เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง•ตอนที่ 8

กาแฟขมกับมิตรภาพใหม่

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ถ้าพวกเธอสองคนยังคิดว่าสนามบาสเกตบอลเป็นสถานที่จัดรายการวาไรตี้คู่รัก โปรเจกต์จบปีนี้เตรียมตัวไปแก้บนกับศาลพระภูมิหน้าคณะได้เลยครับ!" เสียงประกาศิตของศาสตราจารย์ธนาคาดคั้นผ่านไมโครโฟนไร้สายดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งโรงยิมอเนกประสงค์ แรงกดดันมหาศาลจากการประกาศคะแนนดิบโปรเจกต์มิดتير์มทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนแทบติดลบ รินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากระยะประชิดตัวของกันต์ที่เพิ่งจะยืนจ้องตาเขม็งกันอยู่เมื่อวินาทีที่แล้ว ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคอะเขินปนหมั่นไส้ ขณะที่กันต์—กัปตันทีมบาสเกตบอลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว—กลับทำเพียงแค่กวาดสายตาคมกริบมองอาจารย์ธนาแวบหนึ่ง ก่อนจะยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันบางเบาที่ทำเอาคนมองอยากจะซัดสักหมัดให้หายหมั่นไส้ "หึ... ขอบคุณสำหรับคำเตือนครับอาจารย์" กันต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิท แต่แฝงความกวนประสาทไว้เต็มพิกัดจนรินต้องแอบใช้ศอกกระทุ้งสีข้างร่างสูงไปหนึ่งทีเบาๆ "นายจะบ้าหรือไง อยากโดนรีเกรดรอบสองหรือไงเล่า" รินกระซิบเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนระอา "ก็เมื่อกี้... ใครกันล่ะที่ยืนเข้ามาใกล้จนผมเสียสมาธิก่อน" กันต์ก้มตัวลงกระซิบตอบข้างใบหูของริน ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง รินรีบถอยกรูดออกห่างสามก้าวทันที ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนวงหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้กำลังตีสีหน้าตายด้านได้อย่างน่าหมั่นไส้ที่สุด การประกาศผลจบลงด้วยความอลหม่าน กลุ่มนักศึกษานิเทศศาสตร์และวิทยาศาสตร์การกีฬาต่างทยอยเดินออกจากโรงยิมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด รินยืนถือแฟ้มเอกสารโปรเจกต์แน่น ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอกที่อย่างน้อยคะแนนดิบก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รอดตาย ไม่ต้องไปแก้บนที่ไหนอย่างที่อาจารย์ขู่ แต่ทว่า... ความเงียบสงบมักอยู่กับรินได้ไม่นานนัก "ไงครับ ริน... โปรเจกต์กลุ่มรอดตัวแล้วสินะ ถึงว่าล่ะ ช่วงนี้ถึงได้ขยันมาป้วนเปี้ยนแถวสนามบาสเป็นพิเศษ" เสียงทุ้มกังวานที่เจือแววเยาะหยันดังขึ้นจากด้านหลัง รินหันไปมองก็พบกับ *เมฆ* รองกัปตันทีมบาสเกตบอล คู่ปรับตัวฉกาจของกันต์กำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาในเชิงเหยียดหยาม เมฆเป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาจัดว่าดูดีในระดับนายแบบ แต่แววตาคู่คมนั้นมักจะซ่อนความเจ้าเล่ห์และความทะเยอทะยานเอาไว้เสมอ ซึ่งรินเกลียดมันเข้าไส้ "ฉันจะไปไหน มันก็เรื่องของฉัน นายมีธุระอะไรกับฉันหรือเปล่า เมฆ" รินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่ยอมจำนนต่อสายตากดดันนั้น "เปล่าหรอก... แค่หวังดี กลัวว่าคนบางคนแถวนี้จะคิดว่าสนามบาสเป็นสนามเด็กเล่น แล้วเผลอไปเป็นภาระให้กัปตันเขาเสียสมาธิซ้อมทีมชาติเปล่าๆ" เมฆจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ภาระ' ให้ดังขึ้น เพื่อให้กันต์ที่เพิ่งเดินถือกระเป๋าสปอร์ตออกมาจากห้องแต่งตัวได้ยินพอดิบพอดี บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงในพริบตาเดียว กันต์หยุดเดิน ก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างรินกับเมฆ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองรองกัปตันทีมของตัวเองนิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยยิ้ม ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ แต่กลับทรงพลังจนเมฆต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน "สนามบาสนี้กว้างพอสำหรับทุกคนนะเมฆ แต่ถ้าสมองนายมันแคบจนคิดได้แค่นี้... แนะนำให้เอาเวลาไปซ้อมดริบลูกบาสให้พ้นเส้นทุ่มดีกว่ามาเดินพล่ามเรื่องไร้สาระ" เสียงทุ้มต่ำของกันต์เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา ไร้เยื่อใย เมฆกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาฉายแววความโกรธเกรี้ยวขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอแล้วเดินกระแทกไหล่กันต์ออกไปจากโรงยิม รินมองตามแผ่นหลังของเมฆด้วยความรู้สึกไม่สบายใจนัก "นายไปพูดจาแบบนั้นใส่เขา เดี๋ยวก็เป็นเรื่องใหqญ่โตอีกหรอก... กันต์ นายไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับเขาเลยนะ" "ปล่อยเขาไปเถอะครับ" กันต์หันกลับมามองริน สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตที่ฉายแววเป็นห่วง "คนอย่างเมฆ ถ้าไม่ตบให้เข้าที่ เขาก็จะคิดว่าตัวเองเหนือกว่าคนอื่นตลอดเวลา... ว่าแต่เธอเถอะ ยืนบ่นเป็นคุณยายแก่ๆ แบบนี้ ไม่หิวข้าวหรือไงครับ" "หิวสิ! เพราะใครล่ะที่ทำเอาฉันปวดหัวตั้งแต่เช้าเนี่ย!" รินแหวใส่เบาๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงภารกิจสำคัญที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนเดินมาที่นี่ มือบางล้วงหยิบแก้วกาแฟกระดาษเก็บความเย็นที่ถือติดมือมาตลอดทางยื่นไปตรงหน้าอกแกร่งของอีกฝ่ายทันที กันต์ก้มลงมองแก้วในมือรินด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย คิ้วเข้มเลิกขึ้นนิดๆ "นี่อะไรครับ?" "กาแฟ... ฉันซื้อมาฝาก ถือว่าเป็นการไถ่โทษเรื่องเมื่อเช้า... แล้วก็ขอบคุณเรื่องติวข้อสอบวิชาสถิติเมื่อคืนด้วย ถึงปากนายจะร้ายไปหน่อย แต่มันก็ช่วยชีวิตฉันไว้จริงๆ นั่นแหละ" รินเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเขินอายที่เริ่มลามเลียขึ้นมาบนพวงแก้ม กันต์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมทอดมองแก้วกาแฟในมือสลับกับใบหน้างามที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปรับแก้วกาแฟนั้นมาถือไว้สัมผัสเบาๆ ที่นิ้วมือของรินโดยบังเอิญ ทำเอาทั้งคู่ต้องชะงักค้างไปชั่ววินาที กันต์ยกแก้วขึ้นสูดกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้เย็นสูตรหวานน้อย ซึ่งเป็นรสโปรดที่แม้แต่คนในทีมบาสยังไม่ค่อยมีใครสังเกตเห็น รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนมุมปากหยักลึก "กาแฟขมๆ แบบนี้... เหมาะกับคนซึนๆ อย่างฉันดีนี่ครับ" กันต์เอ่ยแซيยิ้มๆ พรางจิบกาแฟอึกหนึ่ง "รู้ตัวก็ดีแล้ว... งั้นฉันกลับคณะก่อนนะ มีงานโปรเจกต์รอให้อ่านอีกกองโตเลย" รินรีบโบกมือลา หมุนตัวเตรียมจะเดินหนีเพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะของตัวเอง ทว่า... มือหนาของกันต์กลับเอื้อมคว้าข้อมือเรียวเอาไว้เบาๆ ไม่ให้เดินหนีไปไหน "เดี๋ยวก่อนครับ ริน" รินหันกลับมาด้วยความตกใจ "อะไรอีกเล่า?" กันต์ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินในระยะที่ใกล้เสียจนกลิ่นหอมสะอาดผสมกับกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาความลับบางอย่าง "เย็นนี้... ว่างไหมครับ" กันต์กระซิบถามเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บงำไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก "ะ... ว่างทำไม นายจะให้ฉันไปเป็นเบ๊หยิบลูกบาสให้อีกหรือไง" "เปล่าครับ..." กันต์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของรินจนสติแทบหลุดลอย **"ผมแค่อยากชวนไปกินข้าว... ในฐานะที่ 'ไม่ใช่' ติวเตอร์กับลูกศิษย์แล้วครับ"** --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาเติมความหวานและร่วมลุ้นไปกับกัปตันกันต์และรินในตอนนี้นะครับ! ❤️
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%