เสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์มือถือที่วางคว่ำอยู่บนโต๊ะไม้สีอ่อนในห้องสมุดคณะนิเทศศาสตร์ ไม่ได้ช่วยให้สมาธิของฉันกลับมาเข้าที่เข้าทางเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้ปลายนิ้วที่กำลังเคาะแป้นพิมพ์แล็ปท็อปสะดุดกึก หัวใจเจ้ากรรมเต้นกระหน่ำจนฉันต้องยกมือขึ้นมาทาบอกตัวเองโดยอัตโนมัติ
“พายแก แกพิมพ์คำว่า ‘ผู้กำกับ’ เป็น ‘ผู้กักขัง’ ไปสามรอบแล้วนะ ตั้งสติหน่อยแม่!”
เสียงกระซิบกระซาบปนเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของ ‘จิน’ เพื่อนสนิทตัวดีดังขึ้น พร้อมกับสมุดเล็ปท็อปของยัยนี่ที่ถูกเลื่อนมาเคาะเบาๆ ที่แขนฉันเพื่อเรียกสติ ฉันสะดุ้งเฮือก รีบก้มมองหน้าจอแล้วกดลบตัวอักษรพวกนั้นทิ้งด้วยความหงุดหงิดปนร้อนรน
“ฉันไม่ได้เหม่อสักหน่อย จิน แกอย่ามามั่ว” ฉันเสียงแข็งใส่ แม้ว่าใบหน้าร้อนผ่าวจะทรยศคำพูดของตัวเองสิ้นเชิง
“อ๋อเหรอจ๊ะ? ไม่ได้เหม่อ แต่หน้าจอแกเปิดแชทค้างของพี่ทามตั้งแต่นาทีที่สามสิบเจ็ดที่แล้ว แถมยังทำหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้แต่กลั้นไว้เพราะกลัวเสียฟอร์มเนี่ยนะเรียกว่าปกติ?” จินหรี่ตามองอย่างรู้ทัน ยัยนี่ชักจะฉลาดเกินไปจนน่าหมั่นไส้แล้วนะ “แปลกเนอะ ปกติเวลาไม่ได้เจอหน้ากัน สองคนนี้น่าจะเปิดศึกสาดน้ำลายผ่านแชทจนเมมโมรี่โทรศัพท์แทบระเบิด แต่วันนี้... หายเงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า พระเอกวิศวะของแกโดนเอเลี่ยนลักพาตัวไปดาวอังคารหรือยังไง ทำไมเงียบกริบขนาดนี้ล่ะคุณพายขา”
คำพูดลอยๆ ของจินแทงใจดำจนฉันเผลอเม้มริมฝีปากแน่น
นั่นสินะ... ทำไมถึงเงียบ?
เหตุการณ์เมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวฉันราวกับเทปม้วนเดิมที่ถูกกดรีเล่นซ้ำไปซ้ำมา ดวงตากลมโตของฉันเบิกกว้างในความมืด ตอนที่ข้อความสุดท้ายบนหน้าจอแชทปรากฏขึ้น... *‘ถ้าคิดถึงก็บอกกันตรงๆ ได้นะเด็กดื้อ ไม่เห็นต้องแกล้งหลับหนีเลย’*
ให้ตายเถอะ! แค่คิดถึงประโยคนี้ เลือดในกายมันก็สูบฉีดจนหน้าแดงก่ำขึ้นมาดื้อๆ แล้วความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอกตอนนั้น มันคืออะไรกันแน่ระหว่างความโกรธที่โดนจับไต๋ได้ กับความวูบโหวงในท้องที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นมาตอนที่รู้ว่า... วันนี้เขาไม่ได้อยู่ร่วมห้องด้วย
ห้องพักในคอนโดที่เคยรกเรื้อไปด้วยเสื้อช็อปวางพาดโซฟา เสียงกีตาร์โปร่งที่เขาดีดเล่นแก้เบื่อ หรือแม้แต่เสียงเคาะประตูห้องน้ำกวนประสาทที่คอยไล่ให้ฉันรีบแต่งตัว... วันนี้มันว่างเปล่า เงียบเชียบ และน่าหดหู่จนเกินทน
“เปล่าสักหน่อย เขาจะไปไหนก็เรื่องของเขาเถอะ ฉันจะไปสนทำไม” ฉันเชิดหน้าขึ้นทำเป็นสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ ทั้งที่ในใจพะว้าพะวงจนแทบจะหยิบมือถือขึ้นมาเช็คสถานะออนไลน์ของใครบางคนเป็นรอบที่ร้อยของวัน
“จ้าแม่คนปากแข็ง ระวังเถอะนะ ปล่อยให้หายไปนานๆ แบบนี้ เดี๋ยวเขาก็มีสาววิศวะคนอื่นมาดูแลแทนหรอก ยิ่งช่วงนี้พี่มายด์ดาวคณะสถาปัตย์ฯ คนนั้นตามตื๊อเขาไม่เลิกอยู่ด้วย...”
