กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 6

หน้ากากของท่านอ๋อง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
ปลายกระดาษสีต่วนเนื้อดีตวัดรอยเปื้อนสีดำสนิท ทว่าในสายตาของหลี่ซูเหวิน มันกลับกรุ่นกลิ่นคาวเลือดที่โชยมาจากห้วงนรกในชาติภพก่อนอย่างเด่นชัด... พิษสลายกระดูกจากแดนใต้ ชนิดเดียวกับที่คร่าชีวิตบิดาและพี่ชายของนางอย่างไร้ความปรานี พิษร้ายที่ไร้สีไร้กลิ่น ทว่าเมื่อสัมผัสกับความร้อนจะเปลี่ยนเป็นสีนิลกาฬ ดั่งเงื้อมมือมัจจุราชที่คืบคลานเข้าสู่ราชสำนักตงฉินอีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวภายتใต้แขนเสื้อผ้าต่วนสีจันทร์สั่นระริกเพียงชั่วลมหายใจ ก่อนจะถูกสะกดให้กลับมานิ่งสนิทด้วยสติอันแข็งแกร่ง นางซ่อนแผ่นกระดาษมรณะนั้นลงในพับแขนเสื้ออย่างแนบเนียน พร้อมกันนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นทว่าเงียบงันราวกับพยัคฆ์ย่างสามขุมก็หยุดลงที่หน้าฉากกั้นปักลายมังกรห้าเล็บ "เจ้ากำลังทำอะไรอยู่" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนน้ำแข็งที่กระทบกันในถ้ำลึกดังขึ้น จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาในห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ ร่างสูงใหญ่ในฉลองพระองค์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ทะยานเมฆขับเน้นให้รัศมีแห่งความดุร้ายแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายคล้ายจะเย็นเยียบลงหลายส่วน พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวป่ากวาดมองหลี่ซูเหวินตั้งแต่ปลายเส้นผมจรดปลายรองเท้าผ้าปัก ดุจดั่งสัตว์ป่ากำลังพิจารณาเหยื่อที่บังอาจก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขต ซูเหวินมิได้สะดุ้งสะเทือน นางย่อกายทำความเคารพอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก ชายผ้าไหมสีนุ่มทิ้งตัวลงกับพื้นหินอ่อนอย่างเงียบงัน ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติราวกับภาพวาดของสตรีสูงศักดิ์ "ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันเพียงแต่ตรวจสอบความเรียบร้อยของฎีกาจากหัวเมืองใต้เพคะ... ดูเหมือนว่าช่วงนี้ ฝ่าบาทจะทรงงานหนักเป็นพิเศษจนต้องเร่งส่งสาส์นด่วนมากลางดึกเช่นนี้" ซูเหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงนัยยะลึกซึ้งที่คนฟังย่อมต้องสะกิดใจ จ้าวเฟยหลงหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย พระองค์ทรงก้าวเข้าไปใกล้กุนซือสาวขึ้นอีกก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจและกลิ่นจางๆ ของสนิมดาบโชยปะทะนาสิกของนาง ร่างสูงโน้มพระonลงมาเล็กน้อย พระพักตร์คมคายอยู่ห่างจากใบหน้างามเพียงคืบ ทรงจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัวอย่างที่สตรีทั่วไปควรจะมี "เจ้าอ่านออกหรือ" จ้าวเฟยหลงตรัสถาม น้ำเสียงเยียบเย็นดุจน้ำค้างแข็ง "สาส์นฉบับนั้นประทับตราลับของกรมพิธีการ ห้ามผู้ใดแตะต้องเว้นแต่ฮ่องเต้และข้า... เหตุใดกุนซือหลผู้ปราดเปรื่อง ถึงรู้ได้ทันทีว่าเป็นสาส์นจากหัวเมืองใต้ มิใช่ฎีกาทั่วไป?" นี่คือจุดเปลี่ยนที่อันตรายที่สุด หลี่ซูเหวินรู้ดีว่าหากตอบคำถามนี้พลาดไปแม้แต่คำเดียว คมดาบข้างพระวรกายของท่านอ๋องผู้นี้พร้อมที่จะปลิดชีพนางได้ในพริบตาเดียว ทว่านางหาได้ตื่นตระหนกไม่ รอยยิ้มบางเบวราubกลีบเหมยต้องลมถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ายวนและท้าทาย "ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันเป็นเพียงสตรีผู้อ่อนแอคนหนึ่ง ย่อมไม่อาจอาจเอื้อมอ่านความลับเบื้องสูงเพคะ..." ซูเหวินเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรคมกล้าอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากระจ่างใสสะท้อนเงาร่างของท่านอ๋องปีศาจไว้อย่างชัดเจน "แต่หม่อมฉันใช้ 'จมูก' ต่างหากเพคะ... กลิ่นอายของความตายและคราบเขม่าดินปืนจากแดนใต้ รวมถึงร่องรอยของพิษสลายกระดูกที่ติดอยู่บนปลายกระดาษ ชัดเจนเสียจนต่อให้เป็นคนตาบอด ก็ย่อมสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายคาวเลือดที่โชยออกมาจากราชสำนักในยามนี้" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรก็พลันเงียบงันลงทันที ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ด้วยมนต์สะกด จ้าวเฟยหลงไม่ตรัสสิ่งใดเลย พระองค์ทรงนิ่งค้างไปชั่วขณะ พระเนตรคมกริบฉายแววพิศวงระคนทึ่งอย่างที่สตรีใดในหล้าไม่เคยได้รับจากพระองค์มาก่อน ท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมและเยือกเย็น ทรงพิจารณาสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้งอย่างลึกซึ้ง สติปัญญาที่เฉียบคมราวกับใบมีด การคาดเดาที่แม่นยำราวกุมชะตาสวรรค์ และความกล้าหาญที่จะเอ่ยถึง 'พิษร้ายในราชสำนัก' ต่อหน้าอ๋องผู้ถูกเนรเทศ... นางมิใช่แค่กุนซือธรรมดา นางคือปีศาจอีกตนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ใต้คราบของดอกไม้พิษ "เจ้าช่าง... น่าสนใจเสียจริง หลี่ซูเหวิน" จ้าวเฟยหลงตรัสด้วยพระสุ้มเสียงที่ทุ้มต่ำลงกว่าเดิม ทว่าแฝงรอยยิ้มหยันที่มุมพระโอษฐ์อย่างมีความหมาย พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์หนาออกไป เชยคางมนของนางขึ้นเบาๆ สัมผัสอุ่นจัดตัดกับความเยียบเย็นของบรรยากาศรอบกาย "กล้าหาญถึงขั้นเอ่ยถึงพิษสลายกระดูกต่อหน้าข้า... รู้หรือไม่ว่า คำพูดเมื่อครู่เพียงประโยคเดียว อาจทำให้หัวของเจ้าหลุดจากบ่าได้ทันทีที่ฟ้าสว่าง" "หากหัวของหม่อมฉันจะหลุด ทรงมั่นใจหรือเพคะว่าท่านอ๋องจะทรงปล่อยให้มันหลุดไปเฉยๆ โดยไม่ใช้ประโยชน์จากมันก่อน?" ซูเหวินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย นางไม่หลบสายตา ไม่สั่นเทา มีเพียงความมั่นใจเต็มเปี่ยมที่สะท้อนออกมาจากดวงจิตอันแข็งแกร่งของสตรีผู้กุมอนาคตของแผ่นดิน มุมพระโอษฐ์ของจ้าวเฟยหลงกระตุกยิ้มขึ้นจริงจังเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ทำให้ความดุร้ายดั่งปีศาจแปรเปลี่ยนเป็นเสน่ห์อันตรายที่ชวนให้ใจสั่นสะท้าน พระองค์กำลังจะตรัสสิ่งใดต่อเพื่อทดสอบสตรีตรงหน้า ทว่า... *ตึง!* เสียงประตูด้านนอกถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาที่พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องพระพักตร์ด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมมและลมหายใจหอบกระชั้น "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเพคะ/พ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังลับของฮ่องเต้ทางทิศใต้เคลื่อนพลเร็วกว่ากำหนด... และ... และในตอนนี้ พวกมันกำลังล้อมรอบตำหนักพยัคฆ์คำรบของเราไว้หมดแล้ว!" จ้าวเฟยหลงยังไม่ทันได้ขยับพระองค์ ซูเหวินก็หรี่ตาลงทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อนางเหลือบไปเห็นกระดาษอีกแผ่นที่องครักษ์เงากำไว้แน่น—ตราประทับเลือดรูปดอกบัวโลหิตจาก 'สนมเอกมู่หรงเหม่ย'! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%