กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์•ตอนที่ 22

ความยุติธรรมที่ล่าช้า

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"สนมเอกมู่… ลมหวนอันใดจึงพัดพาท่านมาสู่เรือนพักอันมืดมิดและไร้ค่าแห่งนี้ได้เล่าเพคะ?" น้ำเสียงของหลี่ซูเหวินราบเรียบดั่งผืนน้ำในบึงใหญ่ที่ปราศจากระลอกคลื่น แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยแรงกระแทกของสถานการณ์เบื้องหน้า ทว่าภายใต้ร่มผ้าอาภรณ์สีเทาเนื้อหยาบที่นางจงใจสวมใส่เพื่ออำพรางตัว สติปัญญาอันเฉียบคมกลับหมุนวนประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ มู่หรงเหม่ยในยามนี้งดงามหยาดเยิ้มจนแทบสะกดลมหายใจ ร่างระหงสวมทับด้วยฉลองพระองค์ไหมต่วนปักลายหงส์ทองคำคู่เคียงเมฆา อาภรณ์สีแดงชาดขับเน้นผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกเนื้อดี กลิ่นหอมจางๆ ของกำยานบุปผาชาติล้ำค่าลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอับชื้นของเรือนร้างได้อย่างน่าประหลาด ทว่าสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดมิใช่เครื่องแต่งกายอันทรงอำนาจนั้น หากแต่เป็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากอิ่มเคลือบทาชาดสีแดงสด ดวงตารูปหงส์หรี่ลงมองซูเหวินราวกับนางพญาเหยี่ยวกำลังจ้องมองเหยื่อตัวน้อยในกรงขัง "ซูเหวิน… เจ้ายังคงปากกล้าไม่เปลี่ยน" มู่หรงเหม่ยเอื้อnนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงไว้ด้วยพิษร้ายราimgดั่งเข็มซ่อนในแพรไหม นางก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงประทับฝ่าเท้าบนพื้นไม้เก่าครอดแครดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน "เจ้าคิดว่าการซ่อนตัวอยู่หลังฉาก ปล่อยข่าวลือเรื่องการทุจริตคดโกงของเสนาบดีซ่ง แล้วใช้จดหมายลับบีบให้พวกมันจนมุม จะทำให้เจ้าพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้กระนั้นหรือ? ช่างน่าขันสิ้นดี… โง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง!" ซูเหวินมิได้สะท้านสะเทือน นางเพียงแต่กวาดสายตาคมกริบไปยังแม่ทัพมู่ที่ยืนถือคบเพลิงอยู่เบื้องหลัง สนมเอกผู้นี้กล้าเคลื่อนไหวด้วยตนเองในยามวิกาล ย่อมหมายความว่าหลักฐานที่นางอุตส่าห์รวบรวมมาตลอดหลายเดือนเพื่อเปิดโปงเครือข่ายฉ้อราษฎร์บังหลวงของเสนาบดีซ่งและพวกพ้อง ถูกพวกมันพบเจอและยึดกุมไว้หมดสิ้นแล้ว เกมนี้… นางพลาดท่าเสียทีให้กับความหยิ่งผยองของศัตรูเข้าแล้วหรือ? "ท่านคงเหนื่อยไม่น้อยที่ต้องมาต้อนรับข้าด้วยตนเองเช่นนี้" ซูเหวินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาสงบนิ่งจนมู่หรงเหม่ยถึงกับขัดเคืองใจ "การที่สนมเอกผู้สูงศักดิ์ต้องเสด็จมายังสถานที่สกปรกโสมมเช่นนี้ เพื่อมาดูจุดจบของกุนซือตกอับไร้ค่า ช่างนับเป็นเกียรติแก่ข้าเหลือเกินเพคะ" "ปากดีนัก!" มู่หรงเหม่ยตวาดเสียงกร้าว รอยยิ้มเสแสร้งมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเกลียดชังที่อัดแน่นมานานปี "เจ้ามันก็เป็นแค่สั้นหนามยอกอกที่ข้าต้องกำจัดทิ้งเสียแต่แรก! บังอาจนักนะ… คิดจะเอาบัญชีลับฉบับนั้นมาทำลายล้างตระกูลมู่ของข้ากับท่านเสนาบดีซ่งรึ? ฝันไปเถอะ! บัญชีฉบับนั้นอยู่ในมือข้าแล้ว และในไม่ช้า… เจ้าก็จะตามไปยมโลกพร้อมกับความพ่ายแพ้ของเจ้าอย่างไร้ค่า!" ฉับพลันนั้นเอง แม่ทัพมู่ก็ส่งสัญญาณมือให้ทหารยามก้าวเข้ามาประชิดตัว