กึก!
นิ้วมือของฉันชะงักค้างกลางอากาศทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ‘มายด์’ ผู้หญิงสวยเป๊ะทุกองศา ยิ้มหวานหยาดเยิ้มจนมดขึ้น และที่สำคัญ... หล่อนอยู่ในโวลุมสายตาที่พี่ทามเคยปฏิเสธมาตลอด แต่ใครจะรู้ล่ะว่าในวันที่เราสองคนเริ่มมีระยะห่างและความงี่เง่าเข้าครอบงำแบบนี้ เขาอาจจะเปลี่ยนใจไปซบคนเพอร์เฟกต์แบบนั้นแล้วก็ได้
ความรู้สึกหน่วงๆ แล่นแปลบขึ้นมาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ปกติแล้วฉันชอบความสงบนะ ฉันเกลียดเสียงกวนๆ ของเขา เกลียดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ชอบทำให้ฉันเสียอาการ และเกلียดความรู้สึกพ่ายแพ้ทุกครั้งที่เถียงไม่ชนะ แต่พอวันนี้ไม่มีเสียงพวกนั้น... ฉันกลับพบว่าความเงียบมันน่ารำคาญยิ่งกว่าเสียงบ่นของพี่ทามเป็นร้อยเท่า
“แก... ฉันดูแย่มากเลยเหรอวะ” ฉันหันไปงัดแขนจินเบาๆ แววตาที่ส่งไปมีความหวั่นไหวเจืออยู่เต็มเป๋า จนเพื่อนสาวตัวดีต้องยอมวางปากกาในมือแล้วหันมาถอนหายใจยาวๆ
“ไม่ได้ดูแย่หรอพาย แกแค่อาการหนัก... ยอมรับมาเถอะน่า ว่าแกชินที่มีเขาคอยกวนประสาทในทุกๆ วันไปซะแล้ว” จินเอื้อมมือมาตบไหล่ฉันเบาๆ อย่างเห็นใจ “คนเราเนี่ยนะ จะรู้คุณค่าของอากาศก็ต่อเมื่อมันหายใจไม่ออก แกไม่ได้ชอบความสงบหรอกพาย แกแค่กำลังคิดถึงเจ้าของห้องอีกคนต่างหาก”
คำพูดของจินเหมือนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่ ทำให้ฉันพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ฉันเนี่ยนะ... คิดถึงผู้ชายปากเสียคนนั้น? ไม่มีทางซะหรอก!
แต่ถึงจะเถียงในใจยังไง ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะส่งยิ้มมุมปากมาให้พร้อมกับคำแซวเจ็บๆ คันๆ ก็ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ นิ้วเรียวกดเข้าแชทสีเขียวที่มีชื่อของคนกวนประสาทปักหมุดไว้บนสุดอย่างไร้ความลังเล
ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว... ถ้าเขาไม่ทักมา ฉันจะเป็นฝ่ายทักไปทวงความยุติธรรมเอง! ว่าหายหัวไปไหน ปล่อยให้คนอื่นเขาฟุ้งซ่านอยู่คนเดียวได้ยังไงกัน!
