ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป•ตอนที่ 17

ทริปนี้มีแต่เรา

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“พายยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์หน้าร้านอินทนิลมาสามนาทีแล้วนะคะคุณรี้ดขา... หรือพูดให้ถูกคือ ตั้งแต่ก้าวขาลงมาจากรถตู้คันหรูของนายทามรุ่นพี่วิศวะตัวแสบ สมองของฉันก็เหมือนช็อตและรวนไปหมดจนแทบจะประมวลผลอะไรไม่ได้อีกเลยค่ะ!” เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของฉันเอง ในขณะที่เจ้าของต้นเรื่องอย่าง ‘พี่ทาม’ กำลังยืนกอดอกพิงเสาปูนด้วยท่าทางสบายอกสบายใจ ชายหนุ่มส่งยิ้มกวนประสาทที่เห็นแล้วอยากจะหยิบรองเท้าผ้าใบฟาดหน้าสักทีมาให้ฉัน พร้อมกับกระเป๋าเดินทางสองใบที่วางอยู่แทบเท้า—ไม่ใช่สิคะ ต้องเรียกว่า ‘กระเป๋าเดินทางหนึ่งใบครึ่ง’ เพราะใบใหญ่เป็นของฉัน ส่วนใบเล็กกว่าครึ่งหนึ่งเป็นของเขาที่ยัดเสื้อผ้ามาแบบขอไปที “สรุปว่ายังไงคะน้องพาย จะยืนเป็นอนุสาวรีย์สาวนิเทศฯ ขี้งอนตรงนี้อีกนานไหม? หรืออยากให้พี่อุ้มเข้าไปเช็คอินที่รีสอร์ทแทนการเดิน?” น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เจือแววหยล้อเล่นทำเอาฉันต้องรีบตวัดสายตาค้อนขวับกลับไปทันที “ใครขี้งอนกันคะพี่ทาม! แล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย ไหนพี่บอกว่าจองรีสอร์ทแบบวิลล่าส่วนตัวเตียงคิงไซส์แยกห้องกันไงคะ ทำไมตอนนี้พนักงานต้อนรับถึงบอกว่า ‘ห้องพักเต็ม เหลือเตียงเดี่ยวห้องสุดท้าย’ ล่ะคะ! นี่มันแผนการชั่วร้ายของพี่ใช่ไหมวะคะ!” ฉันแหวใส่เสียงดังลั่นจนนักท่องเที่ยวคนอื่นหันมามองเป็นตาเดียว แต่คนตัวสูงกลับไม่มีท่าทีสะทกสะทะเลยสักนิด เขายกมือขึ้นกอดอกแล้วโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ฉันเรื่อยๆ จนฉันต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน “โถ... เด็กโง่ พี่จะไปรู้ล่วงหน้าได้ยังไงล่ะคะว่าเทศกาลนี้คนจะแห่มาเที่ยวทะเลกันแน่นขนาดนี้ อีกอย่าง พนักงานเขาก็พูดชัดเจนนะคะว่าห้องสุดท้ายแล้วจริงๆ ถ้าเราไม่นอนห้องนี้ ก็ต้องขับรถกลับกรุงเทพฯ ตอนเที่ยงคืนนี้เลยนะคะ... เลือกเอาค่ะ ว่าจะนอนเตียงเดียวกัน หรือจะนั่งรถตู้คันเดิมกลับไปเคลียร์วิชากราฟิกดีไซน์ที่ค้างไว้พรุ่งนี้เช้า?” คำขู่หน้าตายของเขาทำเอาฉันเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วระหว่างการต้องไปนั่งปั่นงานส่งอาจารย์ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า กับการต้องไปนอนร่วมเตียงกับผู้ชายอันตรายที่ชอบแกล้งให้ใจสั่นเล่น... ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ฉันก็มีแต่เสียกับเสียชัดๆ เลยไม่ใช่หรือคะ! “พี่ทามมันคนเจ้าเล่ห์! นิสัยไม่ดี!” “รู้ตัวตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอคะ? ป่ะ... เดินทางเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปดูห้องกันเถอะค่ะ อยากรู้จังว่าเตียงห้องสุดท้ายนี่มันจะแคบจนเราต้องกอดกันกลมตลอดคืนหรือเปล่า” “อีตาบ้า! ใครจะไปกอดพี่กันคะ!” ฉันแหวตามหลังร่างสูงที่ก้มลงคว้ากระเป๋าเดินทางทั้งสองใบด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะเดินนำลิ่วเข้าไปในล็อบบี้รีสอร์ทสไตล์มินิมอลติดชายหาด ปล่อยให้ฉันยืนหน้าแดงแจ๋อยู่คนเดียว ท่ามกลางเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามราวกับมีใครเอาวงกลองมาตีอยู่ในอก