"บังเอิญจังนะริน... ดูท่าทางนายกับกัปตันคนเก่งของเรา จะมีความลับอะไรสนุกๆ ร่วมกันสินะ?"
เสียงทุ้มต่ำแต่วิพากษ์วิจารณ์อย่างจงใจดังขึ้นที่มุมหนึ่งของโรงยิมอเนกประสงค์ เมฆ ยืนกอดอกพิงเสาเหล็กสีเทา สายตาคู่คมกวาดมองประเมินสถานการณ์ระหว่างรินและกันต์ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบไว้ด้วยความเย้ยหยัน บรรยากาศรอบตัวที่เพิ่งจะผ่อนคลายลงจากการซ้อมเดี่ยวเมื่อครู่ กลับถูกแช่แข็งให้ลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา
รินชะงักมือที่กำลังใช้ผ้าขนหนูซับเหงื่อตามกรอบหน้า ใบหน้าเรียวสวยหันไปมองต้นเสียง แววตาคมกริบไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับเข้าสู่โหมดกวนประสาทตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด
"ความลับอะไรกันครับรุ่นพี่เมฆ ผมกับกัปตันสุดโหดของรุ่นพี่ ก็แค่กำลังทบทวนวิชาพื้นฐานที่อาจารย์มอบหมายให้... หรือรุ่นพี่สนใจจะมาเรียนปรับพื้นฐานการรับส่งลูกบาสกับผมด้วยสักคอร์สไหมครับ เผื่อสถิติการส่งบอลของรุ่นพี่ในแมตช์หน้าจะได้ดูดีขึ้นมาบ้าง" รินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือรอยยิ้มยั่วโมโห แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความเกรงกลัว
กันต์ไม่ได้ปริปากพูดอะไรทันที ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกล้ามบาสเกตบอลสีดำสนิทขยับตัวยืนบังรินไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาสนิมเหล็กของกัปตันทีมมองตรงไปยังคู่ปรับตัวฉกาจด้วยความเรียบเฉย แต่มวลอากาศรอบตัวกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันมหาศาลที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
"ระวังปากหน่อย ริน" เมฆหุบยิ้ม ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความไม่พอใจ "นายเป็นแค่เด็กนิเทศฯ ที่ถูกส่งมาลงโทษในชมรมนี้ อย่าคิดว่ามีกัปตันคอยคุ้มกะลาหัวแล้วจะกร่างใส่ใครก็ได้"
"พอได้แล้ว, เมฆ"
เสียงทุ้มต่ำ ทรงพลัง และเยือกเย็นเอ่ยขึ้นขัดจังหวะ กันต์ก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ปิดระยะห่างระหว่างเขากับเมฆลงอย่างคุกคาม ไหล่กว้างและส่วนสูงที่ได้เปรียบกว่าเล็กน้อยทำให้กัปตันหนุ่มดูน่าเกรงขามขึ้นเป็นกอง "นายไม่มีธุระอะไรในโซนนี้ ถ้าหมดเวลาซ้อมส่วนตัวของทีมสำรองแล้ว ก็เชิญกลับ"
เมฆหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวดมองข้ามไหล่กว้างของกันต์ไปยังร่างโปร่งที่ยืนอยู่ด้านหลัง "หวงจังนะ... หวังว่าผลงานในสนามจริงจะดีเหมือนปากที่คอยปกป้องเขาก็แล้วกัน หึ"
สิ้นคำพูด เมฆก็สะบัดตัวหันหลังเดินกลับออกไป เสียงรองเท้าผ้าใบกระทบพื้นยางดังเป็นจังหวะสะท้อนก้องในความเงียบ ก่อนที่ประตูทางออกจะปิดลงด้วยแรงเหวี่ยงที่ค่อนข้างแรง
ภายในโรงยิมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ความร้อนระอุจากบทสนทนาเมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ในอากาศ
รินถอนหายใจออกมาเบาๆ ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบบนอัฒจันทร์แถวแรก มือเรียวยังคงขยี้ผ้าขนหนูบนหัวลวกๆ "ให้ตายเถอะ... เจ้าบ้านั่นเป็นเงาตามตัวนายหรือไงกัน เดินไปไหนก็เจอ หน้าบูดเป็นตูดหม้อตลอดเวลา เห็นแล้วปวดตับแทน"
