เสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นยางสังเคราะห์ในยามเที่ยงคืนไม่ใช่สิ่งที่ควรจะได้ยินจากโรงยิมปิดตาย เสียงดัง *ปั๊ก... ปั๊ก... ปั๊ก...* นั้นสะท้อนก้องไปตามอัฒจันทร์เปล่าเปลี่ยว ราวกับเสียงนาฬิกาชีวิตที่กำลังเร่งเร้าให้ใครบางคนวิ่งแข่งกับเงาของตัวเอง
รินขยับฮู้ดสีดำตัวโคร่งให้บังใบหน้าพ้นจากแสงไฟนีออนสลัวริมทางเดิน เขากำลังจะเดินลัดเลาะผ่านหน้าโรงยิมเพื่อกลับหอพักหลังเคลียร์งานตัดต่อโปรเจกต์นิเทศฯ มาราธอน แต่เสียงเดาะบอลเป็นจังหวะจะโคนและไร้ความลังเลกลับรั้งฝ่าเท้าของเขาไว้
ดวงตากลมโตมองผ่านกระจกบานใหญ่ที่ติดฟิล์มทึบครึ่งใบ ช่องว่างแคบๆ บริเวณขอบประตูกระจกเปิดเผยภาพที่ไม่มีใครในมหาวิทยาลัยเคยเห็นมาก่อน
กันต์—กัปตันทีมบาสเกตบอลผู้สวมหน้ากากแห่งความสมบูรณ์แบบมาตลอด ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกล้ามสีดำชุ่มเหงื่อจนแนบไปกับแผ่นหลังกว้าง กล้ามเนื้อไบเซปส์ปูดโปนทุกครั้งที่เขาออกแรงส่งบอลจากระยะสามแต้ม
*สวบ!*
ลูกบาสพุ่งแหวกอากาศลงห่วงตาข่ายตาข่ายไนลอนสีขาวโดยไม่แตะขอบห่วงแม้แต่น้อย สมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ และดุดัน
ทว่าสิ่งที่ทำให้รินต้องหยุดหายใจไม่ใช่ความแม่นยำระดับมืออาชีพนั้น แต่เป็นสีหน้าของอีกฝ่ายต่างหาก
กันต์ในยามนี้ไม่มีรอยยิ้มสุภาพตามมารยาท ไม่มีท่าทีเคร่งขรึมเยือกเย็นที่ใช้สยบเสียงนินทาในคณะบริหารธุรกิจ ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววหงุดหงิดระคนเจ็บปวด เม็ดเหงื่อไหลย้อยตามแนวสันกรามคมสัน ก่อนที่ร่างสูงจะทรุดตัวลงคุกเข่าหอบหายใจรุนแรง มือหนากำพื้นสนามแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
"โธ่เว้ย..."
