"ถ้าแกยังเอาแต่นั่งยิ้มหน้าจอโทรศัพท์แบบนี้อีกสามวินาที ฉันจะเอาชีทประวัติศาสตร์นิยายไปเผาทิ้งซะให้หมดเรื่องเลยนะยัยพาย!"
เสียงแป้นพิมพ์โน้ตบุ๊กกระแทกดังปัง พร้อมกับฝ่ามือของจินที่ตบลงบนโต๊ะไม้ในห้องสมุดเสียงดังสนั่น จนบรรณารักษ์โต๊ะข้างๆ ต้องหันมาส่งสายตาพิฆาตใส่ แต่พายกลับไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงก้มหน้ามองหน้าจอแชตสีเขียวอ่อนที่มีข้อความค้างเติ่งจากคนตัวสูงปีสาม คณะวิศวะฯ ที่เพิ่งส่งมากวนประสาทเมื่อห้านาทีที่แล้ว
*(รูมเมตสุดหล่อของคุณ): เลิกเรียนแล้วยืนรออยู่ตรงเสาต้นเดิม ห้ามเดินหนีไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นตอนเย็นพี่จะกินพายแทนข้าวเย็นจริงๆ ด้วย*
ให้ตายเถอะ... ประโยคมันไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยสักนิด แถมยังเป็นมุกเสี่ยวๆ ที่ทามชอบเอามาหยอดจนเธอเบ้ปากใส่มาเป็นร้อยรอบแล้ว แต่ทำไม... ทำไมรอบนี้หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอกแบบนี้ล่ะคะ!
พายยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวราวกับคนเป็นไข้ เธอกำลังเป็นบ้าอะไรไปแล้วจริงๆ ตั้งแต่เหตุการณ์ฝนตกคืนนั้น... คืนที่คนตัวโตยอมเดินตากฝนกลับหอพักเพื่อเอาเสื้อแจ็กเก็ตมาคลุมไหล่ให้เธอ ทั้งที่ตัวเองเปียกโชกจนหยดน้ำไหลลงตามกรอบหน้าคมคาย ภาพรอยยิ้มบางๆ กับสายตาที่อ่อนโยนจนเกินกว่ามาตรฐาน ‘รูมเมตตัวแสบ’ คนนั้น มันก็ตามหลอนอยู่ในหัวเธอไม่ยอมเลิกรา
"นี่! นั่งเหม่ออีกแล้ว ยัยพาย แกเป็นอะไรเนี่ย ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น ฉันเห็นแกแอบถอนหายใจใส่กำแพงห้องไปสามรอบแล้วนะ หรือว่าโดนคุณชายวิศวะทำของใส่?" จินยื่นหน้าเข้ามาใกล้ หรี่ตามองด้วยความจับผิด พร้อมกับใช้ปลายปากกาเคาะโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ
"บ้า... บ้าอะไรเล่า ใครโดนทำของใส่ ไม่มีอะไรสักหน่อย!" พายรีบหุบยิ้มฉับพลัน ดึงหน้ากลับมาทำเป็นขมวดคิ้วยุ่งเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ พร้อมกับรีบพับหน้าจอโทรศัพท์คว่ำลงกับโต๊ะทันที ท่าทางลุกลนแบบนั้นมีหรือจะรอดพ้นสายตาของเพื่อนสนิทตัวชงอย่างจินไปได้
"ไม่มีอะไรที่ไหน หน้าแกนี่แดงลามไปถึงใบหูหมดแล้วยัยคุณชายพายขาาา~" จินลากเสียงยาวแซวด้วยความหมั่นไส้ "ยอมรับมาเถอะน่า ว่าช่วงนี้แพ้ทางรุ่นพี่เขาเข้าให้แล้วใช่ไหมล่ะ ก็แหม... เล่นดูแลดีเทคชันระดับวีไอพีขนาดนั้น ข้าวซื้อให้ การบ้านช่วยตรวจ แถมยังตามรับตามส่งยิ่งกว่าบอดี้การ์ดส่วนตัว ขนาดฉันเป็นเพื่อนรักยังไม่เคยได้รับการปฏิบัติระดับนี้เลยนะแก"
"จิน! พูดเบาๆ หน่อยสิยะ เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหมดหรอก" พายรีบยกมือขึ้นปิดปากเพื่อนสนิทตัวดี หน้าตาตื่นตระหนกเพราะกลัวว่าคนรอบข้างจะหันมากสนใจ แต่ในใจลึกๆ คำพูดของจินกลับวิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาเหมือนแผ่นเสียงตกร่อง