ซูเหวินรู้ดีว่าหากขัดขืนในตอนนี้ มีแต่จะตายตกตามกันไปอย่างไร้ความหมาย แต่ดวงตานางกลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา นางซ่อนมือทั้งสองข้างไว้ใต้แขนเสื้อ กำกุญแจทองเหลืองดอกเล็กที่ซ่อนไว้แน่น… กุญแจดอกที่จะไขไปสู่ห้องลับใต้ดิน ซึ่งบัญชีฉบับจริงและหลักฐานมัดตัวขุนนางกังฉินทั้งราชสำนักหาได้อยู่ที่นี่ไม่! ในเสี้ยววินาทีที่ทหารยามกำลังจะพุ่งเข้ามาตะปบตัวซูเหวิน ทันใดนั้น… ประตูเรือนพักด้านนอกก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรก แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนเปลวไฟจากคบเพลิงวูบไหวเกือบดับลง "บังaญ! ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องตัวนาง!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องกังวานดั่งอสนีบาตฟาดกลางฤดูร้อน น้ำเสียงนั้นเยือกเย็น ดุร้าย และเปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจนทำให้ทุกคนในห้องต้องหยุดชะงักงันโดยพลัน ความกดดันอันหนักอึ้งแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณราวกับภูเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า เงาร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรทมิฬด้วยด้ายเงินก้าวเข้ามาอย่างเยื้องกราย ใบหน้าครึ่งหนึ่งอยู่ภายใต้เงาของหมวกปีกกว้าง ทว่าดวงตาคู่นคมกริบดั่งพญามารคู่นั้นกวาดมองผู้มาเยือนทั้งหมดด้วยความเหยียดหยันไร้ปรานี จ้าวเฟยหลง… ท่านอ๋องผู้ถูกเนรเทศและขนานนามว่าปีศาจ เสด็จมาถึงแล้ว! มู่หรงเหม่ยหน้าถอดสีทันที นางไม่คาดคิดเลยว่าอ๋องผู้ควรจะถูกกักบริเวณอยู่แต่ในตำหนักรกร้าง จะกล้าฝ่าฝืนกฎมณเฑียรสถานมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาลเพื่อปกป้องหญิงสาวต่ำต้อยเช่นซูเหวิน "ท่านอ๋อง..." มู่หรงเหม่ยกัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนยิ้มทำทีเป็นเคารพ "เหตุใดพระองค์จึงเสด็จมา..." "หุบปาก!" จ้าวเฟยหลงตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาดุร้ายจ้องมองสนมเอกราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ก้าวย่างทรงอำนาจเข้าไปยืนขวางเบื้องหน้าซูเหวินไว้อย่างปกป้อง ก่อนที่พระหัตถ์หนาจะหยิบราชโองการลับฉบับหนึ่งขึ้นมาสะบัดต่อหน้าทุกคนด้วยท่าทีเย้ยหยัน "สนมมู่… เจ้าคิดว่ากุมบัญชีปลอมฉบับนั้นไว้แล้วจะชนะงั้นรึ? เสนาบดีซ่งของเจ้าในยามนี้… กำลังถูกกองกำลังองครักษ์เสื้อแพรเข้าล้อมจับกุมตัวข้อหาฉ้อราษฎร์บังหลวงและกบฏต่อแผ่นดินเรียบร้อยแล้ว!" ดวงตาของซูเหวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนซาบซึ้งใจ นางมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนตระหง่านปกป้องตนเองจากลมฝนทั้งปวง รับรู้ได้ถึงความมั่นคงดั่งหินผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว จ้าวเฟยหลงกลับหันพระพักตร์กลับมาสบตาซูเหวินด้วยแววตาซับซ้อน พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในโสตประสาทของนางเพียงผู้เดียว "เกมล้างแค้นของเจ้า… ข้าจัดการให้ตามสัญญาแล้ว แต่ต่อจากนี้… ตาข้าทวงรางวัลจากเจ้าบ้างแล้วนะ, ซูเหวิน..." ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันคลื่นลมการเมืองและกลยุทธ์อันเชือดเฉือนนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือดกับอ๋องปีศาจผู้คืนบัลลังก์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%