รสชาติของโลหิตที่ตีรวนขึ้นมาในลำคอยามสำลักความตาย ยังคงฝังแน่นอยู่บนปลายลิ้น ราวกับหมึกจีนสีชาดที่หยดลงบนกระดาษซับน้ำมันจนแผ่ขยายเป็นวงกว้าง
หลี่ซูเหวินสะดุ้งเฮือก ร่างบางภายใต้อาภรณ์แพรต่วนสีมุกปักลายดอกเหมยกระเพื่อมไหวตามจังหวะหอบหายใจ โสตประสาทของนางยังคงก้องกังวานด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันของมู่หรงเหม่ย และเสียงโซ่ตรวนที่ลากครูดไปกับพื้นศิลาอันหนาเหน็บในตำหนักเย็น
ทว่า… ความหนาเหน็บนั้นมิได้บาดลึกถึงกระดูกอีกต่อไป สิ่งที่สัมผัสผิวกายในยามนี้กลับเป็นความอุ่นร้อนของไอน้ำที่ลอยกรุ่นมาจากกระถางทองเหลืองสลักลายหงส์คู่ และกลิ่นหอมละมุนของกำยานไม้กฤษณาที่เผาผลาญความมืดมิดในยามราตรี
นางกวาดสายตาคมปลาบมองไปรอบห้องนอนอันคุ้นตา — เตียงไม้ฮวาหลีม่านมุ้งผ้าโปร่งสีเขียวอ่อน ตั่งไม้แกะสลักวางพู่กันและแท่นหมึก และหน้าต่างบานแกะสลักที่เปิดรับแสงจันทร์นวลตา
นี่คือเรือนพักส่วนตัวของนาง… ในจวนสกุลหลี่
ไม่ใช่คุกใต้ดินมืดมิด และไม่ใช่กองเพลิงที่แผดเผาตระกูลหลี่จนมอดไหม้เป็นจุลเมื่อสามปีก่อน
“คุณหนูเจ้าคะ บ่าวต้มน้ำชาดอกเบญจมาศมาให้แล้วเพิ่งอุ่นๆ เจ้าค่ะ ดื่มเสียหน่อยเถิดนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ท่านก็ต้องเดินทางไปเข้ารับการคัดเลือกเป็นข้าหลวงหญิงในวังหลวงแล้ว บ่าวเป็นห่วงเหลือเกินว่าท่านจะนอนไม่หลับ”
เสียงของ ‘ชุนเอ๋อร์’ สาวใช้คนสนิทผู้เคยเอาชีวิตเข้าปกป้องนางจนลมหายใจสุดท้าย ดังขึ้นแผ่วเบาพร้อมกับร่างเล็กที่ก้าวเข้ามาพร้อมถาดกระเบื้องเคลือบสีฟ้า
ซูเหวินนิ่งงั้น สมองอันเฉียบคมหมุนวนประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก
*ย้อนเวลากลับมา*… สวรรค์เมตตานาง หรือจงใจส่งนางกลับมาลงทัณฑ์ในขุมนรกเดิมกันแน่?
คืนนี้ คือคืนก่อนวันคัดเลือกข้าหลวงหญิง — จุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทั้งหมดที่นำพาตระกูลหลี่ไปสู่ความพินาศ และนำพา “เขา” ไปสู่การถูกเนรเทศอย่างไร้ความปรานี
“ชุนเอ๋อร์” นางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาจนสาวใช้ชะงักมือที่กำลังวางถาดน้ำชา
“เจ้าค่ะ คุณหนู?”
