กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 3

ปะทะคมดาบในเงามืด

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
ปลายศัสตราอันเย็นเฉียบจดอยู่ที่ชีพจรเต้นระรัวบริเวณลำคอระหง กลิ่นอายสนิมเหล็กและกลิ่นอายความตายคละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นหอมเย็นของกำยานไม้กฤษณาในห้องบรรทมมืดสลัว หลี่ซูเหวินไม่แม้แต่จะกะพริบตา แววตาคู่คมกริบดั่งนิลกาฬทอประกายเยือกเย็นเหนือความคาดหมาย นางมิได้หวาดกลัวต่อคมดาบที่พร้อมจะปลิดชีพนางได้ทุกเมื่อ ตรงกันข้าม มุมปากของสตรีผู้สวมอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดกลับยกยิ้มขึ้นบางเบา ราวกับกำลังมองดูการแสดงงิ้วฉากหนึ่งที่นางล่วงรู้ตอนจบเป็นอย่างดีแล้ว "เจ้าวางยาพิษสนมเอกของน้องชายข้า... แต่ดูเหมือนว่า... เจ้าเองก็กำลังจะตกเป็น 'เชลย' บนเตียงของเปิ่นหวางในคืนนี้เช่นกัน หึ..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายในฤดูหนาวดังชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ตรงลาดไหล่เปลือยเปล่าไม่ได้ทำให้หลี่ซูเหวินสะท้านสะเทือน นางค่อยๆ เบนสายตาขึ้นสบกับดวงเนตรคมกลาภของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น 'อ๋องปีศาจ' แห่งแดนเหนือ จ้าวเฟยหลง ผู้ซึ่งควรจะถูกกักบริเวณอยู่ ณ ตำหนักร้างชายขอบแคว้น เหตุใดจึงมายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้านางในยามวิกาลเช่นนี้ได้เล่า "ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วกระมังเพคะ..." ซูเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้างค่อยๆ ขยับเข้าหาเข็มเงินเคลือบพิษที่ซ่อนไว้ "หม่อมฉันมิได้วางยาพิษสนมมู่หรง... แต่หม่อมฉันเพียงแค่ 'ทวงคืน' สิ่งที่นางสมควรได้รับต่างหาก" จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย คมดาบในมือยังคงจ่อแนบเนื้อ แต่น้ำหนักกดลดลงครึ่งส่วน ความสนใจของเขาไม่ได้อยู่ที่คำแก้ตัวของนาง หากแต่เป็นประกายความแค้นอันล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตานิ่งสงบนั้น มันเป็นแววตาของคนตายที่ฟื้นคืนชีพ เป็นความเด็ดเดี่ยวที่สตรีทั่วไปไม่มีทางมี "กล้าหาญยิ่งนัก..." อ๋องปีศาจแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาอีกข้างเอื้อมเข้าคว้าคางมนของนาง บังคับให้เงยหน้าขึ้นรับแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายดอกเหมย "สตรีทั่วหล้าต่างหวาดกลัวเมื่อได้ยินนามของเปิ่นหวาง แต่เจ้า... กลับมองข้าด้วยสายตาของนักล่าที่กำลังประเมินเหยื่อ หลี่ซูเหวิน เจ้าเป็นใครกันแน่ สายลับของฝ่าบาท หรือภูตผีที่คลานขึ้นมาจากขุมนรกเพื่อทวงแค้น?" "หากหม่อมฉันเป็นภูตผีจริง ท่านอ๋องไม่เกรงกลัวบ้างหรือเพคะ ว่าวิญญาณตนนี้จะลากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดลงไปชดใช้ในขุมโลกันตร์ด้วย" ซูเหวินหาได้สะท้านต่อแรงบีบที่คางไม่ นางแย้มยิ้มหยัน นัยน์ตาดุดั่งหงส์เหินสะท้อนเงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษตรงหน้า "รวมถึง... พระองค์ด้วย" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องบรรทมชั่วขณะ บรรยากาศรอบกายตึงเครียดจนแทบหยดเป็นหยาดเลือด จ้าวเฟยหลงจ้องมองสตรีในอ้อมกอดด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำที่ก่อตัวขึ้นในอก หัวใจที่ด้านชามานานนับปีจากการถูกหักหลังและเนรเทศ กลับเต้นรำด้วยจังหวะแปลกประหลาดเมื่อเผชิญหน้ากับความดื้อรั้นและสติปัญญาที่ซ่อนอยู่ภายใต้รูปโฉมงดงามหยาดเยิ้มนี้ "น่าสนใจ..." จ้าวเฟยหลงกระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ ดาบในมือถูกสะบัดเก็บเข้าฝักอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ก่อนที่วงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กจะรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าประชิดแนบกายอย่างไร้ความปรานี "ในเมื่อเจ้าบอกว่าเปิ่นหวางคือผู้เกี่ยวข้อง... เช่นนั้น เรามาลองดูกันว่า ระหว่างคมดาบของข้า กับแผนการล้างแค้นตื้นเขินของเจ้า สิ่งใดจะพังทลายลงก่อนกัน!" ร่างบางถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนอนกว้างที่ปูด้วยแพรพรรณสีนิลสนิทอย่างไม่ทันตั้งตัว น้ำหนักตัวของบุรุษผู้เจนจัดในสนามรบทาบทับลงมาทันที กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังและดุดันแผ่ซ่านเข้าโอบล้อมหลี่ซูเหวินไว้ทุกด้าน