*‘นี่ นายตายรึยัง ทำไมไม่กลับห้อง?’*
ฉันพิมพ์ข้อความนั้นลงไปอย่างรวดเร็วด้วยความหมั่นไส้ระคนร้อนรน ก่อนจะกดส่งออกไปทันทีโดยไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน หัวใจเต้นโครมครามด้วยความคาดหวังว่าเขาจะรีบตอบกลับมาด้วยประโยคกวนประสาทตามสไตล์เดิม
แต่ทว่า... ผ่านไปหนึ่งนาที สามนาที หนาทีที่ห้า... สถานะในแชทก็ยังคงขึ้นแค่คำว่า ‘ส่งแล้ว’ ไร้ซึ่งวี่แววการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น
ให้ตายสิ! นี่เขาเมินข้อความฉันจริงๆ งั้นเหรอ?
ในจังหวะที่ฉันกำลังจะพิมพ์ข้อความยาวเหยียดเพื่อด่าทอความไร้มนุษยสัมพันธ์ของรูมเมตตัวแสบ ประตูห้องสมุดโซนเงียบสงบก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนในชุดเสื้อช็อปวิศวะสีเข้มที่เดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยท่าทางเร่งรีบ
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะตัวที่ฉันนั่งอยู่พอดี รอยยิ้มมุมปากที่แสนจะคุ้นเคยปรากฏขึ้นช้าๆ พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นทำลายความเงียบ
“ตามหาฉันอยู่เหรอครับ คุณรูมเมตตัวแสบ?”
ฉันสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ปลายสายตาของฉันกวาดมองไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือเขาที่สว่างวาบ... และข้อความล่าสุดที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอของเขาก็คือข้อความที่ฉันเพิ่งกดส่งไปเมื่อครู่นี้เอง!
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึก ไม่ใช่การที่เขาโผล่มาเซอร์ไพรส์แบบไม่ทันตั้งตัว
แต่เป็นรอยแผลสดขนาดเล็กที่มุมปากข้างขวาของเขา... พร้อมกับรอยเปื้อนสีฝุ่นและคราบเลือดจางๆ บนปกเสื้อช็อปที่ยับยู่ยี่ ราวกับว่าเขาเพิ่งผ่านการมีเรื่องชกต่อยกับใครมาหมาดๆ!
“พี่ทาม! หน้าไปโดนอะไรมา!?” ฉันเผลอโวยวายลั่นห้องสมุดจนบรรณารักษ์หันมามองค้อนขวับ แต่ฉันไม่สนใจมันแล้วเมื่อเห็นสายตาคมที่มองมาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่พยายามฝืนทำเป็นปกติ
“เสียงดังแบบนี้... แปลว่าห่วงฉันมากสินะครับ?” เขาย่อตัวลงมา กระซิบกระซาบข้างหูฉันด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่แฝงไปด้วยความเหนื่อยล้า “โอ๊ย... เจ็บนะเด็กดี อย่าเพิ่งดุสิ ฉันเพิ่งเคลียร์ปัญหาเสร็จแล้วรีบซิ่งมาหาเเกเนี่ย เห็นแก่ความตั้งใจนี้... เลิกทำหน้าบึ้งแล้วช่วยเป่าแผลให้หน่อยสิ”
หัวใจของฉันกระตุกวูบ ท่าทีออดอ้อนที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิงหายไปในพริบตาเดียว และก่อนที่ฉันจะได้อ้าปากเอ่ยถามอะไรออกไป ประโยคถัดมาของเขาก็ทำให้ฉันแทบหยุดหายใจ
“รีบกลับห้องกันเถอะ... ฉันมีเรื่อง ‘สำคัญมาก’ ที่ต้องสารภาพกับเธอ... ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนซะก่อน”
- ที่คั่นหนังสือสีชมพู -
ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป•ตอนที่ 20
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!