กันต์หันกลับมามองคนพูด ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้า ชายหนุ่มยกมือขึ้นคว้าข้อมือบางที่กำลังขยี้หัวตัวเองอยู่ออกเบาๆ เพื่อหยุดพฤติกรรมซุ่มซ่ามนั้น
"เลิกสนใจคนอื่น แล้วตั้งสติกับสิ่งที่ฉันกำลังจะสอน" เสียงทุ้มเอ่ยราบเรียบ แต่นัยน์ตาสนิมเหล็กกลับมีความจริงจังล้ำลึกสะท้อนอยู่
รินกะพริบตาปริบๆ เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายแตะโดนข้อมือ ความร้อนแผ่ซ่านผ่านผิวสัมผัสจนต้องรีบเบนสายตาหนี "อะไรเล่า... เมื่อกี้ก็เกือบจะซัดกันอยู่แล้วเชียว นายไม่โกรธที่เขามาพูดจาแบบนั้นใส่หรือไง"
"ถ้ามัวแต่สนใจเสียงเห่าหอนข้างทาง ฉันคงพาพาบาสทีมนี้ไปไม่ถึงแชมป์" กันต์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตานิ่งสนิท "เหมือนที่นายมัวแต่พะวงเรื่องคะแนนเก็บ จนลืมไปว่า... บาสเกตบอลมันเล่นด้วยความรู้สึก ไม่ใช่แค่สถิติบนกระดาษ"
คำพูดนั้นทำให้รินชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับคนตรงหน้าตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันและกันตอนนี้ใกล้เสียจนได้กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดจากตัวของกัปตันหนุ่ม
"หมายความว่าไง..." รินถามเสียงเบาลงโดยไม่รู้ตัว
กันต์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า "ลุกขึ้น"
รินลังเลอยู่เสี้ยววินาที แต่ก็ยอมยื่นมือไปวางบนฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกร้านเล็กน้อยจากการจับลูกบาสมาเป็นเวลานาน แรงดึงเพียงนิดเดียวทำให้ร่างโปร่งลอยละลิ่วขึ้นมายืนประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างไม่ทันตั้งตัว จนปลายจมูกเกือบจะชนเข้ากับลาดไหล่กว้าง
ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ๆ ทำให้รินต้องรีบถอยหลังครึ่งก้าว แต่กันต์กลับไวกว่า มืออีกข้างเอื้อมไปคว้าลูกบาสเกตบอลเบอร์เจ็ดที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาถือไว้ แล้วหมุนมันด้วยปลายนิ้วอย่างคล่องแคล่ว
"ส่งลูกมาที่ฉัน" กันต์สั่ง ถอยหลังไปยืนห่างออกไปประมาณสามเมตร ร่างสูงตั้งท่ารับบอลด้วยความมั่นคง ศอกกางออกเล็กน้อย มุมมองสายตานิ่งสนิทและทรงพลัง
รินสูดลมหายใจเข้าลึก ฃตั้งสติกับบทเรียนที่ค้างคาอยู่เมื่อครู่ เขาก้มมองลูกบาสในมือ หนักอึ้ง... เหมือนกับความกดดันที่ถูกโยนใส่เขาตลอดสัปดาห์นี้
"จำไว้นะริน..." เสียงทุ้มกังวานก้องในความเงียบของโรงยิม "การรับส่งลูกที่ดี ไม่ได้วัดกันที่ความแรงของการปา แต่มันวัดกันที่ 'จังหวะหัวใจ' ที่ตรงกัน"
รินเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมคายนั้น ประโยคที่ดูเหมือนจะคมกริบแต่กลับแฝงความอ่อนโยนเอาไว้ลึกๆ ทำให้หัวใจของหนุ่มนิเทศฯ เกิดอาการกระตุกวูบอย่างประหลาด
"จังหวะหัวใจอะไรกัน นายคิดบทพูดลิเกแบบนี้มาจากไหนเนี่ย" รินพยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวในอกด้วยรอยยิ้มมุมปากและน้ำเสียงกวนๆ
"ลองดูสิ แล้วนายจะรู้ว่าฉันไม่ได้พูดเล่น" กันต์หรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่แทบไม่เคยปรากฏให้ใครเห็นบ่อยนัก รอยยิ้มที่ทำเอาคนมองถึงกับลมหายใจสะดุด
รินเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตากลับมาโฟกัสที่หน้าอกของอีกฝ่ายตามทฤษฎีที่เคยถูกสอนไว้ เขาย่อเข่าลงเล็กน้อย ใช้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวส่งแรงผ่านหัวไหล่ และ...