อาภรณ์ปักดิ้นทองของจ้าวเฟยหลงเสียดสีกับชุดผ้าไหมสีเพลิงของนาง เกิดเป็นเสียงกรอบแกรบแผ่วเบาในความเงียบ ซูเหวินมิได้ดิ้นรนขัดขืนอย่างตื่นตระหนกดังเช่นสตรีทั่วไป นางเพียงแต่หรี่ตาลง มือเรียวที่ซ่อนพิษไว้เตรียมพร้อมจะสะบัดออก แต่ทว่า จ้าวเฟยหลงกลับรู้ทัน เขาใช้มือข้างหนึ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของนางไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างไล้ไปตามกรอบหน้าเนียนนุ่ม สัมผัสนั้นแฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นแต่กลับทำให้ผิวเนื้อสั่นสะท้าน "อย่าได้คิดใช้ลูกไม้ตบตาเปิ่นหวางเป็นครั้งที่สอง..." เสียงทุ้มกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มสาง "ข้าไม่ใช่จ้าวหยวนผู้อ่อนหัด ที่จะยอมตกหลุมพรางความงามของเจ้า... แต่ถ้าเจ้าคิดจะเล่นเกมนี้กับข้า เจ้าต้องเอา 'ทั้งตัวและหัวใจ' ของเจ้ามาเดิมพัน" "ท่านอ๋องทรงลำพองใจเกินไปแล้วเพคะ..." ซูเหวินเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้สถานะจะตกเป็นรอง แต่นางหาได้ยอมจำนนไม่ ปลายเล็บแหลมคมจิกเข้าที่หลังมือของเขาจนเกิดรอยแดง "คิดจะจับเชลยเช่นหม่อมฉันเกรงว่าพระองค์จะทรงประเมินพิษสงของเชลยตนนี้ต่ำเกินไป..." สิ้นคำพูดของนาง ประตูห้องบรรทมด้านนอกก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงโห่ร้องขององครักษ์เสื้อแพรดังเซ็งแซ่เข้ามาใกล้ พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาทางช่องประตู "ทูลท่านอ๋อง! พบร่องรอยผู้บุกรุกหลบหนีมาทางนี้พะยะค่ะ! ค้นให้ทั่ว! อย่าให้คนร้ายหนีไปได้!" เสียงตะโกนก้องของหัวหน้าองครักษ์หลวงดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างนับสิบที่กำลังพุ่งตรงมายังตำหนักนี้ จ้าวเฟยหลงชะงักเล็กน้อย ดวงเนตรคมกริบก้มลงมองสตรีใต้ร่างที่เวลานี้กลับแย้มยิ้มเยาะเย้ยเขาอย่างท้าทาย นางจงใจปล่อยข่าวลร่องรอยให้คนของฮ่องเต้ตามมาถึงที่นี่ เพื่อดึงเขาลงมาพัวพันกับความโกลาหลครั้งนี้ตั้งแต่เริ่มต้น! "เจ้าแผนงานนักนะ..." จ้าวเฟยหลงกัดฟันกรอดด้วยความขัดเคืองระคนทึ่ง ซูเหวินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับด้วยความสะใจ "เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเพคะ ท่านอ๋อง... หากทรงไม่อยากถูกกล่าวหาว่าสมรู้ร่วมคิดกับมือวางยาพิษสนมเอก พระองค์คงต้องทรงหาทางพา 'เชลย' ผู้นี้หนีออกไปให้พ้นจากที่นี่เสียก่อนแล้วกระมัง" ทว่า ก่อนที่จ้าวเฟยหลงจะทันได้เอאวาจาใดตอบโต้ ประตูชั้นในสุดที่ปิดสนิทก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรงด้วยปลายดาบอันคมกริบ แสงไฟสว่างจ้าเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมลายมังกรห้าเล็บของฮ่องเต้จ้าวหยวน ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาดุดั่งสัตว์ร้ายที่จนมุม "พี่ใหญ่... ดึกดื่นป่านนี้ ไฉนท่านจึงมาคลอเคลียอยู่กับ 'สตรี' ที่บังAาญวางยาพิษสนมรักของ朕 (เรา) เล่า?" ฮ่องเต้จ้าวหยวนกวาดสายตามองภาพคนทั้งสองบนเตียงด้วยรอยยิ้มหยัน ก่อนจะสะบัดมือเรียกทหารองครักษ์นับร้อยกรูเข้ามาปิดล้อมห้องบรรทมไว้จนมิดชิด "หรือว่า... แผนการกบฏครั้งนี้ พระองค์ทรงเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมดจริงๆ!" หลี่ซูเหวินหุบยิ้มทันที หัวใจกระตุกวูบเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจผู้พรากทุกสิ่งไปจากนางอีกครั้ง แต่ในขณะที่สถานการณ์กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย จ้าวเฟยหลงกลับแค่นหัวเราะเสียงดังลั่นห้อง เขาไม่เพียงแต่ไม่ลุกขึ้นจากร่างนาง หากแต่กลับก้มลงกระซิบข้างหูซูเหวินด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อฟ้าดิน "ดูเหมือนว่า... เราสองคนคงต้องผูกสมัครรักใคร่กันไปจนวันตายเสียแล้วกระมัง... พระชายาของเปิ่นหวาง" แล้วจ้าวเฟยหลงก็คว้าตัวซูเหวินเข้าสู่อ้อมกอด พลิกกายหลบคมดาบเล่มแรกที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับชักกระบี่ประจำกายออกตวัดรับการโจมตีอย่างดุเดือดท่ามกลางหิมะราตรีที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคืนอันหนเหน็บและเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - "เงียบแต่ฟาดเรียบ"
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%