เสียงคำรามต่ำในลำคอหลุดออกมาจากปากของคนที่มักจะเก็บอาการเก่งที่สุดในมหาลัย
รินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก เขาเคยคิดว่ากันต์เป็นพวกเกิดมาพร้อมทุกอย่าง เป็นลูกรักของพระเจ้าที่จับพลัดจับผลูมาลงทัณฑ์เขาในวิชาพละตัวแสบนี้ แต่ภาพตรงหน้ากลับบอกเล่าเรื่องราวอีกด้าน—ด้านที่ถูกกดทับด้วยความคาดหวังมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก
"ซ้อมดึกขนาดนี้ ระวังพรุ่งนี้ชู้ตลงห่วงตัวเองแทนแป้นนะกัปตัน"
รินตัดสินใจก้าวเท้าผลักประตูกระจกเข้าไป เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นสนามดังขึ้นทำลายความเงียบ
กันต์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาดุราวกวางป่าหันขวับมามองผู้บุกรุกยามวิกาล รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ร่างสูงรีบดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ลมหายใจจะยังหอบถี่และแผ่นหลังจะยังไหวโยนจากความเหนื่อยล้า
"นายมาทำอะไรที่นี่..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบสนิท พยายามกลบเกลื่อนร่องรอยความอ่อนแอเมื่อครู่ให้มิดชิดที่สุด "นี่มันเขตหวงห้ามของทีมนักกีฬา"
"เขตหวงห้ามเหรอ? แปลกจัง ผมจำได้ว่าไม่ได้พกป้ายห้ามเข้าติดหน้าผากมาด้วยนะ" รินยกยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใกล้ทีละนิด มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าฮู้ดอย่างสบายๆ กลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งพล่านขึ้นมาเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับกัปตันตัวร้ายลดลงเหลือเพียงไม่กี่ก้าว
กันต์ขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาคมจ้องมองคนตรงหน้าอย่างจับผิด "นายเห็น... อะไรบ้าง"
"เห็นกัปตันทีมบาสผู้ไร้เทียมทานกำลังทำคะแนนใส่ห่วง... แล้วก็เห็นว่ากัปตันกำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าจนหลังแทบหัก" รินจงใจทิ้งน้ำเสียงล้อเลียนในตอนแรก แต่ประโยคหลังกลับหลุดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเกินกว่าจะควบคุม
บรรยากาศในโรงยิมเงียบลงทันที มีเพียงเสียงแอร์ตัวใหญ่บนผนังที่ยังคงทำงานแข่งกับเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นระรัวผิดจังหวะ
กันต์ก้าวเข้าประชิดตัวรินอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ร่างบางต้องเป็นฝ่ายผถอยหลังไปชนกับเสาโครงสร้างสนามบาส แผงอกกว้างที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อให้กลิ่นอายความเป็นผู้ชายชัดเจนจนรินต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ปากดีแบบนี้ ตั้งใจมาหาเรื่องถึงถิ่น หรือว่าคิดถึงฉันจนนอนไม่หลับกันแน่ ริน" กันต์โน้มใบหน้าลงมาต่ำ ระยะห่างระหว่างจมูกของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มจนรินรู้สึกวูบวาบไปทั้งร่าง
"อย่าสำคัญตัวผิดน่ากัปตัน ผมแค่เดินผ่านมาแล้วได้ยินเสียงหมา... เอ๊ย เสียงลูกบาสมันน่ารำคาญใจ" รินเชิดหน้าสู้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สัมผัสจากไอร้อนของอีกฝ่ายทำให้สมาธิที่สะสมมาทั้งคืนพังทลายลงไม่เป็นท่า
"ปากเก่งนักนะ" กันต์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนขนลุก มือหนายื่นไปทาบกับเสาเหล็กด้านหลังของริน เป็นการกักตัวเขาไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย "รู้ไหมว่าการรู้ความลับของคนอื่น มันมีราคาที่ต้องจ่าย"
รินเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบ "คะ... ค่าอะไรเล่า ผมไม่ได้อยากรู้สักหน่อย นายต่างหากที่ซ้อมเสียงดังรบกวนชาวบ้านเขา!"
กันต์ไม่ได้ตอบคำถาม รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยักสวย คราวนี้ดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้นไม่ได้มองที่ริมฝีปากที่กำลังเถียงฉอดๆ ของริน แต่ทอดมองลึกเข้าไปในแววตาที่กำลังสั่นไหวของอีกฝ่ายอย่างค้นหา
"ค่าปิดปาก... ว่านายจะไม่เอาภาพที่เห็นเมื่อกี้ไปพูดให้ใครฟัง" กันต์เอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบa ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนรินต้องหลับตาปี๋ด้วยความตกใจ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางประตูด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาวับๆ แวมๆ
"เฮ้ย! ใครอยู่ในโรงยิมวะ ดึกดื่นป่านนี้ยังไม่กลับกันอีก!" เสียงของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตะโกนก้องมาจากทางทางเข้า
กันต์ผละตัวออกจากรินอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าคมกลับมาเรียบสนิทไร้ระลอกคลื่นแห่งความอ่อนแอในพริบตาเดียว รินเองก็รีบจัดฮู้ดตัวเองให้เรียบร้อยแล้วหันซ้ายหันขวาด้วยความลนลาน
"ทางนี้! ออกทางประตูหนีไฟเร็ว!" กันต์คว้าข้อมือเรียวของรินไว้แน่น ออกแรงดึงให้วิ่งตามไปในความมืดหลังอัฒจันทร์โดยไม่ปล่อยมือ
สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาที่กุมข้อมือเขาไว้แน่น ทำให้รินลืมความกลัวเรื่อง รปภ. ไปเสียสนิท หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวยิ่งกว่าตอนที่ได้ยินเสียงลูกบาสเมื่อครู่เสียอีก...
