กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นหอมจางๆ ของกำยานไม้กฤษณา ลอยอบอวลอยู่ภายใต้ความมืดมิดของหอสมุดหลวงชั้นใน สถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนจากกาลเวลาและสายตาของผู้คน
หลี่ซูเหวินก้าวเท้าอย่างแผ่วเบa ดั่งภูตพรายที่เคลื่อนกายผ่านม่านหมอก สตรีในชุดกระโปรงยาวสีครามเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินระยิบระยับ แขนเสื้อกว้างถูกรวบเก็บไว้อย่างทะัดทัดเพื่อความคล่องตัว มือเรียวบางภายใต้ถุงมือผ้าแพรสีดำถือตะเกียงสำริด สBงแสงสีส้มสั่นไหวขับเน้นให้ใบหน้าอันงดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนดูเคร่งขรึมและเยือกเย็นยิ่งขึ้น
ความเงียบงันภายในหอสมุดแห่งนี้ช่างน่าหวาดหวั่น แต่มันยังน้อยกว่าความระอุของเปลวเพลิงแห่งความแค้นที่สุมอยู่ในอกของนาง
ทุกย่างก้าวที่นางเหยียบย่างลงบนพื้นไม้สักทอง คือการเดินตามรอยเลือดของสมาชิกสกุลหลี่ผู้บริสุทธิ์นับร้อยชีวิตที่ต้องสังเวยให้กับความโลภและอำนาจมืดของบัลลังก์มังกร
ซูเหวินหยุดยืนเบื้องหน้าชั้นไม้แกะสลักลวดลายมังกรห้าเล็บ ชั้นที่ถูกปิดตายด้วยโซ่ตรวนทองเหลืองและยันต์ผนึกของราชสำนัก แต่นั่นหาใช่ปัญหาสำหรับกุนซือผู้ล่วงรู้ความลับทุกตารางนิ้วของวังหลวงในชาติภพก่อนไม่ นิ้วเรียวหยิบแท่งเหล็กขนาดเล็กขึ้นมา ไขกลไกแม่กุญแจอย่างชำนาญ เสียง *คลิก* เบาหวิวราเสียงถอนหายใจดังขึ้น พร้อมกับโซ่ตรวนที่ร่วงหล่นลงกระทบพื้นอย่างแผ่วเบา
"ช้าไปสามเค่อ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำดრุบดันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ทำให้นางชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบแต่ยังคงรักษา
ทว่า ยังไม่ทันที่ซูเหวินจะได้หันกลับไปเผชิญหน้า ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายพยัคฆ์ทมิฬด้วยดิ้นทองก็ก้าวเข้ามาประชิด แผ่นอกกว้างแนบชิดกับแผ่นหลังของนางอย่างแนบเนียน พร้อมกับวงแขนแข็งแกร่งที่ตวัดโอบเอวคอดกิ่วของนางไว้ในอ้อมกอด ไออุ่นจากบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น 'อ๋องปีศาจ' แผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าชั้นดีเข้ามา
"ท่านอ๋อง... ทรงพระsน" ซูเหวินเอ่ยเสียงกระซิบ ลมหายใจอุ่นร้อนของจ้าวเฟยหลงเป่ารดต้นคอระหง ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง นางพยายามจะขยับตัวออกห่าง แต่เรียวแขนนั้นกลับรัดแน่นขึ้นราคีмเหล็กกล้า
"เจ้ากล้าดียังไงถึงลอบเข้ามาที่นี่คนเดียว หือ... ซูเหวิน" จ้าวเฟยหลงก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง น้ำเสียงของเขามีความดุร้ายเจือประกายความห่วงใยที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลาดุดันคมคายแนบชิดอยู่ใกล้จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มนุ่มของนาง
"หม่อมฉันเพียงมาหา... สิ่งที่จะทำให้บัลลังก์นั้นสั่นคลอนต่างหากเพคะ" ซูเหวินเอี้ยวคอมองสบตาคู่คมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บ ดวงตาของนางไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายแสงแห่งความเด็ดเดี่ยวที่สะท้อนเงาเปลวเทียน
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "สตรีโง่เขลา... เจ้าคิดว่าความลับในหอสมุดนี้จะล้มล้างจ้าวหยวนได้ง่ายดายเช่นนั้นเชียวหรือ"
"ง่ายหรือยาก... หม่อมฉันเป็นคนกำหนดเองเพคะ" ซูเหวินใช้ข้อศอกดันอกเขาเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวหลุดจากอ้อมแขนอันทรงพลัง นางหันไปผลักบานประตูชั้นลับให้เปิดออก กลิ่นอายของกระดาษโบราณนับร้อยปีทะลักออกมาปะทะใบหน้า