ให้ตายเถอะค่ะ... แค่คิดว่าจะต้องนอนห้องเดียวกับเขา เตียงเดียวกันกับเขา ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม... ฉันก็รู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องขึ้นมาดื้อๆ แล้วนะคะเนี่ย! กริ๊ง! เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าประตูห้องพักโซน VIP ริมทะเลดังขึ้นเบาๆ เมื่อคีย์การ์ดถูกแตะเปิดเข้าไป ทันทีที่ก้าวเท้าเหยียบลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์เย็นฉ่ำ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอโ로มากลิ่นวานิลลาผสมกลิ่นอายทะเลก็ลอยมาแตะจมูกบรรยากาศภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีขาวครีมและไม้ธรรมชาติ ผนังกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นวิวทะเลสีครามระยิบระยับใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้า สวยงามและโรแมนติกจนแทบหยุดหายใจ... แต่นั่นมันจะไม่ใช่ปัญหาเลยค่ะ ถ้าตรงกลางห้องไม่มี ‘เตียงนอนขนาดใหญ่’ เพียงเตียงเดียวตั้งตระหง่านอยู่! “อ่า... วิวสวยใช้ได้เลยนะคะว่าไหม?” ทามโยนกระเป๋าเดินทางลงข้างโซฟาตัวนุ่ม ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนอนเตียงนอนกว้างขวางด้วยท่าทางสบายอารมณ์ “สวยตรงไหนกันคะ! มีเตียงนอนบ้าอะไรเนี่ย ทำไมมันถึงมีแค่เตียงเดียวตรงนี้เล่า!” ฉันเดินเข้าไปกระทืบเท้าเร่าๆ อยู่ข้างเตียง พร้อมกับใช้มือถือสมาร์ทโฟนในมือชี้หน้าคนตัวโตที่นอนยิ้มแป้นแล้นอยู่บนที่นอน “ก็เตียงห้องสุดท้ายไงคะคุณพาย หรือหนูอยากจะนอนลงไปบนพื้นพรมแข็งๆ ตรงนั้นดีล่ะคะ? เดี๋ยวพี่ไปหาผ้าเช็ดตัวมาปูให้นอนเป็นเพื่อนเอаไหมคะ?” เขาพูดพลางทำท่าจะลุกขึ้นจริงๆ จนฉันต้องรีบกวาดตามองพื้นพรมห้องพักที่แม้จะสะอาดสะอ้าน แต่ถ้าให้นอนจริงๆ มีหวังหลังหักแน่ๆ ค่ะ “ฮึ่ย! คนฉวยโอกาส!” ฉันสะบัดหน้าหนีด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินทางของตัวเองแล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องน้ำทันที เพื่อหนีสถานการณ์ชวนใจเต้นตรงหน้า เสียงเปิดน้ำฝักบัวดังซู่ซ่ากลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของตัวเอง ฉันยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจก แก้มใสๆ สองข้างแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก แค่คิดว่าคืนนี้จะต้องนอนร่วมเตียงกับเขา... ผู้ชายอันตรายที่ชอบทำให้ใจสั่นไหวอยู่เรื่อย... ฉันจะรอดพ้นจากเงื้อมมือมารของรุ่นพี่วิศวะคนนี้ไปได้ยังไงกันคะเนี่ย! ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์ลายการ์ตูนหมีพูห์สีเหลืองสดใสกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ปล่อยผมยาวสลวยที่เพิ่งสระเสร็จให้เปียกชื้นเล็กน้อย ทันทีที่เปิดประตูกระจกห้องน้ำออกมา สายตาก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของทามที่ถอดเสื้อยืดออกเหลือเพียงแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อลอนสวยได้รูปตามแบบฉบับหนุ่มนักกีฬา เขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จและกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมสีเข้มของตัวเองหยดน้ำพราวบนลาดไหล่กว้างทำให้เขาดูเซ็กซี่จนอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยๆ ของฉันเหลือเกินค่ะ! “อุ๊ย! คุณพระคุณเจ้าช่วย!” ฉันอุทานเสียงหลง พร้อมกับยกมือขึ้นปิดตาตัวเองอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ “อุ๊ยอะไรกันคะ แค่ผู้ชายถอดเสื้อเอง หน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศเชียวนะคะเด็กน้อย” เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของเขาดังขึ้นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งฉันรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่ยืนประชิดอยู่ตรงหน้า “ใครหน้าแดงกันคะ! พี่ใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้เลยนะ! นี่มันห้องเรา... เอ้ย ห้องพักรวมนะคะ!” ฉันโวยวายเสียงสั่น หลับตาปี๋ไม่ยอมลืมขึ้นมามองเด็ดขาด เพราะถ้ามองอีกนิดเดียวสติที่เหลืออยู่น้อยนิดของฉันคงกระเจิงหายไปแน่ๆ ค่ะ “โอ๋ๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ค่ะ ลืมตาได้แล้วเด็กดื้อ” สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วแข็งแรงที่แตะลงเบาๆ บนเรือนผมที่ยังชื้นน้ำของฉัน ทำให้หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วยิ่งเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นคือรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ทีเขาจะแสดงออกมา มันไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทแบบที่ชอบใช้แกล้งฉันทุกวัน... แต่มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจจนฉันเผลอชะงักไปชั่วขณะ “พาย...” “คะ... อะไรอีกเล่า!” ฉันเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองมาด้วยความหมายลึกซึ้ง “ขอบคุณนะคะที่ยอมมาเที่ยวทะเลกับพี่... ถึงแม้ตอนแรกจะบ่นจะเป็นจะตายก็เถอะ” ทามพูดพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ “ใครอยากมากับพี่กันคะ ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนตัวดีอย่างยายจินมันบังคับและหลอกลวงพายมานะ... อื้อ!” คำพูดทั้งหมดของฉันถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ คนตัวสูงก็โน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากอุ่นร้อนลงบนหน้าผากเนียนของฉันแผ่วเบา... สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับทิ้งความร้อนผ่าวลามเลียไปทั่วทั้งใบหน้าและหัวใจของฉันจนหยุดหายใจไปชั่วขณะ “พี่บอกแล้วไงคะ ว่าไม่ว่าใครจะบังคับมา... แต่สุดท้ายหนูก็มาอยู่ตรงนี้กับพี่แล้ว” ทามกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยจนทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว “และคืนนี้... เราคงต้องเคลียร์กันยาวเลยนะคะ ว่าทำไมเด็กดื้อถึงชอบทำให้พี่คลั่งรักอยู่เรื่อย” “มะ... หมายความว่ายังไงเล่า ถอยไปเลยนะไอ้รุ่นพี่คนฉวยโอกาส!” ฉันผลอกอกแกร่งออกด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตารีดมาแนบแก้ม ก่อนจะรีบวิ่งกระjоดหนีขึ้นไปบนเตียงนอนแล้วเอาผ้าห่มคลุมโปงคลุมมิดหัวทันที เสียงหัวเราะชอบใจของทามดังไล่หลังมาเบาๆ ตามด้วยแรงยวบลงบนที่นอนฝั่งตรงข้าม และเสียงทุ้มที่กระซิบลอดผ่านผ้าห่มเข้ามาใกล้จนหัวใจดัฃก้อง “ฝันดีล่วงหน้านะคะคุณแฟนตัวแสบ... เตรียมตัวรับมือกับความคลั่งรักของพี่ในวันพรุ่งนี้ได้เลยค่ะ” ให้ตายเถอะค่ะ... คืนนี้ฉันคงนอนไม่หลับไปตลอดทั้งคืนแน่ๆ เลยนะคะเนี่ย! (ขอบคุณคุณรี้ดที่น่ารักทุกคนที่แวะมาโดเนทหัวใจและคอมเมนต์เติมกำลังใจให้ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" คนนี้นะคะ รักที่สุดเลยค่ะ!)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%