*ปึ้ก!*
ลูกบาสพุ่งออกจากมือด้วยความเร็วและทิศทางที่แม่นยำกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา มันตรงดิ่งไปยังเป้าหมายอย่างไร้ที่ติ แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ลูกบอลกำลังจะกระทบกับฝ่ามือของกันต์
จังหวะการก้าวเท้าของกันต์กลับเปลี่ยนไป!
แทนที่จะยืนรับนิ่งๆ ตามตำรา กัปตันหนุ่มกลับก้าวเท้าเฉียงเข้าประชิดตัวรินด้วยความเร็วสูง มือใหญ่คว้าจับลูกบาสไว้ได้อย่างนิ่มนวล แต่ในขณะเดียวกัน แรงเหวี่ยงจากการเคลื่อนไหวก็ทำให้ร่างสูงพุ่งเข้ามาโอบล้อมพื้นที่รอบตัวของรินไว้จนหมดสิ้น
แผ่นหลังของรินชนเข้ากับเสาเหล็กด้านหลังโดยไม่เจ็บ เพราะฝ่ามือหนาของกันต์ข้างหนึ่งไวกว่า ยื่นมารองรับศีรษะและแผ่นหลังของเขาไว้ทันก่อนจะกระแทก
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น
ใบหน้าของกันต์อยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแก้ม กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นอายความเป็นชายฉกรรจ์โอบล้อมตัวรินไว้ทุกทิศทาง นัยน์ตาสนิมเหล็กคู่นั้นไม่ได้มองไปที่ลูกบาสในมืออีกต่อไปแล้ว แต่มันกำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของริน... ลึกซึ้งจนเหมือนจะอ่านทะลุไปถึงความรู้สึกข้างในที่กำลังปั่นป่วน
"อะ... นาย..." รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงพูดติดๆ ขัดๆ จนน่าสมเพชตัวเอง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะบาสเกตบอล ตอนนี้กลับรัวเร็วจนควบคุมไม่ได้
"เห็นไหม..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบaชิดริมหู ลลมหาใจอุ่นๆ ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ฉันบอกแล้ว... ว่ามันต้องใช้จังหวะที่ตรงกัน"
รินอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อปลายนิ้วอุ่นของกันต์เอื้อมมาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลงมาบังหน้าผากของเขาออกให้อย่างอ่อนโยน สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความหมายที่เกินกว่าคำว่า 'โค้ช' กับ 'นักเรียน' จะกระทำต่อกัน
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังเปลี่ยนผ่านจากความตึงเครียด ไปสู่ความหวานล้ำที่อันตรายและชวนให้หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้น
ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นตรงกันอย่างที่กันต์บอก
*แอ๊ด... เสียงประตูโรงยิมฝั่งทิศเหนือถูกผลักเปิดออกอีกครั้งอย่างกะทันหัน*
"กันต์! นายยังอยู่ข้างในนี้ใช่ไหม? ทางกรรมการเรียกประชุมด่วนเรื่อง..."
เสียงใสของ 'มีน' ผู้จัดการทีมสาวสวยที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดชะงักลงทันที เมื่อสายตาของเธอกวาดมาเห็นภาพเบื้องหน้า—ภาพที่กัปตันทีมหนุ่มสุดเคร่งขรึมกำลังใช้แขนข้างหนึ่งโอบกักร่างของรินไว้แนบชิดกับเสาเหล็ก ในระยะประชิดที่แทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน!
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบใช้มือดันแผงอกกว้างของกันต์ให้ออกห่างทันที ขณะที่กันต์ค่อยๆ ลดมือลงอย่างใจเย็น แต่นัยน์ตาสنิมเหล็กกลับฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจนที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
มีนยืนค้างกลางอากาศ มือเรียวปิดปากตัวเองด้วยความตกตะลึง ดวงตากลมโตมองสลับระหว่างกันต์และรินด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนที่คำถามระเบิดลูกใหญ่จะหลุดออกจากปากเธอ
"นี่... พวกนาย... กำลังทำอะไรกันอยู่?!"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้กันนะครับ!
เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง•ตอนที่ 10
บทเรียนที่มากกว่าสถิติ
ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!