่ว่าการเล่นกับไฟเช่นนี้ มีแต่จะทำให้ตัวเจ้าเองมอดไหม้ไปพร้อมกัน" สุ้มเสียงของเขาแหบพร่าลงเล็กน้อย ยามที่ก้มลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าว "หม่อมฉันไม่กลัวไฟหรอกเพค่ะ... เพราะคนที่คิดจะเผาตำหนักหลังนี้ให้เป็นจุลตั้งแต่แรก ก็คือหม่อมฉันเองมิใช่หรือเพค่ะ?" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนัย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ดวงตาดำขลับสะท้อนภาพใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน ไร้ความหวาดกลัว มีเพียงความแค้นเคืองและพันธสัญญาเลือดที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกัน ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังระอุเดือดด้วยแรงดึงดูดอันตราย เสียงฝีเท้าฝีรองเท้าหนังระอาขององครักษ์เงาคนสนทรก็ดังขึ้นที่หน้าประตูลับ ตามด้วยเสียงเคาะสามครั้งเป็นสัญญาณเร่งด่วน "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! มีข่าวล่ามาไวจากในวังหลวง... ฮ่องเต้มีรับสั่งด่วนแต่งตั้งให้สนมเอกมู่หรงขึ้นเป็น 'ผู้สำเร็จราชการฝ่ายใน' ชั่วคราว และ..." องครักษ์เงาหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตระหนก "และในคืนนี้ พระองค์มีกำหนดการจะเสด็จไปประทับค้างแรม ณ ตำหนักชิงฮวาของสนมเอกมู่หรงพ่ะย่ะค่ะ!" รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเฟยหลงแข็งค้างในทันที ดวงตาคมกริบฉายแววดุร้ายอำมหิตขึ้นมาวับหนึ่ง แผนการที่พวกเขากำลังวางหมากกันอย่างประณีตเมื่อครู่ ถูกความพลิกผันของฮ่องเต้บดขยี้จนแผนเดิมใช้การไม่ได้เสียแล้ว หลี่ซูเหวินหรี่ตาลง รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง นางผละออกจากอ้อมแขนของเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบช้าๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่กลับมาเยือนอีกครา "ดูเหมือนว่า... สวรรค์จะรีบเร่งส่งพวกมันไปลงนรกเร็วกว่ากำหนดเสียอีกนะเพค่ะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยเบาๆ พร้อมกับวางถ้วยชาลงกระทบจานรองเสียงดัง "กริ๊ง" กังวานใส ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยแผนการสำรองที่ร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างกระชั้นชิด องครักษ์เงานายเดิมพุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือก มือถือราชโองการลับฉบับหนึ่งที่ประทับตราหยกมังกรทองคำสดๆ ร้อนๆ เข้ามาด้วยอาการสั่นเทา "ท่านอ๋อง กุนซือหลี่... ม่... มีราชโองการด่วนที่สุดจากห้องพระคลังหลวง ระบุชื่อ... ระบุชื่อของกุนซือหลี่ ให้เดินทางเข้าเฝ้าเป็นการส่วนตัวที่ตำหนักชิงฮวา... ภายในหนึ่งก้านธูปนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เงียบแต่ฟาดเรียบ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%