เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง•ตอนที่ 3

สนามบาสคือห้องเรียน

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
เสียงลูกบาสเกตบอลกระทบพื้นปูนซีเมนต์ดังตุบ... ตุบ... เป็นจังหวะสม่ำเสมอที่ขับเน้นความเงียบงันภายในโรงยิมอเนกประสงค์ยามเย็นให้ยิ่งอึดอัดหนักหน่วง กลิ่นอับชื้นของยางสนผสมกับหยดเหงื่อจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ขณะที่ผม—ริน หนุ่มนิเทศศาสตร์ปีสองผู้กำลังยืนกอดอกมองแผ่นหลังกว้างของกัปตันทีมบาสเกตบอลมหาวิทยาลัยด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก "ตกลงว่าจะยืนเป็นหุ่นไล่กาอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมครับ หรือจะให้ผมช่วยจุดธูปเชิญลงจากสนามดี" เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นโดยไม่ต้องหันกลับมามอง กันต์หยุดมือที่กำลังเคาะลูกบาสไว้แนบอก ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบคิ้วหนาจ้องมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ราวกับเขากกำลังประเมินมูลค่าสินค้าชิ้นหนึ่งที่เขาเป็นคนเลือกเองกับมือ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามปั้นยิ้มกวนประสาทกลบเกลื่อนความประหม่าที่เริ่มกัดกินหัวใจ "แหม กัปตันกันต์ครับ พูดจาใจร้ายจัง ผมแค่อมยิ้มชื่นชมความหล่อเหลาและลีลาการเลี้ยงลูกของนักกีฬาระดับท็อปอยู่ต่างหาก ไม่คิดว่าคนใจดีอย่างคุณจะใจร้ายใจดำกับเพื่อนร่วมมหาลัยได้ลงคอ" "ผมไม่ใช่คนใจดี" กันต์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งแต่เฉียบคมราวกับใบมีดโกน "และผมก็เตือนคุณแล้วว่าเกรดวิชากฎหมายกีฬาของคุณมันดิ่งลงเหว ถ้าไม่อยากรีไทร์ไปซะก่อน ก็เลิกพูดมากแล้วเดินมานี่" ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวผมอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ และสบู่เหลวอ่อนๆ ลอยปะทะจมูกจนผมต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ กันต์สูงกว่าผมเกือบหนึ่งช่วงหัวไหล่ แรงกดดันจากความเป็นอัลฟ่าในตัวเขายิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อเรายืนใกล้กันขนาดนี้ สายตาคู่นั้นไม่ได้มองผมแบบเล่นๆ แต่มันจริงจังจนน่ากลัว "เงื่อนไขการติวของผมไม่มีอะไรซับซ้อน" กันต์ยื่นข้อเสนอด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขายกนิ้วขึ้นนับทีละข้อ "หนึ่ง—ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ หลังซ้อมบาสเสร็จ คุณต้องมาที่สนามนี้ สอง—ระหว่างที่ผมนั่งทำกราฟฟิกสถิติทีมหรือทบทวนแท็กติก คุณต้องอ่านหนังสือชีทกฎหมายตรงนั้น" เขาสبไปยังม้านั่งข้างสนาม "และสาม... ถ้าผมสั่งให้ทำอะไรเพื่อแลกกับการสรุปเนื้อหาข้อสอบ คุณต้องทำ ห้ามบ่น" ผมอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความเหลือเชื่อ "เดี๋ยวนะครับคุณกัปตัน นี่คุณจะติวหรือจะเกณฑ์ทหารเนี่ย? ให้ผมมานั่งเฝ้าคุณซ้อมบาสทุกวันเนี่ยนะ? เวลาชีวิตผมมีค่าพอกับวิญญาณนะครับ ไม่ใช่เศษเหรียญในกระเป๋า" กันต์ไม่ตอบ เขาก้าวเข้ามาประชิดอีกนิดจนปลายรองเท้าผ้าใบของเราเกือบจะแตะกัน ระยะห่างที่ลดลงทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ และเสี้ยววินատีนั้นเองที่จังหวะหายใจของผมสะดุดกึก ดวงตาคมกริบของกันต์ฉายแววบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา มันทั้งดุดัน ดื้อรั้น... และบางเบาราวกับกำลังซ่อนความรู้สึกบางอย่างไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยนั้น "ถ้าไม่อยากโดนรีไทร์ ก็เลือกเอาครับว่าจะยอมเหนื่อยกับผมตรงนี้ หรือจะไปนั่งร้องไห้หน้าห้องอธิการบดีตอนเกรดออก" กันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ผมจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม น้ำเสียงของเขาทุ้มนุ่มลงเล็กน้อยจนหัวใจผมกระตุกวูบ "ริน... เลิกดื้อสักวัน แล้วทำตามที่ผมบอกเถอะครับ" คำว่า 'ครับ' ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายสายซึนอย่างกันต์ พร้อมกับแววตาที่อ่อนลงชั่วขณะ ทำเอาผมเถียงไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด เคมีประหลาดบางอย่างพุ่งปรี๊ดขึ้นมาในสมองจนแทบช็อต ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อสุขภาพหัวใจชะมัด "ก็ได้ครับ!" ผมกัดฟันยอมรับพลางผลักอกแกร่งออกเบาๆ "ผมยอมจำนนต่ออำนาจมืดของคุณแล้วกัปตัน แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าความรู้ที่คุณสรุปให้มันไม่คุ้มค่ากับหยาดเหงื่อที่ผมต้องมานั่งอุดอู้แถวนี้ ผมจะฟ้องศาลมหาลัยข้อหาหลอกลวงผู้บริโภคแน่" กันต์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปในพริบตา "ดีมากครับ งั้นก็ไปหยิบชีทมาเปิดซะ ตรงนั้นแหละที่นั่งของคุณ" เขาสั่งพลางชี้ไปยังม้านั่งไม้ตัวยาวที่มีกระเป๋าเป้ของผมวางอยู่ ผมส่งค้อนวงใหญ่ให้เขาหนึ่งทอดก่อนจะเดินกระแทกส้นเท้าปึงปังไปหยิบเอกสารมาเปิดอ่านตามคำสั่ง ทว่าในขณะที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาไฮไลท์ข้อความสำคัญ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับเสียงประตูโรงยิมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "อ้าวๆ ดูนี่สิครับท่านกัปตัน คนมีระเบียบวินัยอย่างนายกันต์ ถึงกับต้องพานักศึกษานิเทศฯ มานั่งเฝ้าถึงสนามซ้อมเชียวหรือ? นึกว่าซ้อมบาสจนเพี้ยน พาเด็กมาทำอะไรแถวนี้ล่ะเนี่ย" เสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ผมชะงักมือที่ถือปากกาไฮไลท์ ส่วนกันต์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาวาวโรจน์ทันที ร่างสูงสมส่วนของ 'เมฆ' รองกัปตันทีมบาสผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับกันต์มาโดยตลอดกำลังก้าวเข้ามาในสนาม รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าของเมฆฉาบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองผมกับกันต์สลับกันไปมาด้วยความสนุกสนาน กันต์ก้าวข้ามเส้นสนามออกไปยืนขวางหน้าเมฆทันที บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบ ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่รอวันปะทุ "เรื่องของผม เมฆ... นายมีธุระอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องซ้อมก็ไสหัวไปซะ" กันต์เอ่ยเสียงต่ำ รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากตัวเขาจนผมที่นั่งอยู่ไกลยังรู้สึกได้ เมฆหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หรา เขายกมือขึ้นกอดอกก่อนจะปรายตามองผมแล้วหันกลับมาสบตากันต์ด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้า "ธุระน่ะไม่มีหรอก... แต่บังเอิญผมได้ยินข่าวลือหนาหูมาว่า กัปตันคนเก่งของเรากำลังยอม 'อ่อนข้อ' ให้เด็กนิเทศฯ คนนี้เป็นพิเศษ จนยอมเอาเวลาซ้อมทีมมานั่งติวหนังสือให้... จริงหรือเปล่าล่ะครับ?" คำพูดของเมฆทำให้ผมสะดุดกึก หันขวับไปมองหน้ากันต์ทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่สันกรามของกันต์ขบเข้าหากันจนนูนเด่น ดวงตาคู่นคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะที่ถูกจุดชนวน เมฆจงใจพูดจาหาเรื่องและพยายามต้อนให้กันต์จนมุมในเรื่องที่คนอื่นไม่ควรเข้ามายุ่ง กันต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวเมฆในระยะประชิด ชนิดที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ "ถ้าปากนายยังว่างมากนัก เมฆ... อยากลองลงไปวิ่งรอบสนามสักยี่สิบรอบก่อนกลับไหมล่ะ?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความเดือดและเคมีฟินๆ ในตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%