ภายในห้องลับนั้นมีเพียงโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวหนึ่ง บนโต๊ะวางกล่องไม้สนซีดาร์ที่ผนึกด้วยครั่งประทับตราพระราชลัญจกรฮ่องเต้พระองค์ก่อน
ซูเหวินก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นตราประทับนั้น นางหยิบกระดาษแผ่นเก่าคร่ำคร่าขึ้นมา กวาดสายตาอ่านอักษรจีนตัวบรรจงที่เขียนด้วยหมึกสีชาดซึ่งเริ่มซีดจางตามกาลเวลา
*...บันทึกเหตุการณ์ปีที่สิบสองแห่งรัชสมัย... องค์ชายรองจ้าวหยวนลอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทจ้าวเทียน... และโยนความผิดให้แก่แม่ทัพหลี่จั้น...*
ทุกตัวอักษรราคมมีดกรีดลงบนกลางใจ ซูเหวินมือสั่นเทาจนกระดาษเกือบหลุดร่วง ความทรงจำอันเจ็บปวดในชาติภพก่อนถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ ภาพบิดาถูกประหารชีวิตอย่างไร้ความยุติธรรม ภาพตระกูลหลี่ที่ต้องนองเลือดสิ้นชื่อ ทุกอย่างกระจ่างชัดเจนด้วยหลักฐานชิ้นนี้ ชิ้นเดียวที่สามารถกระชากหน้ากากของฮ่องเต้ผู้ทรงธรรมลงมาเป็นฆาตกรแผ่นดินได้!
"เจอแล้วสินะ..." จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง สายตาคมกริบกวาดมองข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างของเขาจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลง "พี่น้องร่วมสายโลหิต... ช่างเป็นคำที่น่าขยะแขยงเสียจริง"
"พระองค์ทรงเห็นแล้วนะเพคะ... ความจริงที่ถูกฝังกลบด้วยเลือดของตระกูลหม่อมฉัน" ซูเหวินเงยหน้าสบตาเขา ดวงตาคู่สวยคลหน่วยน้ำตาแต่ไม่มีวันไหลร่วง นางเข้มแข็งเกินกว่าจะหลั่งน้ำตาให้แก่ความอยุติธรรมนี้
"แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป แม่กุนซือตัวน้อยของข้า?" จ้าวเฟยหลงเอื้อมมือไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นเทาของนางไว้สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงถ่ายทอดพลังให้ร่างบางรู้สึกสงบลง
"หม่อมฉันจะใช้กระดาษแผ่นนี้... เป็นปฐมบทแห่งการพิพากษาเพคะ" ซูเหวินยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มงดงามแต่เยือกเย็นดั่งปีศาจสาว รอยยิ้มที่ทำให้จ้าวเฟยหลงถึงกับลอบถอนหายใจด้วยความหลงใหลในความเด็ดเดี่ยวของสตรีผู้นี้
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันปกคลุมอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่โถงด้านนอก พร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องลอดผ่านช่องประตูเข้ามา
*พรึบ!*
ประตูหอสมุดชั้นในถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ร่างขององครักษ์เสื้อแพรในชุดเกราะเต็มยศกรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขาทั้งสองไว้ในพริบตา
นำหน้าด้วยขันทีเฒ่าผู้มีใบหน้าไร้อารมณ์ หลี่กงกง แขนเสื้อสะบัดชี้มาที่พวกเขาทั้งสอง พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
"บัง1อาจนัก! บุกรุกเขตหอสมุดหลวงยามวิกาล มีโทษประหารสถานเดียว... เอาน้ำชาพระราชทานมา!"
จ้าวเฟยหลงก้าวขึ้นมาบังร่างของซูเหวินไว้ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกาย ดวงตาดุร้ายดั่งพยัคฆ์พร้อมขย้ำเหยื่อฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง
ทว่า ก่อนที่คมกระบี่จะได้หลุดออกจากฝัก ขันทีเฒ่ากลับยกย่องมุมปาก เอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึก
"ไม่ต้องรีบร้อนพ่ะย่ะค่ะ... เพราะฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ 'พระราชสาส์นสมรส' ฉบับพิเศษ มาต้อนรับพระชายาของท่านอ๋อง... ก่อนที่ท่านจะไม่มีลมหายใจ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 16
ความลับในหอสมุดหลวง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!