กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 12

กลยุทธ์ก้าวกระโดด

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
กลิ่นอายของหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณคละคลุ้งไปทั่วห้องหนังสือลับใต้ตำหนักอุดร แสงจากตะเกียงน้ำมันสำริดส่องกระทบใบหน้าของหลี่ซูเหวินให้ดูราวกับรูปสลักหยกขาวที่สะท้อนประกายความเย็นเยียบ บนโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวใหญ่ แผ่นกระดาษแพรไหมสีเหลืองนวลผืนหนึ่งกำลังถูกคลี่ออก เผยให้เห็นรอยหมึกตวัดที่หนักแน่นและเด็ดขาด ซึ่งต่อให้กาลเวลาจะผ่านไปนานนับทศวรรษ สตรีผู้ผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่งย่อมไม่มีวันลืมเลือน ลายพระhاستลักษณ์นี้ไม่ใช่ของฮ่องเต้ผู้ล่วงลับอย่างแน่นอน... แต่มันคือลายมือของไทเฮาผู้ล่วงลับ ผู้กุมอำนาจเบื้องหลังบัลลังก์มังกรในยามที่แผ่นดินยังนองเลือด "พระราชโองการฉบับนี้ หากแพรร่วงหล่นสู่ท้องพระโรงในยามเช้า เกรงว่าตระกูลมู่หรงคงได้ลิ้มรสชาติของการสูญเสียทุกสิ่งในคราเดียวสินะคะ" เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ม่านไหมปักลายหงส์ถูกเลิกออกด้วยเรียวนิ้วแกร่งของบุรุษผู้สวมอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นเงินลายพยัคฆ์ทะยานเมฆ จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนาง กลิ่นอายความดุร้ายราวกับสัตว์ป่าล่าเหยื่อแผ่ซ่านออกมาราวกับจะแผดเผาบรรยากาศรอบกายให้มอดไหม้ ทว่ายามที่สายตาคมกริบคู่นั้นทอดมองไปยังเรือนร่างบอบบางในชุดกระโปรงผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีขาวบริสุทธิ์ แววตากลับทอประกายความอ่อนโยนล้ำลึกที่สงวนไว้ให้เพียงสตรีผู้เดียว หลี่ซูเหวินไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง นางยังคงใช้ปลายพู่กันจุ่มหมึกสีชาดแตะลงบนแผนผังรายชื่อขุนนางในสังกัดกระทรวงกลาโหม ท่าทางสงบนิ่งราวกับสายน้ำในบึงลึก "ท่านอ๋องทรงประเมินตระกูลมู่หรงต่ำเกินไปแล้วค่ะ" ซูเหวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรไหม "พระราชโองการสละราชสมบัติฉบับนี้ แม้จะเป็นหลักฐานชิ้นเอกที่ชี้ชัดว่าฮ่องเต้จ้าวหยวนและไทเฮาร่วมมือกันปลอมแปลงราชโองการและปลงพระชนม์ฮ่องเต้องค์ก่อน แต่มันก็เป็นดาบสองคมที่อาจย้อนกลับมาแทงพวกเราได้เช่นกัน หากศัตรูยังไม่จนมุม พวกมันย่อมมีข้ออ้างพลิกผลิว่าเป็นฝีมือของกบฏที่ต้องการโค่นล้มราชบัลลังก์" จ้าวเฟยหลงโน้มกายลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนระายเข้าที่ต้นคอระหงของนาง สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของดอกอู๋ถงที่ติดกายหญิงสาวเสมอ เขายื่นมือหนาออกไปกุมมือเรียวที่ถือพู่กันไว้เบาๆ เป็นการกระทำที่แสดงออกถึงความหวงแหนและเชื่อมั่นอย่างที่สุด "เช่นนั้น เจ้าก็จงบอกแผนการของเจ้ามาเถอะ หลี่ซูเหวิน... ข้าพร้อมจะยกกองทัพพยัคฆ์ทมิฬปิดล้อมเมืองหลวงได้ทุกเมื่อ หากเจ้าต้องการให้เลือดของพวกมันไหลนองท้องพระโรง" ซูเหวินแค่นยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับทำให้ผู้พบเห็นต้องสันหลังวาบ นางวางพู่กันลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับบุรุษผู้เป็นดั่งคมดาบในมือของนาง "การใช้กำลังทหารบุกเข้ามาในยามนี้ เป็นวิธีที่โง่เขลาที่สุดค่ะท่านอ๋อง สิ่งที่เราต้องทำในตอนนี้ไม่ใช่การบุก... แต่เป็นการ 'ตลบหลัง' เพื่อวางโครงสร้างอำนาจใหม่ บีบให้มู่หรงเหม่ยและพรรคพวกต้องเดินหมากพลาดด้วยความตื่นตระหนก" ดวงตากลมโตฉายแวววางแผนลึกล้ำ นางชี้ปลายนิ้วเรียวยาวไปยังชื่อของขุนนางอาวุโสสามคนที่กุมอำนาจคลังหลวงและเสบียงกรัง "ตระกูลมู่หรงผูกขาดอำนาจในราชสำนักได้เพราะเงินตราและเสบียงทหาร หากเราตัดเส้นทางลำเลียงเงินจากเหมืองทางใต้ และปล่อยข่าวลือเรื่อง 'ตราประทับหยกโบราณปรากฏขึ้นที่ชายแดนตะวันตก' ท่านคิดว่าสนมเอกมู่หรงเหม่ยผู้เย่อหยิ่ง จะทำเช่นไรเพคะ?" จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากหยัก "นางย่อมร้อนรนจนต้องส่งคนสนิทออกนอกเมืองเพื่อไปตรวจสอบ และนั่นจะเป็นโอกาสให้เราเด็ดหัวสายลับของนางทีละคน... สมกับเป็นกุนซือของข้าจริงๆ วางหมากแต่ละตาสู ญเสียเพียงนิด แต่ได้คืนมาทั้งกระดาน" บรรยากาศภายในห้องหนังสือลับอบอวลไปด้วยความเงียบงันที่มีชีวิตชีวา ความผูกพันที่หล่อหลอมผ่านความแค้นและการนองเลือดในอดีตชาติ ถักทอให้คนทั้งสองมีความเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งโดยไม่ต้องเอื้อnเอวามากมาย จ้าวเฟยหลงโอบร่างบางเข้ามาแนบชิด ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้เส้นผมดำขลับนุ่มสลวยดั่งแพรไหมอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการย้ำเตือนว่าในโลกที่โหดร้ายนี้ นางยังมีเขาคอยยืนหยัดเคียงข้างเสมอ "ซูเหวิน... ไม่ว่าเจ้าจะต้องการให้ใครพินาศ ข้าจะจัดการให้ราบคาบ แต่อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า ผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้อง แม้กระทั่งความตาย" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความมั่นคงและดุดัน ทำเอาหัวใจที่ด้านชาของหลี่ซูเหวินไหววับ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงเนตรคมกลาที่ฉายแววรักใคร่อย่างล้นปรี่ ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาราวกับดอกเหมยที่ผลิบานท่ามกลางเหมันตฤดู "หม่อมฉันทราบแล้วค่ะ... แผนการขั้นต่อไปจะเริ่มขึ้นในคืนวันเพ็ญนี้ ขอเพียงท่านอ๋องทรงเตรียมธนูและลูกศรให้พร้อมสำหรับการล่าสัตว์ใหญ่" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างหวานล้ำและเปี่ยมด้วยชัยชนะอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูด้านนอกห้องลับก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์เงา "ท่านอ๋อง! กุนซือหลี่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีราชโองการด่วนจากท้องพระโรง... ฮ่องเต้ทรงแต่งตั้งมู่หรงเหม่ยขึ้นเป็น 'ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์' พร้อมกับมีคำสั่งประหารชีวิตเจ็ดชั่วโคตรแก่ขุนนางตระกูลหลี่ที่เหลือรอดทั้งหมดในคืนนี้เพคะ/พ่ะย่ะค่ะ!" แผ่นกระดาษแพรไหมในมือของหลี่ซูเหวินร่วงหล่นลงกระทบพื้นทันที ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า... ศัตรูไม่ได้รอให้พวกมันเดินหมาก แต่กลับชิงตัดหน้าด้วยการใช้ไพ่ตายที่รวดเร็วและเหี้ยมโหดกว่าที่คาดคิดไว้หลายเท่า! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในเกมการเมืองอันเชือดเฉือนนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%