เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง•ตอนที่ 4

ลูกชู้ตที่พุ่งเข้ากลางใจ

ผลงานโดย สแลมดังก์สื่อรัก
"ถ้าปากนายยังว่างมากนัก เมฆ... อยากลองลงไปวิ่งรอบสนามสักยี่สิบรอบก่อนกลับไหมล่ะ?" คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของโรงยิมอเนกประสงค์ เมฆถึงกับชะงัก รอยยิ้มเยาะที่มุมปากแข็งค้าง ดวงตาคมกริบของกันต์กวาดมองคู่แข่งตัวฉกาจด้วยความนิ่งสนิท ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน แต่ทรงพลังจนอีกฝ่ายต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรต่อ บรรยากาศรอบสนามบาสเกตบอลยามค่ำคืนคุกรุ่นไปด้วยแรงกดดันที่สัมผัสได้ด้วยผิวหนัง เมฆหัวเราะแห้งๆ ออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความเสียหน้า ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากโรงยิมไปพร้อมกับลูกสมุน ผมยืนกอดอกพิงเสาเหล็กอยู่ริมสนาม มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ปกติแล้วผม—ริน หนุ่มนิเทศฯ ผู้มีวาทศิลป์เป็นอาวุธ—มักจะมองกันต์เป็นแค่หุ่นยนต์เดินได้ที่วันๆ เอาแต่กวดขันเรื่องระเบียบและบาสเกตบอลจนน่ารำคาญ แต่ภาพของกัปตันทีมที่ยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีของทีมและไม่ยอมให้ใครมาหยามเกียรติเมื่อครู่ กลับทำให้ผมมองเขาด้วยมุมมองที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "มองอะไร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ กันต์หันมาสบตาผม เหงื่อกาฬไหลซึมตามกรอบหน้าคมคาย เสื้อกล้ามสีดำชุ่มเหงื่อแนบลู่ไปกับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ "เปล่า แค่คิดว่า... นายเวลานี้ดูน่ากลัวกว่าตอนอยู่ในสนามแข่งซะอีก" ผมตอบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปใกล้เขาทีละก้าว "ไม่คิดว่ากัปตันผู้แสนเคร่งครัด จะมีมุมดุเดือดแบบนี้กับเขาด้วย" กันต์ถอนหายใจยาว ยกผ้าขนหนูขึ้นซับเหงื่อตามลำคอหนา "ถ้าฉันไม่ทำอะไร สักวันทีมที่เราสร้างมาด้วยกันก็จะพังเพราะคนแบบนั้น นายไม่เข้าใจหรอก ริน... นายมันคนนอก" คำว่า 'คนนอก' พุ่งเข้ามาปะทะอกผมเบาๆ แต่แปลกที่มันไม่ได้สร้างความรู้สึกขุ่นเคืองเหมือนเคย กลับมีบางอย่างในน้ำเสียงของเขาที่บ่งบอกถึงภาระอันหนักอึ้งที่ต้องแบกรับไว้คนเดียว ผมตัดสินใจเดินตามเขาไปที่ม้านั่งข้างสนาม ทรุดตัวลงนั่งโดยไม่รอคำอนุญาตแล้วหยิบขวดน้ำเกลือแร่ยื่นให้ "อ่ะ ดื่มซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วกัปตัน" กันต์ชะงัก มองขวดน้ำในมือผมสลับกับใบหน้าของผม ดวงตาคู่คมมีความลังเลฉายชัดอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะรับมันไปเปิดดื่มเงียบๆ แสงไฟนีออนสลัวในโรงยิมสาดกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและแนวคางที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ มันเป็นภาพที่... ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าดูมีเสน่ห์อย่างประหลาด "นี่..." ผมเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบอีกครั้ง สายตาทอดมองไปยังแป้นบาสเกตบอลที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า "ทำไมนายต้องจริงจังขนาดนั้นด้วยวะ กันต์? แค่เล่นกีฬาให้สนุก ชนะบ้างแพ้บ้าง มันไม่เห็นจะคอขาดบาดตายตรงไหนเลยนี่" กันต์วางขวดน้ำลงบนม้านั่งเสียงดังเบาๆ เขานั่งก้มหน้า ประสานมือไว้ระหว่างขา ไหล่กว้างห่อลงเล็กน้อยราวกับกำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้ "สนุกเหรอ..." เสียงหัวเราะในลำคอของเขามันช่างขื่นขม "สำหรับนายมันอาจจะเป็นแค่เกมแก้เบื่อเพื่อเอาหน่วยกิตวิชาบ้าๆ นี่ แต่สำหรับฉัน... มันคือทุกอย่าง มันคือความคาดหวังเดียวที่พ่อฉันมองเห็นในตัวฉัน" ผมเงียบลงทันที จังหวะซิทคอมและคำพูดกวนประสาทที่เคยเตรียมไว้ในหัวมลายหายไปจนหมดสิ้น เมื่อได้เห็นแววตาไหววุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกระด้างนั้น มันเป็นแววตาของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เหนื่อยล้าเหลือเกินกับการต้องเป็น 'ที่หนึ่ง' ตามที่คนอื่นขีดเส้นไว้ "พ่อฉันเป็นตำนานนักบาสเกตบอลมหาลัย" กันต์พูดต่อ น้ำเสียงราบเรียบแต่สั่นเครือเล็กน้อย "ทุกครั้งที่ฉันก้าวลงสนาม ฉันไม่ได้เล่นเพื่อตัวเอง แต่ฉันเล่นเพื่อรักษาชื่อเสียงที่ท่านสร้างไว้ ฉันพลาดไม่ได้... ถ้าฉันแพ้ หมายความว่าฉันมันไร้ค่า" ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอกผม มันไม่ใช่ความสมเพช หรือความเวทนา แต่มันคือความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความพยายามที่ผมเคยคิดว่ามันน่ารำคาญ แท้จริงแล้วมันคือเกราะป้องกันอันเปราะบางที่เขาสวมไว้เพื่อไม่ให้ตัวเองพังทลาย ผมขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ไหล่ของเราแทบจะชนกัน ความเงียบระหว่างเราไม่ได้อึดอัดอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยพื้นที่ปลอดภัยที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ "งั้นเหรอ..." ผมพึมพำเบาๆ เอื้อมมือออกไปโดยไม่ทันคิด ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่คราบฝุ่นเปื้อนตรงข้างแก้มของกัปตันหนุ่มอย่างแผ่วเบา "งั้นต่อจากนี้... นายไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวหรอกนะ กันต์" กันต์สะดุ้งเฮือก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันมาสบตากับผม ระยะห่างของเราตอนนี้ใกล้กันเสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม กลิ่นกายผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และความสะอาดของสบู่ทำให้ผมรู้สึกวูบวาบในท้องอย่างประหลาด หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ทว่า... กันต์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับจ้องมองริมฝีปากของผมสลับกับนัยน์ตาคู่นี้ด้วยประกายแสงบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟในสนาม "นาย... พูดว่าอะไรนะ?" เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาคมกริบฉายแววความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานกำลังปะทุขึ้นทีละน้อย ผมกำลังจะอ้าปากตอบเพื่อแก้เขินด้วยประโยคกวนๆ ตามสไตล์ แต่ทว่า... *ปัง!* เสียงประตูกระจกโรงยิมถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่ามือของใครบางคน พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและน้ำเสียงตื่นตระหนกที่ตะโกนก้องเข้ามา ทำลายบรรยากาศสีชมพูในเสี้ยววินาทีนั้นจนยับเยิน "กันต์! ริน! พวกนายรีบมาดูนี่เร็วเข้า... ที่สนามกลางแจ้ง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความอบอุ่นและหัวใจที่เต้นรัวไปพร้อมกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (สแลมดังก์สื่อรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซนเตอร์ตัวร้ายกับนายแม่นห่วง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%