กลิ่นอายจางๆ ของไม้กฤษณาและชาผู่เอ่อร์เก่าเก็บลอยอวลอยู่ในห้องหนังสือลับใต้ตำหนักร้าง เงาสลัวจากเปลวเทียนสีชาดสะท้อนลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบ ทว่าความหนาวเหน็บหาได้มาจากสภาพอากาศ หากแต่มาจากแววตาคู่คมกริบดั่งพยัคฆ์ซ่อนเล็บของบุรุษที่นั่งอยู่เบื้องหลังโต๊ะไม้จันทน์แดง
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือ... ซูเหวิน ว่าหมากตานี้จะไม่ทำให้กระดานทั้งกระดานแหลกคามือเราเสียก่อน"
เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของสัตว์ร้ายดังขึ้น จ้าวเฟยหลง ในอาภรณ์คลุมกายสีนิลปักดิ้นลายพยัคฆ์เหินฟ้าด้วยไหมสีเงินยวด แขนเสื้อกว้างสะบัดเล็กน้อยยามที่เขาผผ่อนลมหายใจ ปลายเรียวนิ้วแกร่งเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนผู้ฟังรู้สึกราวกับหัวใจเต้นตามจังหวะนั้น
หลี่ซูเหวิน ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า นางสวมชุดกระโปรงยาวผ้าไหมซาตินปักลายบุปผาเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ ตัดกับเสื้อคลุมตัวนอกสีครามเข้มขับเน้นให้ร่างระหงดูสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าเป็นมวยสูงประดับด้วยปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์กางปีก ปลายปิ่นไกว
ไหวตามจังหวะการขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววเฉลียวฉลาดดั่งดวงดาวในคืนเดือนมืด นางยกยมุมปากขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา
"กระดานนี้เน่าเฟะมานานเกินไปแล้วเพคะ, ท่านอ๋อง" หลี่ซูเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเด็ดเดี่ยว "หากเราไม่ยอมสละเบี้ยบางตัวเพื่อเปิดทาง ย่อมไม่มีทางได้เหยียบคอของมังกรบนบัลลังก์ทองคำนั่นได้หรอกเพคะ ฮ่องเต้จ้าวหยวนและสนมมู่หรงกำลังหลงระเริงกับอำนาจที่ได้มาจากการนองเลือด พวกเขาคิดว่าความเงียบของเราคือความพ่ายแพ้... ช่างเป็นความโง่เขลาที่น่าสมเพชเสียจริง"
จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาปีศาจที่ผู้คนต่างหวาดผวาฉายประกายพึงพอใจระคนเอ็นดู เขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้ามิใช่เพียงแค่กุนซือผู้ชาญฉลาด หากแต่คือนางพญาผู้กำกุญแจแห่งการล้างแค้นที่เขายินยอมมอบชีวิตและกองกำลังทั้งหมดให้อยู่ในกำมือ นางคือคนเดียวที่อ่านใจเขาออกทะลุปรุโปร่ง แม้กระทั่งรอยแผลเป็นในอดีตที่เขาไม่เคยปริปากบอกผู้ใด
"เช่นนั้น... เจ้าก็จงดูให้เต็มตา ว่าสิ่งที่ข้าสะสมไว้ในเงาลับตลอดห้าปีที่ผ่านมา มีค่าพอที่จะให้ยอดกุนซือเช่นเจ้าใช้พลิกแผ่นดินหรือไม่"
จ้าวเฟยหลงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำสง่างามภายใต้อาภรณ์สีนิลทอดเงาทาบทับร่างบาง เขาเอื้อมมือไปหมุนแจกันลายครามโบราณที่ตั้งอยู่บนชั้นหนังสือด้านหลัง เสียงกลไกหินกระทบกันดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนที่ผนังห้องลับด้านหลังชั้นหนังสือจะเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นทางเดินทอดยาวลงไปสู่เบื้องล่างที่มีแสงไฟจากคบเพลิงสว่างไสว
หลี่ซูเหวินก้าวตามแผ่นหลังกว้างนั้นลงไปอย่างไม่ลังเล กลิ่นอายความอับชื้นของใต้ดินถูกแทนที่ด้วยกลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นอายของความเป็นความตาย ทันทีที่พ้นโค้งบันได ภาพเบื้องหน้าทำให้นางถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้าลึก
ณ ห้องโถงใต้ดินกว้างใหญ่ไพศาลราวกับค่ายทหารขนาดย่อม กองกำลังนับพันชีวิตในชุดเกราะเหล็กดำสนิทไร้ลวดลาย ประดับด้วยหน้ากากเหล็กรูปพยัคฆ์แยกเขี้ยว ยืนเรียงแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ท่ามกลางความเงียบงัดที่น่าสะพรึงกลัว ไม่มีแม้แต่เสียงหายใจหรือเสียงขยับเกราะกระทบกัน ทุกคนต่างคุกเข่าลงข้างหนึ่งทันทีที่เห็นร่างสูงใหญ่ของจ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามา
"ถวายบังคมท่านอ๋อง! ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี!"
