กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 19

กับดักความรักที่นางวางไว้

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นกำยานไม้กฤษณาหอมอบอวลอยู่ในห้องทรงพระอักษรส่วนพระองค์ ทว่าสำหรับหลี่ซูเหวิน กลิ่นหอมอันสูงค่านี้กลับเจือด้วยกลิ่นอายความคาวเลือดที่ฝังอยู่ในความทรงจำ นางนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าฮ่องเต้จ้าวหยวน มือเรียวบางปักปิ่นมุกหยดน้ำลงบนผ้าแพรต่วนสีชาดอย่างเชื่องช้า ดวงตาหงส์หรี่มองบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดแห่งแผ่นดินที่บัดนี้กำลังดื่มด่ำกับรสสุราโดยหารู้ไม่ว่าสุราจอกนั้นถูกปรุงแต่งด้วย 'กลอุบาย' ของนางเรียบร้อยแล้ว "ท่านอ๋องเฟยหลงยังคงดื้อรั้นนัก เขากล้าดียังไงถึงได้ปฏิเสธราชโองการเรียกตัวเข้าวังถึงสามครา" จ้าวหยวนเอ่ยเสียงกร้าว วางจอกสุราลงบนโต๊ะไม้จันทน์ดังปัง หลี่ซูเหวินแย้มยิ้ม มุมปากของนางยกขึ้นเพียงเล็กน้อยทว่าทอประกายเยือกเย็น "ฝ่าบาทเพคะ... พยัคฆ์ร้ายที่ถูกขังอยู่ในกรงมืดมิดมายาวนาน ย่อมมิอาจยอมก้มหัวให้ผู้ใดได้โดยง่าย หากอยากให้มันเชื่อง ท่านก็ต้องหยิบยื่น 'เหยื่อ' ที่มันโหยหาที่สุดให้เสียก่อน" "เจ้าหมายถึงอะไร ซูเหวิน?" จ้าวหยวนขยับกายเข้ามาใกล้ สายตาที่มองนางเปี่ยมด้วยความกระหายที่ซ่อนเร้นภายใต้ความระแวง "ความอ่อนแอเพียงหนึ่งเดียวของท่านอ๋อง... คือความรักที่เขามีต่อ 'สตรี' ในเงามืดคนหนึ่งเพคะ" นางขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขา กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวทำให้อีกฝ่ายเคลิบเคลิ้ม "หากหม่อมฉันสามารถล่อลวงให้เขาเผยตัวตนที่แท้จริงและทำลายความน่าเชื่อถือของเขาสู่สายตาขุนนางทั้งราชสำนักได้ ฝ่าบาทจะประทานรางวัลให้หม่อมฉันตามที่เคยลั่นวาจาไว้หรือไม่เพคะ?" จ้าวหยวนหัวเราะในลำคอ "ข้าจะให้เจ้าทุกอย่าง แม้แต่ตำแหน่งฮองเฮาที่ว่างเว้นอยู่ หากเจ้าทำให้พี่ชายต่างมารดาของข้าผู้นี้กลายเป็นสุนัขที่ไร้เขี้ยวเล็บได้" หลี่ซูเหวินก้มหน้าลงซ่อนประกายตาสมเพช นางรู้ดีว่าจ้าวหยวนลุ่มหลงในรูปลักษณ์ที่นางแสร้งแสดงออก ทว่าในใจของนางกลับจดจ่ออยู่กับการนับถอยหลังของเวลา... เวลาที่จะลากชายผู้นี้ลงจากบัลลังก์ที่เปื้อนเลือด เมื่อนางก้าวออกจากห้องทรงพระอักษร ลมเย็นยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้า หลี่ซูเหวินรีบมุ่งหน้าไปยังอุทยานหลวง ที่นั่น... จ้าวเฟยหลงยืนรออยู่ภายใต้ร่มเงาของต้นแปะก๊วย ใบไม้สีเหลืองทองร่วงหล่นลงมาบนไหล่กว้างของเขา เขาสวมชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายมังกรไร้เขี้ยว พลังอำนาจที่แผ่ออกมาดูน่าเกรงขามดุจปีศาจที่หลุดออกมาจากนรก "เจ้าไปยั่วยุเขามาหรือ" เสียงทุ้มต่ำของจ้าวเฟยหลงดังขึ้นโดยไม่หันมามอง "หากไม่ให้เขาลุ่มหลงจนขาดสติ เราจะวางหมากขั้นสุดท้ายได้อย่างไรเพคะท่านอ๋อง" หลี่ซูเหวินเดินเข้าไปใกล้ ยื่นมือไปปัดใบแปะก๊วยออกจากไหล่ของเขา สัมผัสของนางแผ่วเบาทว่าสั่นสะท้านไปถึงหัวใจของบุรุษผู้เย็นชา จ้าวเฟยหลงคว้าข้อมือนางไว้แน่น แววตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตานาง "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ ซูเหวิน... เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ใช่คนใจดีที่จะยอมให้คนของข้าตกอยู่ในอันตราย" "ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ต้องเป็นคน 'ดับไฟ' นั้นด้วยตัวท่านเอง" นางกระซิบชิดริมฝีปากเขา สัมผัสที่ล่อลวงนั้นไม่ใช่แค่การแสดง แต่คือคำมั่นสัญญาที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกัน ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าของนางกำนัลและขันทีที่กำลังเดินตรวจตราใกล้เข้ามา จ้าวเฟยหลงไม่รอช้า เขาโอบเอวนางแล้วดึงร่างบางเข้าหาตัวจนชิดแนบแน่น