“หยิบกระจกทองเหลืองมาให้ข้าที”
ชุนเอ๋อร์ขมวดคิ้วด้วยความฉงน แต่ก็ยอมทำตามโดยดี เงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองปรากฏใบหน้างดงามที่ยังเยาว์วัยไร้รอยแผลเป็นจากคุกใต้ดิน ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีแววตาหวาดกลัวหรืออ่อนต่อโลกอีกต่อไป หากแต่ลุ่มลึก เยือกเย็น และคมกริบดั่งใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักแพร
“คุณหนู… ท่านดูแปลกไปนะเจ้าคะ” ชุนเอ๋อร์เอ่ยด้วยความกังวล
ซูเหวินวางกระจกimลงเบาๆ นางยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น
“แปลกกระนั้นหรือ? ดีแล้ว… ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้ข้าได้มีโอกาสถือหมากกระดานนี้อีกครั้ง หมากทุกตัวที่เคยเหยียบย่ำสกุลหลี่… ข้าจะค่อยๆ เด็ดปีกทีละข้าง ให้พวกมันได้ลิ้มรสชาติของการตกจากที่สูงจนแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี!”
วาจานั้นเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังและเยือกเย็นจนชุนเอ๋อร์ถึงกับขนลุกซู่โดยไม่ทราบสาเหตุ
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นสามครั้ง ทำลายความเงียบสงบในยามวิกาล
“ใคร?” ซูเหวินหรี่ตาลง
“เรียนคุณหนู… มีจดด่วนจากห้องหนังสือของท่านพ่อเจ้าค่ะ แจ้งว่ามีแขกคนสำคัญมาเยือนยามวิกาล และต้องการพบท่านเป็นการส่วนตัว” เสียงพ่อบ้านหลี่ลอดเข้ามา
ซูเหวินขยับกายลุกขึ้นจากเตียง ชายกระโปรงผ้าแพรพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน นางหยิบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์มาสวมทับ เพื่อซ่อนประกายไฟแห่งความแค้นที่กำลังลุกโชนอยู่ในอก
แขกยามวิกาล? ในคืนก่อนวันคัดเลือกข้าหลวงหญิงเช่นนี้ จะเป็นใครไปได้นอกจาก… หมากตัวสำคัญที่นางจะต้องใช้พลิกกระดานแผ่นนี้
ยามเมื่อบานประตูไม้แกะสลักถูกเปิดออก สายลมหนาวเหน็บแห่งเหมันตฤดูพัดพาเอาเกล็ดหิมะโปรยปรายเข้ามา ในเงาสลัวของระเบียงทางเดิน ปรากฏร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเร้นเมฆา ไหล่กว้างนั้นปกคลุมด้วยไอเย็นยะเยือกแห่งสนามรบ ใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลักแต่ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ดวงเนตรคมปลาบคู่นั้นทอดมองมาที่นางนิ่งสนิท ราวกับพญาเหยี่ยวที่กำลังจ้องมองเหยื่อ… หรือบางที อาจเป็นสตรีเพียงคนเดียวในใต้หล้าที่เขายอมลดตัวลงมามอง
นั่นคือ ‘จ้าวเฟยหลง’… ท่านอ๋องผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นปีศาจแห่งแดนเหนือ ผู้ซึ่งในอนาคตจะกุมอำนาจล้นฟ้าและเหยียบย่ำบัลลังก์มังกรจนสั่นสะเทือน
“หลี่ซูเหวิน” สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในพงไพรดังขึ้น
ซูเหวินมิได้หลบสายตา นางย่อกายทำความเคารพอย่างงดงามไร้ที่ติ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ มุมปากประดับรอยยิ้มรู้ทันที่ทำให้อ๋องปีศาจถึงกับชะงักงัน
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว… ลมอะไรหอบท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์มาเยือนเรือนพักของหญิงสาวสามัญเช่นหม่อมฉันหรือเพคะ?”
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือหนายื่นแผ่นป้ายหยกสีเลือดมาตรงหน้านาง
“ข้าได้ข่าวว่าเจ้ากำลังจะเข้าวังเพื่อเป็นข้าหลวงหญิง… สนใจมาเป็น ‘กุนซือ’ ในเงาของข้า แทนที่จะไปเป็นนางสนมก้นตำหนักของเสด็จพี่หรือไม่?”
หัวใจของซูเหวินกระตุกวูบ แต่นางกลับแย้มยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาประกายแสงคมปลาบ
…เกมการเมืองที่นางรอคอย ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
***
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและฟาดฟันอำนาจไปกับซูเหวินและท่านอ๋องนะคะ!
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 1
หวนคืนจากกองเพลิง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!