*แพ้ทาง... อย่างนั้นเหรอ?*
พายหลบสายตาเพื่อน เหม่อมองออกไปนอกกระจกใสของห้องสมุดที่สะท้อนภาพท้องฟ้าสีส้มยามเย็น เธอกำลังพยายามปฏิเสธเสียงหัวใจตัวเองมาตลอดหลายวัน กลراسยุทธ์การต่อปากต่อคำ การเถียงกันเรื่องงานบ้าน หรือการแกล้งทำเป็นรำคาญเวลาที่เขาเข้ามาใกล้ แท้จริงแล้วมันเป็นแค่เกราะป้องกันบางๆ ที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อนความหวั่นไหวต่างหาก
ทุกครั้งที่ทามส่งยิ้มมุมปากแบบนั้น ทุกครั้งที่เขาใช้ปลายนิ้วเขกหน้าผากเธอเบาๆ หรือแม้แต่ตอนที่เขาดุเวลาเธอดื้อไม่ยอมกินข้าว... ความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านอยู่ในอกมันไม่ใช่ความรำคาญเลยสักนิด แต่มันคือความสุขแปลกๆ ที่เธอไม่เคยได้รับจากใคร และที่สำคัญที่สุด... เธอยอมรับกับตัวเองอย่างไม่เต็มเสียงนักในวินาทีนี้ว่า เธอกำลังเสพติดรอยยิ้มของเขาเข้าให้แล้วจริงๆ
"ยอมรับแล้วล่ะสิ ถึงได้นั่งเงียบเป็นแมวหงอยแบบนี้" จินเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นความอ่อนโยนลง นัยน์ตาเป็นประกายด้วยความเข้าใจ "ความรักมันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอกนะพาย แกเป็นคนปากแข็งใจอ่อนมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รุ่นพี่ทามเขาอาจจะกวนประสาทไปหน่อย แต่สายเวลาที่เขา มองแก... ใครมองก็รู้ว่าคลั่งรักแกจะตาย"
"ใครคลั่งรักไม่มี๊!" พายเถียงเสียงหลง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นไปอีกขั้นจนต้องยกมือขึ้นพัดลมให้ตัวเอง
"โอ ๊ย ปากแข็งเบอร์นี้ ระวังโดนหมาคาบไปกินนะยะ บอกไว้ก่อนว่าช่วงนี้ดาวคณะวิศวะคนนั้น... เอ่อ คนที่ชื่อมายด์อะไรนั่นน่ะ ยังวนเวียนอยู่แถวตึกภาคแกบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอ เห็นรุ่นพี่ปีสามคนอื่นบอกว่าเธอตามตื๊อพี่ทามอยู่เหมือนกันนะ"
ประโยคท้ายของจินทำให้รอยยิ้มที่กำลังจะคลี่ออกบนใบหน้าของพายชะงักกึก ความรู้สึกหน่วงๆ แปลกๆ ตีตู้ขึ้นมาในอกทันที ภาพของผู้หญิงสวยเพอร์เฟกต์อย่างมายด์ที่เคยยืนอยู่ข้างๆ ทามผุดขึ้นมาในหัว พร้อมกับคำถามที่ว่า... แล้วเธอเป็นใครกันล่ะ? เป็นแค่รูมเมตที่บังคับให้หารค่าห้องครึ่งหนึ่งไม่ใช่หรือไง
"เรื่องของเขา... ฉันจะไปสนใจทำไมล่ะ" พายตอบเสียงอ่อย ความมั่นใจเมื่อครู่หายวับไปกับตา
"ปากแข็งให้ตลอดเถอะแก!" จินส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเก็บของลงกระเป๋า "หมดเวลาสวีทในมโนแล้วค่ะคุณพาย เพราะตอนนี้หกโมงเย็นพอดิบพอดี และถ้าแกปล่อยให้รุ่นพี่ทามรอนานกว่านี้ ฉันเกรงว่าเขาอาจจะยกพวกมาพังห้องสมุดตามหาแกจริงๆ แน่ ไปเถอะ!"