เสียงคำรามกึกก้องประสานกันเป็นเสียงเดียวทรงพลังจนผนังหินสั่นสะเทือน หลี่ซูเหวินกวาดสายตามองกองกำลังเงาเหล่านี้ด้วยความทึ่ง แม้แต่นางผู้ซึ่งล่วงรู้เหตุการณ์ในอดีตและอนาคตบางส่วน ยังไม่เคยคาดคิดว่าจ้าวเฟยหลงจะซ่อนเขี้ยวเล็บที่คมกริบและน่ากลัวถึงเพียงนี้ไว้ในมือ กองกำลังหน่วยนี้มิใช่ทหารเกณฑ์ทั่วไป แต่เป็นนักฆ่าและยอดฝีมือที่ถูกฝึกฝนมาอย่างโหดเหี้ยมและเด็ดเดี่ยวราวกับยมทูตจากขุมนรก
จ้าวเฟยหลงกวาดสายตาคมกริบมองเหล่าทหารของตนด้วยความเยือกเย็น ก่อนจะผผ่อนมือหนามาโอบรอบเอวบางของหลี่ซูเหวินเข้ามาชิดแนบกายอย่างถือสิทธิ์ ปลายจมูกโด่งคมก้มลงสูดดมกลิ่นกายหอมละมุนจากเรือนผมของนางท่ามกลางสายตานับพันคู่ ทว่าไม่มีทหารนายใดกล้าเงยหน้าขึ้นมามองความอาจหาญนี้
"พวกเจ้าจงเงี่ยหูฟังให้ดี..." เสียงทุ้มทรงอำนาจเอ่ยขึ้นก้องกังวาน "นี่คือ 'หลี่ซูเหวิน' กุนซือเอกแห่งตำหนักอ๋อง และในอนาคตอันใกล้นี้... นางคือสตรีที่จะนั่งเคียงข้างบัลลังก์มังกรพร้อมกับข้า คำสั่งของนาง... ก็คือคำสั่งของข้า ผู้ใดกล้าขัดขืนหรือล่วงเกินนาง มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะเป็นจุดจบ"
"น้อมรับบัญชาท่านอ๋อง! น้อมรับบัญชาท่านกุนซือ!"
เสียงคำรามตอบรับดังสะท้อนก้อง หลี่ซูเหวินเงยหน้าขึ้นสบตากับจ้าวเฟยหลง หัวใจที่เคยด้านชาและเต็มไปด้วยความแค้นของนาง ยามนี้กลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งและหนักแน่นดั่งหินผา ความรักและความภักดีที่บุรุษผู้นี้มอบให้นาง ไม่เคยเป็นเพียงคำพูดหวานหู แต่มันคือการเดิมพันด้วยชีวิตและอำนาจทั้งหมดที่เขามี
"ท่านอ๋องทรงไว้ใจข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ?" นางกระซิบถามเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนริมฝีปากสีชาด
จ้าวเฟยหลงโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทุระหว่างกันและกัน แววตาปีศาจฉายประกายความลุ่มหลงและดุร้ายในคราเดียว
"ชีวิตของข้า... วิญญาณของข้า... และบัลลังก์ที่พวกมันแย่งชิงไป... ข้าล้วนวางไว้ในมือเจ้าสิ้นแล้ว ซูเหวิน หากเจ้าต้องการให้แผ่นดินนี้ลุกเป็นไฟเพื่อล้างแค้นให้ตระกูลหลี่ ข้าก็จะใช้กองกำลังนี้เผาทำลายมันให้สิ้นซาก"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและกลิ่นอายแห่งอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว เสียงฝีเท้ารat-a-tat ของม้าเร็วก็ดังแหวกความเงียบสงบมาจากด้านบนตำหนัก พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของขันทีประจำตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นลงมาถึงบันไดขั้นสุดท้าย
"ท... ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขันทีหนุ่มคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ชูราชโองการม้วนหนึ่งประทับตราหยกทองคำขึ้นเหนือหัวด้วยมือที่สั่นระริก
"มีพระราชโองการด่วนจากท้องโรงหลวง... ทรงแต่งตั้งแม่ทัพสวี่หลิน นำกองกำลังหลวงสามหมื่นนาย มุ่งหน้ามาปิดล้อมตำหนักอ๋องของเราแล้วพ่ะย่ะค่ะ... พวกเขาบอกว่า... บอกว่าตำหนักอ๋องซ่อนตัวกบฏ เตรียมทำการทรยศต่อแผ่นดินพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่ซูเหวินหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนมุมปากของนางหุบลงฉับพลัน ความเยือกเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
สามหมื่นนาย? ปิดล้อมตำหนักอ๋อง?
ข่าวกรองรวดเร็วปานนี้... เห็นได้ชัดว่าในกองกำลังลับของจ้าวเฟยหลง หรือในหมู่คนสนิท... มี "หนอนตำข้าว" แอบแฝงตัวอยู่!
จ้าวเฟยหลงไม่ได้มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาดุร้ายราวยมทูตกลับเหยียดยิ้มเย็นเยียบ น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจหลุดจากขุมนรก เขากระชับมือที่โอบเอวบางของหลี่ซูเหวินแน่นขึ้น พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทที่แฝงจิตสังหารอันรุนแรง
"ดูท่า... สุนัขรับใช้ของฮ่องเต้อยາກจะลิ้มลองรสชาติคมดาบของพยัคฆ์ก่อนเวลาอันควรเสียแล้วกระมัง"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านพายุอารมณ์และกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกันนะคะ
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 17
คมพยัคฆ์ซ่อนเล็บ
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!