กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 20

เลือดที่นองแผ่นดิน

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กเจือจางในอากาศ... ทว่าสำหรับหลี่ซูเหวินแล้ว กลิ่นนี้กลับเด่นชัดยิ่งกว่ากลิ่นกฤษณาเผาไหม้ในตำหนักจันทน์กระจ่าง "เจ้าแน่ใจหรือว่า แผนการในค่ำคืนนี้จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้?" น้ำเสียงแหบพร่าทว่าแฝงความเยียบเย็นดังขึ้นจากเบื้องหลังม่านมุกโปร่งแสง เสื้อคลุมผ้าต่วนสีม่วงเข้มปักลายหงส์ทองดิ้นเงินขยับไหวตามจังหวะการหายใจของผู้ถาม สนمเอกมู่หรงเหม่ยแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานบุปผาแรกแย้ม ทว่ากลับซ่อนพิษร้ายยิ่งกว่าแมงป่องพันตัว นัยน์ตาคู่คมกริบกวาดมองซูเหวินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความสมเพชเวทนา ซูเหวินในชุดกุนซือสตรีสีฟ้าครามปักลายเมฆาเรียบง่าย ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะอักษร เบื้องหน้าของนางคือแผนที่ยุทธศาสตร์และบัญชีลับที่นางใช้เวลาแรมเดือนในการรวบรวมเพื่อถวายแด่ฮ่องเต้จ้าวหยวน ทว่าในยามนี้ กระดาษแผ่นสำคัญเหล่านั้นกลับชุ่มโชกไปด้วยหยดเลือดสีชาดที่หยดลงมาจากเพดาน... หยดแล้วหยดเล่า "สนมเอกมู่ พระองค์ทรงลืมไปแล้วกระมัง ว่าสุนัขที่วิ่งตามเกมของผู้อื่น ย่อมไม่มีวันได้เลือกทิศทางเดินด้วยตนเอง" ซูเหวินกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีความตื่นตระหนกเจือปนแม้แต่น้อย แม้นางจะสัมผัสได้ถึงคมดาบที่ซ่อนอยู่หลังบานประตูแกะสลัก "ปากกล้านัก!" มู่หรงเหม่ยแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับที่องครักษ์เงาในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตพุ่งทะยานผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง แสงจันทร์สาดส่องกระทบคมดาบวับวาววับ บรรยากาศภายในตำหนักแปรเปลี่ยนเป็นสนามประหารในพริบตา ซูเหวินไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว นางปรายตามองเงาดาบที่พุ่งตรงเข้ามา ปิ่นหยกขาวบนมวยผมถูกดึงออกอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้เรือนผมสีดำสนิทสยายลงเคลีย1บ่าระหง มือเรียวบางหยิบถ้วยชาอุ่นขึ้นมาจรดริมฝีปาก แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด ท่วงท่าของนางยังคงสง่างามดั่งคุณوหญิงผู้สูงศักดิ์ในราชสำนัก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว "คิดหรือว่าข้าจะเดินทางมาที่นี่ โดยปราศจากการเตรียมการ?" ซูเหวินเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ทว่าในวินาทีนั้นเอง ความเจ็บแปลบราวกำลังถูกไฟแผดเผาก็แล่นพล่านจากหัวใจลามเลียไปทั่วร่าง *อั๊ก!* ลิ้มรสคาวเลือดทะลักออกจากปาก นางเซถลาลงคุกเข่ากับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ ถ้วยชาในมือร่วงหล่นแตกกระจาย น้ำชาสีชาดผสมยาพิษไร้สีไร้กลิ่นนองพื้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางก้มมองปลายเสื้อของตนที่บัดนี้เปื้อนไปด้วยโลหิตของตนเอง *ยาพิษสลายวิญญาณ...* ฤทธิ์ของมันรุนแรงเสียจนลมปราณในกายแตกซ่าน มู่หรงเหม่ยหัวเราะร่าด้วยความสะใจ แววตาเหี้ยมเกรียมจ้องมองเหยื่อที่กำลังดิ้นรน "เจ้าฉลาดนัก หลี่ซูเหวิน แต่เจ้าหลงกลความเย่อหยิ่งของตนเอง คิดหรือว่าน้ำชาถ้วยนั้นข้าจะเตรียมไว้ให้คนอื่น? เจ้าดื่มมันเข้าไปตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตำหนักนี้แล้ว!" ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัว เสียงหัวเราะของมู่หรงเหม่ยดังสะท้อนก้องในโสตประสาท องครักษ์เงาก้าวเข้ามาประชิด คมดาบจ่อตรงมาที่ลำคอระหง พร้อมที่จะปลิดชีพนางในดาบเดียว ทว่า ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ที่สุด รอยยิ้มเยือกเย็นกลับปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลี่ซูเหวิน นางกระอักเลือดออกมาอีกคำโต แต่นัยน์ตากลับทอประกายคมกริบดั่งเพชรน้ำเอกที่เจียระไนจากความตาย "ท่านคิดว่า... ข้าจะยอมตายคนเดียวหรือเพคะ?" สิ้นเสียงหวานกังวาน ทันใดนั้น ประตูไม้สักทองแกะสลักบานใหญ่ของตำหนักก็พังทลายลงด้วยแรงกระแทกมหาศาล! เศษไม้ปลิวว่อนไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมกับไอสังหารอันเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งตำหนักจนอุณหภูมิลดฮวบลงราวยืนอยู่กลางหิมะโปรย บุรุษในชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักลายมังกรทมิฬด้วยดิ้นทองก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น ร่างสูงสง่าแผ่รังสีอำมหิตที่กดดันให้ทุกคนในห้องแทบหยุดหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนทว่าเยียบเย็นราวดั่งปีศาจจากขุมนรก ดวงตาคู่นคมกริบกวาดมองสภาพของซูเหวินที่นอนจมกองเลือดเพียงชั่วพริบตา จ้าวเฟยหลง... ท่านอ๋องผู้ถูกเนรเทศและถูกขนานนามว่าปีศาจ บัดนี้เขายืนอยู่ ณ เบื้องหน้าพวกมันแล้ว บรรยากาศในตำหนักหยุดชะงักลงทันที มู่หรงเหม่ยหน้าถอดสีด้วยความตื่นตระหนก นางไม่คาดคิดว่าเขาจะกล้าบุกเข้ามาในเขตพระฐานชั้นในยามวิกาลเช่นนี้ จ้าวเฟยหลงไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ มือหนาดึงกระบี่ประจำกายออกจากฝัก เสียงโลหิตกระทบคมดาบก้องกังวาน นัยน์ตาดุจพญามารจ้องมองมู่หรงเหม่ยราวดั่งนางพญาที่รอวันถูกเด็ดหัว "ใครก็ตามที่แตะต้องนาง... วันนี้ต้องชดใช้ด้วยเลือดสิบล้านหยด" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเหี้ยมโหด ก่อนที่ร่างสูงจะพุ่งทะยานเข้าหาเหล่าองครักษ์เงาด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ เลือดสีชาดสาดกระเซ็นย้อมผนังตำหนักสีทองให้กลายเป็นสีแดงฉาน ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายนั้น จ้าวเฟยหลงสาวเท้าเข้ามาประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของซูเหวินขึ้นแนบอกอย่างทะนุถนอม สัมผัสอบอุ่นที่โอบกอดนางไว้ท่ามกลางพายุโลหิตทำให้ซูเหวินหลับตาลงด้วยความโล่งอก ทว่า ในขณะที่จ้าวเฟยหลงกำลังจะอุ้มนางฝ่าวงล้อมออกไป แผ่นป้ายหยกประจำตัวฮ่องเต้ที่ตกอยู่บนพื้นใกล้กองเลือด กลับสะท้อนแสงไฟวับวับ พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังมาจากเบื้องหลังม่านทึบ "ช่างเป็นฉากรักที่น่าประทับใจเสียจริง... เสด็จอา" เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ประดับอยู่บนใบหน้าของฮ่องเต้จ้าวหยวน ในมือของพระองค์ถือราชโองการลับฉบับใหม่ที่เพิ่งประทับตราหยก และปลายกระบี่ในมือของพระองค์... กำลังจ่อตรงมาที่แผ่นหลังของจ้าวเฟยหลงพอดิบพอดี! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - เงียบแต่ฟาดเรียบ -
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%