พลางโน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ที่ซอกคอขาวระหง นี่คือ 'กับดัก' ที่นางวางไว้เพื่อสร้างฉากต่อหน้าพยาน... ฉากที่ทุกคนจะได้เห็นว่าท่านอ๋องผู้เยือกเย็นได้ตกบ่วงเสน่หาของสตรีผู้เป็นหมากตัวสำคัญของฮ่องเต้จนหมดหัวใจ "พรุ่งนี้... เมื่อเขาเรียกตัวเจ้าเข้าพบในงานเลี้ยงฉลองกลางฤดูใบไม้ร่วง จงนำสุราพิษจอกนี้ไปวางไว้ที่โต๊ะของเขา" จ้าวเฟยหลงกระซิบเสียงเรียบข้างใบหูนาง พร้อมกับยัดขวดหยกเล็กๆ ใส่มือของนางอย่างแนบเนียน หลี่ซูเหวินชะงักไปครู่หนึ่ง พิษนี้ไม่ใช่พิษร้ายแรง แต่มันคือยาที่ทำให้ผู้ดื่มสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะและเผยธาตุแท้ออกมาในที่สาธารณะ "ท่านจะให้เขากลายเป็นคนบ้าต่อหน้าขุนนางทั้งแผ่นดิน?" "ข้าจะให้เขาทำลายตัวเอง... โดยใช้มือของเจ้าเป็นคนส่งดาบให้" จ้าวเฟยหลงผละออก แววตาของเขาไร้ความปรานี "และเมื่อถึงตอนนั้น... บัลลังก์ที่เขาหวงแหน ก็จะเป็นของข้าโดยชอบธรรม" ทว่าในขณะที่นางกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงฝีเท้าของขบวนเสด็จก็ดังใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงตะโกนของมู่หรงเหม่ยที่ดังแว่วมาตามลม "หยุดนะ! ใครอยู่ตรงนั้น!" แสงคบเพลิงสว่างจ้าขึ้นรอบอุทยาน หลี่ซูเหวินเห็นเงาของมู่หรงเหม่ยพุ่งเข้ามาพร้อมกับองครักษ์นับสิบ นางรู้ดีว่านี่คือแผนการที่จ้าวหยวนวางซ้อนไว้เพื่อจับผิดนางกับจ้าวเฟยหลงตั้งแต่ต้น หลี่ซูเหวินตัดสินใจในเสี้ยววินาที นางกระชากปิ่นหยกบนศีรษะออกแล้วปักลงบนหัวไหล่ของจ้าวเฟยหลงจนเลือดซึมออกมา ก่อนจะแสร้งทำเป็นกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวแล้วผลักเขาออกไปสุดแรง "ท่านอ๋อง! ท่านจะทำอะไรหม่อมฉัน! ฮือ... ฝ่าบาทช่วยด้วยเพคะ!" จ้าวเฟยหลงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอ่านเกมของนางออกทันที เขาแสร้งทำเป็นโกรธจัดและชักกระบี่ออกมาหมายจะฟาดฟัน แต่ในจังหวะที่มู่หรงเหม่ยมาถึง นางเห็นเพียงภาพท่านอ๋องที่กำลังเงื้อกระบี่ใส่สตรีผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ ทว่าท่ามกลางความโกลาหล หลี่ซูเหวินที่กำลังแสร้งสะอื้นกลับหยิบถุงผ้าแพรในอกเสื้อที่นางแอบสับเปลี่ยนกับของจ้าวเฟยหลงขึ้นมาถือกำไว้แน่น ในนั้นไม่ใช่ยาพิษ... แต่เป็นราชโองการลับที่นางแอบฉกฉวยมาจากโต๊ะทรงพระอักษรเมื่อครู่นี้ แสงคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าของมู่หรงเหม่ยที่บิดเบี้ยวด้วยความสะใจ "ท่านอ๋อง... ท่านบังอาจทำร้ายนางสนมของฮ่องเต้ โทษนี้ถึงตายนะเพคะ!" หลี่ซูเหวินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยมีน้ำตาบัดนี้กลับราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว นางหยิบม้วนกระดาษสีเหลืองทองออกมาจากถุงผ้าแพร ชูมันขึ้นเหนือหัวต่อหน้าขุนนางและเหล่าทหารที่กรูเข้ามา "ผู้ที่จะตาย... หาใช่หม่อมฉันไม่" นางเอ่ยเสียงเย็นเยียบกังวานไปทั่วอุทยาน "แต่เป็นผู้ที่ละเมิดกฎมณเฑียรบาลและวางแผนกบฏต่อแผ่นดิน... ในราชโองการฉบับนี้ มีลายพระหัตถ์ของอดีตฮ่องเต้ที่ถูกฝ่าบาทปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อสังหารเชื้อพระวงศ์!" ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าครอบคลุมราวกับความตาย มู่หรงเหม่ยหน้าถอดสี จ้าวเฟยหลงลดกระบี่ลงแล้วก้าวมายืนเคียงข้างนาง ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงปรบมือเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของพุ่มไม้ พร้อมกับร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวออกมา... ผู้ที่ไม่ควรจะปรากฏตัวในคืนนี้ "ช่างเป็นบทละครที่งดงามนัก..." จ้าวหยวนก้าวออกมาจากเงามืด แววตาของเขาอาฆาตมาดร้ายกว่าครั้งไหน "แต่พวกเจ้าคิดหรือว่า... ข้าจะปล่อยให้ 'หลักฐาน' ชิ้นนี้มีชีวิตรอดออกไปจากวังแห่งนี้ได้?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%