กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 25

แดนไกลที่ไม่เป็นใจ

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายคาวเลือดของสนธยาเจือจางลงด้วยละอองหิมะแรกแห่งฤดู ในห้องโถงรับรองของค่ายทหารประจำเขตชายแดนอุดร ไอร้อนจากเตาผิงสำริดลายวิหคเพลิงไม่สามารถขับไล่ความหนาวเหน็บที่เกาะกุมหัวใจของผู้คนได้ หลี่ซูเหวินนั่งนิ่งสงอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์สีเข้ม อาภรณ์ชั้นนอกเป็นเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเทาเงินปักลายเมฆมงคลด้วยดิ้นเงินบริสุทธิ์ ขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกขาว ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพรไหม นางกำลังกวาดสายตามองม้วนแผนที่ยุทธศาสตร์และรายชื่อกองกำลังพันธมิตรที่เพิ่งถูกส่งม้าเร็วมาส่ง การเดินทางมายังแดนไกลที่ไม่เป็นใจแห่งนี้ มิใช่เพื่อชมทิวทัศน์หิมะโปรยปราย หากแต่เป็นการเดินหมากตานิติโลก เพื่อดึง "แม่ทัพอี้" ขุนศึกเฒ่าผู้กุมกำลังทหารสามหมื่นนายสุดท้ายนอกเหนือจากอำนาจของฮ่องเต้จ้าวหยวน ให้มารวมเป็นเนื้อเดียวกับปีกซ้ายของกองทัพอ๋องปีศาจ "ท่านแม่ทัพอี้ดูเหมือนจะไม่ง่ายอย่างที่คาดการณ์ไว้กระมังเจ้าคะ..." สุเสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นางปรายตามองบุรุษผู้ยืนสง่านิ่งอยู่ริมหน้าต่าง จ้าวเฟยหลง ในชุดคลุมนักรบสีดำสนิทปักลายมังกรห้ากรงเล็บด้วยไหมสีทองเข้ม เรือนร่างสูงใหญ่สง่างามดั่งเทพสงครามผู้ลงมาจุติ แววตาคมปลาบดุดลพายุหิมะนอกหน้าต่าง เขาหันกลับมามองนาง มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา "คนแก่ที่นอนซมอยู่บนเตียงเพราะพิษไข้เรื้อรัง... ย่อมกลัวการสูญเสียอำนาจครั้งสุดท้ายมากกว่ากลัวความตาย" สุเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยตอบ ร่างสูงก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมสะบัดตามจังหวะการเคลื่อนไหว กลิ่นอายบุรุษเจือกลิ่นอายสงครามลอยเข้ากระทบประสาทสัมผัส "เขากำลังรอให้เราแสดงความอ่อนแอออกมา เพื่อจะได้ปฏิเสธการร่วมมืออย่างชอบธรรม" ซูเหวินวางพู่กันหยกในมือลง เสียงกระทบเบาๆ ดังก้องท่ามกลางความเงียบ นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยสติปัญญาและความมั่นใจที่ทำให้หัวใจของจ้าวเฟยหลงกระตุกวูบทุกครั้งไป "ความอ่อนแอ... หม่อมฉันไม่เคยมีไว้ให้ผู้ใดเห็นเพคะ ยิ่งเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างแม่ทัพอี้ ยิ่งต้องใช้ 'ยาแรง' ในการรักษา" นางลุกขึ้นยืน จัดอาภรณ์ให้เข้าที่ "คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับที่จวนเจ้าเมือง เราจะได้รู้กันว่า เขามีใจให้ราชสำนักเมืองหลวง หรือมีใจให้ความแค้นที่ฝังรากลึกในดินแดนรกร้างแห่งนี้กันแน่" พิธีต้อนรับจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายแต่แฝงด้วยความตึงเครียด โคมไฟกระดาษสีแดงส้มไหววูบตามแรงลมหนาวที่เล็ดลอดผ่านบานหน้าต่างแกะสลัก อาหารบนโต๊ะเป็นเนื้อย่างและสุราชายแดนรสจัดจ้าน แม่ทัพอี้ นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน แม้ใบหน้าจะซีดเซียวและมีร่องรอยแห่งวัยชรา แต่แววตาของขุนศึกผ่านศึกมาโชกโชนยังคงคมกริบ เขายกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียว ก่อนจะวางกระแทกโต๊ะเสียงดังสนั่น "ท่านอ๋อง... พระองค์เสด็จมาไกลถึงชายแดนอันทุรกันดารเช่นนี้ เกรงว่าจะทรงลำบากไม่น้อย" เสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้นโดยไม่มีความน้อมน้อมแม้แต่น้อย "อีกอย่าง พระองค์ทรงนำ... 'กุนซือหญิง' มาด้วย ช่างแปลกประหลาดนัก ในค่ายทหารและสนามรบ สตรีมีหน้าที่เพียงรินสุราและเย็บปักถักร้อย มิใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?" บรรยากาศในห้องโถงพล L- โพล่งความตึงเครียดขึ้นมาทันที นายกองรอบด้านต่างเงียบกริบ ลอบมองปฏิกิริยาของท่านอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม ทว่าจ้าวเฟยหลงยังคงนิ่งสงบ เขารินสุราลงในจอกของตนเองอย่างเชื่องช้า ราวกับไม่ได้ยินคำสบประมาทนั้น ซูเหวินไม่รอให้ท่านอ๋องต้องออกหน้า นางก้าวออกมาก้าวหนึ่ง คomคำนับอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก ท่วงท่าสง่างามไร้ที่ติ แววตาสุกสกาวดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืดปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน "คำกล่าวของท่านแม่ทัพช่างตรงไปตรงมาเสียจริงเพคะ..." ซูเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กังวานก้องไปทั่วห้องโถง "สตรีในใต้หล้าส่วนใหญ่ล้วนเย็บปักถักร้อย แต่น่าเสียดาย... ที่มือของหม่อมฉันคู่ควรกับการถือพู่กันพลิกแผ่นดิน มากกว่าการถือเข็มเย็บผ้า และในขณะที่ท่านแม่ทัพกำลังนอนซมด้วยพิษไข้ ปล่อยให้ชายแดนอุดรถูกลอบกัดจากสายลับแคว้นหลินทีละน้อย... ท่านยังคิดว่า 'หน้าที่ของสตรี' คือการรินสุราอยู่หรือเพคะ?" "บังอาจ!" นายกองคนหนึ่งตบโต๊ะลุกขึ้นชี้หน้าซูเหวิน "เจ้าเป็นเพียงสตรีชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาสามหามต่อหน้าแม่ทัพ!" ซูเหวินไม่แม้แต่จะชายตามองนายกองผู้นั้น นางยังคงจ้องมองแม่ทัพอี้ด้วยรอยยิ้มที่ลึกล้ำ "ต่ำหรือสูง... มิได้วัดกันที่บุรุษหรือสตรี แต่วัดกันที่ผลงานและการรักษาแผ่นดิน" ซูเหวินสะบัดแขนเสื้อ ชักม้วนกระดาษหนังแกะแผ่นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ แล้วโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าแม่ทัพอี้อย่างไม่เกรงกลัว "นี่คือรายชื่อสายลับแคว้นหลินสามสิบคนที่แทรกซึมเข้ามาในกองทัพของท่าน และนี่... คือหลักฐานการติดነกเงินทองระหว่างรองแม่ทัพคนสนิทของท่านกับราชสำนักเมืองหลวง" ดวงตาฝ้าฟางของแม่ทัพอี้เบิกกว้างขึ้นทันที เขารีบคว้าม้วนกระดาษนั้นขึ้นมาเปิดอ่าน มือที่ถือกระดาษสั่นเทาด้วยความตกตะลึง ใบหน้าซีดเซียวเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาว ข้อมูลในนั้นละเอียดและแม่นยำจนน่ากลัว ราวกับว่านางนั่งทางในมองเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในค่ายของเขา จ้าวเฟยหลงยกจอกสุระขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบทอดมองสตรีข้างกายด้วยความลุ่มหลงและชื่นชมระคนกัน "ท่านแม่ทัพอี้..." เสียงทุ้มต่ำของท่านอ๋องเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลังดั่งอสุนีบาต "สนมเอกมู่หรงแห่งเมืองหลวง กำลังส่งเสบียงตัดตอนพวกท่าน เพื่อให้พวกท่านอดตายและยอมจำนนต่อบัลลังก์ ในขณะที่เรา... ยื่นกองกำลังและเสบียงสิบหมื่นชั่งมาให้ ทางเลือกอยู่ในมือท่านแล้วว่าจะเลือก... ตายอย่างอนาถในฐานะกบฏ หรือร่วมมือกับเราเพื่อทวงคืนความยุติธรรม" ห้องโถงตกอยู่ในความเงียบงันสนิท มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวอยู่ภายนอก แม่ทัพอี้หอบหายใจหนักหน่วง เหงื่อกาฬไหลซึมตามขมับ ชายชราตระหนักได้ทันทีว่า ตนเองพ่ายแพ้ให้กับสติปัญญาของสตรีผู้นี้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่มเกม "กระหม่อม... ขอถวายตัวรับใช้ท่านอ๋องและคุณหนูหลี่พ่ะย่ะค่ะ!" ขุนศึกเฒ่าทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างจำนนต่อโชคชะตา แผนการก้าวแรกที่ชายแดนสำเร็จลุล่วงด้วยดี ความตึงเครียดคลี่คลายลง ทว่าในยามวิกาล เมื่อความเงียบสงบเข้าปกคลุมค่ายพักแรม ซูเหวินกลับยืนอยู่หน้าหน้าต่าง มองดูหิมะที่โปรยปรางลงมาอีกครา นางรู้ดีว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น เพราะข่าวกรองลับที่นางซ่อนไว้ในสำรับสุดท้ายเมื่อครู่... กำลังบอกความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดเอวบางเข้าหาอ้อมอกอบอุ่น คางคมเกยลงบนลาดไหล่ของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง "เจ้าซ่อนอะไรไว้อีก หญิงงามผู้เจ้าเล่ห์ของข้า?" สุเสียงกระซิบพร่าทุ้มข้างใบหู ซูเหวินเอี้ยวคอมองสบตาคมกริบ ดวงตานางสะท้อนประกายความกังวลวูบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง "หม่อมฉันเพียงแต่รู้สึกว่า... มีบางคนกำลังรอต้อนรับเราอยู่ที่ด่านหน้าถัดไป และคนผู้นั้น... ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับหม่อมฉันเลยเพคะ" ก่อนที่จ้าวเฟยหลงจะได้เอ่ยถามสิ่งใด เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดก็ดังขึ้น พร้อมกับทหารองครักษ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาคุกเข่าด้วยใบหน้าซีดเผือด "ท่านอ๋อง! คุณหนูหลี่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... มีราชสำนักลับจากเมืองหลวงส่งตรงมาถึงหน้าค่าย... ผู้ที่นำมาคือ 'คนสนิท' ของสนมเอกมู่หรง และเขาต้องการพบคุณหนูหลี่เป็นส่วนตัวพ่ะย่ะค่ะ!" หัวใจของซูเหวินกระตุกวูบ ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนเรียวปาก ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความแค้นที่รอวันสะสาง ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินหมากอันดุเดือดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%