พวกเขาวิ่งลัดเลาะผ่านห้องเก็บอุปกรณ์กีฬาจนมาโผล่ที่ประตูข้างตึกนิเทศศาสตร์ที่เชื่อมต่อกับสวนหย่อม บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากเสาไฟสนามที่สาดส่องลงมาทาบทับเงาของคนทั้งคู่
กันต์ปล่อยมือออกจากข้อมือของรินช้าๆ สายตาคมกริบมองสำรวจคนตรงหน้าที่ยังคงหอบหายใจไม่ต่างกัน
"รอดตัวไปนะกัปตัน" รินเอ่ยทำลายความเงียบ พยายามดึงน้ำเสียงกวนๆ กลับคืนมาเพื่อปกปิดความเขินอายที่กำลังลามเลียพวงแก้ม "ถือว่าผมรักษามารยาทให้... แล้วก็... เรื่องที่เห็นเมื่อกี้ ผมจะเก็บเป็นความลับก็แล้วกัน"
กันต์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก คราวนี้รอยยิ้มนั้นไม่ได้ดูเย่อหยิ่งหรือเย็นชา แต่มันมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่จนรินเดาไม่ออก
"ขอบใจ..." เสียงทุ้มเอ่ยเบาราวกับสายลม "แต่จำไว้ริน... ความลับน่ะ มีไว้ให้เปิดเผย... โดยเฉพาะกับคนพิเศษ"
พูดจบ กัปตันหนุ่มก็หันหลังเดินกลับเข้าสู่ความมืดปล่อยให้รินยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ สมองประมวลผลคำพูดประโยคสุดท้ายวนซ้ำไปซ้ำมาจนแทบระเบิด
ทว่า ในจังหวะที่รินกำลังจะหันหลังเดินเข้าตึกคณะ เสียงข้อความแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
รินหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความฉงน หน้าจอแสดงข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่ได้บันทึกชื่อ แต่ภาพโปรไฟล์และประโยคสั้นๆ นั้นทำให้เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด
*[ข้อความจากเบอร์ปริศนา]: "พรุ่งนี้เที่ยงตรง ที่สนามบาสเดิม... ถ้าไม่อยากให้ความลับของฉันรั่วไหล นายต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวให้ฉันตลอดเทอมนี้"*
รินยังไม่ทันได้พิมพ์ตอบโต้อะไร เสียงฝีเท้าฝั่งตรงข้ามพุ่มไม้ก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของใครอีกคนก้าวออกมาจากเงาไม้ ใบหน้าคมคายนั้นแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่รินจำได้แม่นว่าคือ... เมฆ รองกัปตันทีมบาสคู่ปรับตัวฉกาจของกันต์!
"บังเอิญจังนะริน... ดูท่าทางนายกับกัปตันคนเก่งของเรา จะมีความลับอะไรสนุกๆ ร่วมกันสินะ?"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "สแลมดังก์สื่อรัก" เสมอมานะครับ)
เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง•ตอนที่ 9
เมื่อความลับของกัปตันรั่วไหล
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!