กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 2

หมากแรกบนกระดานแห่งชะตา

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของกำยานดอกซิ่งฮวาที่ลอยอลวนอยู่ภายในตำหนักปีกตะวันตก หาได้มีความสงบเยือกเย็นดังเช่นที่ผู้คนภายนอกวาดฝันไม่... มันคละคลุ้งไปด้วยความตึงเครียดอันละเอียดอ่อน ดั่งเส้นไหมที่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ ใกล้จะขาดสะบั้นลงในทุกๆ ลมหายใจเข้าออก หลี่ซูเหวินปักปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์เคียงมังกรลงบนมวยผมสีดำสนิท นัยน์ตาดอกท้อคู่คมกริบกวาดมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกเงาทองเหลืองขัดมัน แววตาคู่นั้นเยียบเย็นและลุ่มลึกราวกับบึงน้ำโบราณที่ก้นบึงเต็มไปด้วยซากศพและความแค้นฝังรากลึก หญิงสาวอยู่ในชุดกระโปรงผ้าไหมแพรต่วนสีมรกตเข้ม ปักลวดลายดอกโบตั๋นด้วยดิ้นเงินระยิบระยับ ทุกฝีเข็มประณีตบรรจงจนแทบไร้ที่ติ ทว่าอาภรณ์งดงามราวนางพญาชุดนี้ หาได้มีไว้เพื่อประชันความงามในงานคัดเลือกสนมเอกไม่... แต่มันคือชุดไว้ทุกข์ล่วงหน้าสำหรับ 'มู่หรงเหม่ย' สตรีผู้กำลังจะเหยียบย่ำศพตระกูลหลี่เพื่อก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในวังหลวง "คุณหนูเจ้าคะ..." เสียงกระซิบพร่าสั่นจากสาวใช้คนสนิทดังขึ้นที่เบื้องหลัง พร้อมกับหีบไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายวิจิตรที่ถูกเปิดออก เผยให้เห็นขวดกระเบื้องเคลือบสีชาขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยภายใน "ทุกอย่าง... เตรียมพร้อมเรียบร้อยตามคำสั่งแล้วเจ้าค่ะ" ซูเหวินมิได้หันกลับไปมอง นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มปานหยาดน้ำค้างบนกลีบดอกไม้ แต่กลับหนาวเหน็บเสียจนสาวใช้ต้องรีบก้มหน้าลงต่ำด้วยความหวาดกลัว "ดี..." สุ้มเสียงหวานใสกังวานราวดนตรีจีนโบราณเอ่ยขึ้นแผ่วเบา "มู่หรงเหม่ยรักความสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าสิ่งใด นางปรารถนาจะเป็นดอกไม้ที่งามที่สุดในสายพระเนตรของฮ่องเต้ ความเย่อหยิ่งและมักใหญ่ใฝ่สูงนั่นแหละ... คือดาบที่จะย้อนกลับมาเสียบแทงหัวใจของนางเอง" ในโลกก่อน นางเคยโง่งอมืดบอด ถูกมารยาและภาพลักษณ์อันแสนบริสุทธิ์ของมู่หรงเหม่ยหลอกใช้จนตระกูลหลี่ต้องกลายเป็นผุยผง บิดาถูกประหารชีวิตโดยข้อหากบฏที่ถูกกัมพลสร้างขึ้น มารดาตรอมใจตาย และตัวนาง... ถูกบังคับให้ดื่มยาพิษจนกระอักเลือดตายอย่างไร้ค่าในตำหนักเย็นที่หนาวเหน็บ แต่วันนี้... สวรรค์เมตตา (หรืออาจเป็นนรกที่ปฏิเสธรับวิญญาณอาฆาตของนาง) ย้อนเวลากลับมาให้ซูเหวินยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นอีกครั้ง หมากทุกตัวบนกระดานแห่งชะตากรรมนี้ นางจะเป็นผู้เดินเอง และศัตรูทุกนางจะต้องชดใช้ด้วยเลือดและน้ำตา! ยามโหย่ว (17.00 - 18.50 น.) ณ สวนหย่อมหลวนชุน ดอกเบญจมาศสีทองอร่ามกำลังเบ่งบานรับลมหนาวระลอกแรก เหล่าคุณหนูจากตระกูลขุนนางใหญ่ต่างมารวมตัวกันเพื่อรอการประกาศรายชื่อรอบสุดท้ายก่อนเข้าสู่ตำหนักใน บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นแป้งร่ำราคาแพงและเสียงหัวเราะต่อกระซิบอันจอมปลอม มู่หรงเหม่ยในชุดผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีแดงสดใส ยืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางกลุ่มคุณหนู นางงามสง่าราwithเทพเซียนลงมาจุติ รอยยิ้มอ่อนหวานและวาจาอันไพเราะทำให้บรรดาคุณหนูต่างพากันเข้ามารุมล้อมประจบประแจงราวกับนางพญาผึ้ง "พี่หญิงมู่หรง ช่างงดงามโดดเด่นยิ่งนักเพคะ เกรงว่าในงานคัดเลือกพรุ่งนี้ ตำแหน่งสนมเอกคงหนีไม่พ้นมือท่านเป็นแน่แท้" บุตรีอัครเสนาบดีรองเอ่ยเยินยอด้วยแววตาอิจฉาริษยาที่ซ่อนไว้ไม่มิด มู่หรงเหม่ยแย้มยิ้มอย่างถ่อมตัว ทว่าประกายความลำพองใจในดวงตากลับปิดไม่มิด "น้องกล่าวเกินไปแล้วเพคะ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับพระเมตตาของฝ่าบาท... ตัวข้าเป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ มิอาจบังอาจคาดเดาพระราชหฤทัยได้หรอกเพคะ" ทันTนั้นเอง สาวใช้คนสนิทของมู่หรงเหม่ยก็รีบวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาใกล้ พร้อมกับถาดน้ำชาเซรามิกเคลือบสีฟ้าครามที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของชาดอกเหมย "คุณหนูเจ้าคะ... ชาดอกเหมยอุ่นๆ เพคะ บ่าวไปต้มมาให้ท่านจิบแก้กระหายระหว่างรอ" มู่หรงเหม่ยขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจในความสะดุดหยุดลงของบ่าว "เจ้าช่างไม่รู้กาลเทศะเอาเสียเลย ข้ากำลังสนทนากับคุณหนูท่านอื่นอยู่ ไดยกน้ำชามาตอนนี้เล่า?" "บ่าว... บ่าวสมควรตายเพคะคุณหนู แต่... แต่คุณหนูหลี่ซูเหวินเป็นผู้กำชับให้บ่าวรีบนำมาให้ท่านดื่มเพื่อบำรุงพระพักตร์และสุริยันก่อนเข้าเฝ้าในวันพรุ่งนี้ นางบอกว่าเป็นสมุนไพรหายากที่ตระกูลหลี่ตั้งใจนำมามอบให้เพื่อแสดงความยินดีล่วงหน้าเจ้าค่ะ" ชื่อของ 'หลี่ซูเหวิน' ทำให้มู่หรงเหม่ยชะงักไปเล็กน้อย แม้ในใจจะนึกชิงชังตระกูลหลี่ที่มีอำนาจและสติปัญญาโดดเด่นคอยคานอำนาจตระกูลมู่หรงอยู่เสมอ แต่นางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่อง หากหลี่ซูเหวินผู้เย่อหยิ่งจองหองถึงกับต้องยอมก้มหัวส่งของกำนัลมาประจบสอพลอนางก่อน ย่อมแสดงว่าตระกูลหลี่เริ่มหวั่นเกรงอำนาจของนางแล้วสินะ! "หึ... ช่างรู้ความยิ่งนัก" มู่หรงเหม่ยแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหยิบจอกชาขึ้นมาด้วยท่าทางอวดดี "ในเมื่อหลี่ซูเหวินอุตส่าห์ส่งคนมาแสดงความภักดีถึงเพียงนี้ ข้าก็ควรจะรับน้ำใจนี้ไว้เสียหน่อย... ให้คนอื่นเห็นว่าข้าใจกว้างเพียงใด" นางหาได้รู้ไม่... ว่าในมุมมืดหลังแนวพุ่มไม้ทึบห่างออกไปไม่ไกล หลี่ซูเหวินกำลังยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น นัยน์ตาคู่คมสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวาววับดั่งปีศาจสาวที่กำลังรอคอยเวลาขย้ำเหยื่อ *ดื่มเข้าไปสิ... มู่หรงเหม่ย* ซูเหวินรำพึงในใจอย่างเงียบเชียบ *ชาถ้วยนั้น หาใช่ชาบำรุงผิวพรรณไม่... แต่มันคือ 'ผงสลายเสียง' ชั้นดีที่ผสมกับเกสรดอกราคะพิษ* ยาพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น เมื่อดื่มเข้าไปจะไม่แสดงอาการในทันที แต่จะออกฤทธิ์อย่างรุนแรงในยามที่ร่างกายต้องใช้เสียงหรือความตื่นเต้นสูงสุด... เช่น ในวินาทีที่กำลังก้าวขึ้นสู่ท้องพระโรงเพื่อถวายบังคมต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ และถูกเรียกชื่อให้อ่านโคลงกลอนถวายพระพร! ยามนั้น... เสียงอันไพเราะเสนาะหูที่ใช้มัดใจบุรุษ จะพลันแหบแห้งราวกระดาษทรายถูกฉีกขาด และจะมีเพียงเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับผื่นแดงพุพองที่จะผุดขึ้นทั่วพระพักตร์และเรือนร่างของนาง จนกลายเป็นตัวตลกที่น่าเกลียดน่ากลัวที่สุดในประวัติศาสตร์ราชสำนัก! ความอัปยศนี้ จะทำลายอนาคตและศักดิ์ศรีของมู่หรงเหม่ยจนไม่เหลือชิ้นดี มู่หรงเหม่ยยกจอกชาขึ้นจิบจนหมดรวบรวดเดียว โดยไม่ทันสังเกตเห็นเศษผงสีขาวละเอียดที่ติดอยู่ก้นจอกแม้แต่น้อย รสชาติหวานหอมละมุนแผ่ซ่านไปทั่วลำคอทำให้นางแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจ "รสชาติดีทีเดียว... ฝากบอกคุณหนูหลี่ด้วย ว่าข้ารับน้ำใจนี้ไว้แล้ว" ซูเหวินหมุนตัวกลับช้าๆ ชายกระโปรงสีมรกตสะบัดพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดินอันสง่างาม นางไม่จำเป็นต้องอยู่ดูจุดจบในตอนนี้ เพราะหมากตานี้ถูกวางไว้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว... ทว่า ในขณะที่ซูเหวินกำลังจะก้าวพ้นเขตสวนหย่อมเพื่อกลับไปยังตำหนักของตน ข้อมือเรียวเล็กกลับถูกมือปริศนาคว้าหมับเข้าอย่างแรง! พละกำลังมหาศาลที่ฉุดกระชากทำให้นางเซถลาเข้าไปปะทะกับแผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและอันตรายยิ่ง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับสุ้มเสียงทุ้มต่ำ เยือกเย็น ดุร้าย ราวกับราชสีห์หนุ่มที่เพิ่งตื่นจากการจำศีลกระซิบกระซาบชิดริมฝีปาก "เล่นสนุกกับเหยื่อตัวน้อยจนพอใจแล้วหรือ... กุนซือคนเก่งของเปิ่นหวาง?" ซูเหวินเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง นางรีบเงยหน้าขึ้นมองบุคคลผู้มาใหม่ในเงาดำสลัวของต้นสนพัน年 ทันทีที่สบเข้ากับนัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาของ 'จ้าวเฟยหลง' ท่านอ๋องปีศาจผู้ถูกเนรเทศที่ควรจะอยู่ ณ ชายแดนอันหนาวเหน็บ หัวใจของนางก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง เขากลับมาเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อไหร่? และ... เขารู้เห็นแผนการทั้งหมดของนางมากแค่ไหนกัน?! จ้าวเฟยหลงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับดาบไล้เบาๆ บนแก้มเนียนนุ่มของซูเหวินอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่เขาจะกระซิบประโยคถัดมาที่ทำให้เลือดในกายของนางเย็นเฉียบ "เจ้าวางยาพิษสนมเอกของน้องชายข้า... แต่ดูเหมือนว่า... เจ้าเองก็กำลังจะตกเป็น 'เชลย' บนเตียงของเปิ่นหวางในคืนนี้เช่นกัน หึ..." ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%