พายถูกจินดึงแขนให้ลุกขึ้นเดินออกมาจากห้องสมุดด้วยความจำยอม สองขาเรียว้าวุ่นก้าวเดินไปตามทางเดินมหาลัยที่เริ่มโพล้เพลย์ ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง ทั้งเขินอาย หวั่นไหว และความรู้สึกแปลกๆ ที่คล้ายกับความหึงหวงจางๆ เมื่อนึกถึงชื่อของมายด์
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อเดินมาถึงหน้าตึกคณะนิเทศฯ และมองเห็นร่างสูงโปรดของใครบางคนยืนพิงเสาต้นเดิมอยู่ ร่างนั้นสวมเสื้อฮู้ดสีดำตัวโปรด มือข้างหนึ่งถือกระป๋องกาแฟเย็น ส่วนมืออีกข้างกำลังกดโทรศัพท์มือถือ ทันทีที่สายตาคมกริบคู่นั้นเงยขึ้นมาสบตากับเธอ รอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ก็ปรากฏขึ้นทันที
ทามผละออกจากเสา ก้าวขายาวๆ ตรงดิ่งเข้ามาหาเธอด้วยท่าทีสบายๆ แต่แววตาแพรราวนั้นกลับทำให้ลมหายใจของพายสะดุดกัก
"มาช้าไปสามนาทีนะรูมเมตตัวแสบ" ทามหยุดยืนตรงหน้า ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจากเสาไฟฟ้าริมทางจนเงาของเขาโอบล้อมร่างเธอไว้ทั้งหมด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยลอยมาแตะจมูก "รู้ไหมว่าคนรอเขาใจคอไม่ดี คิดว่าแอบหนีไปเที่ยวกับหนุ่มที่ไหนซะอีก"
"ใครหนีไม่มี๊! แค่เก็บของช้าต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะ ยืนขวางทางอยู่ได้" พายแกล้งทำเป็นเฉไฉ เบี่ยงตัวหลบสายตาที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำจนลามไปถึงใบหูนั้นฟ้องทุกอย่างหมดเปลือก
ทามหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำที่ดังอยู่ใกล้แค่เอื้อมนั้นทำให้พายรู้สึกเหมือนสติสตางค์กำลังจะหลุดลอย เขาไม่ได้ถอยหนีตามที่เธอไล่ แต่กลับก้าวเข้ามาประชิดอีกนิด จนมือหนายื่นออกมายื่นกระป๋องกาแฟเย็นใส่มือเธอ
"อะ... ซื้อมาให้ ชาไทยหวานน้อยร้านโปรดของเธอนั่นแหละ เห็นทำหน้าเครียดตั้งแต่อยู่ในห้องสมุดแล้ว เดี๋ยวน้ำตาลในเลือดต่ำจะพาลมาเหวี่ยงใส่ฉันอีก"
พายรับกระป๋องเครื่องดื่มมาถือไว้ ความเย็นจากกระป๋องส่งผ่านปลายนิ้ว แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ตั้งใจยื่นให้กลับซ่านลึกเข้าไปถึงหัวใจ เธอก้มมองเครื่องดื่มในมือ เม้มริมฝีปากแน่นอย่างชั่งใจ ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่เต็มอก ทั้งความเขินอาย ความหวั่นไหว และความกลัวลึกๆ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังก้าวล้ำเส้นความสัมพันธ์นี้ไปไกลแค่ไหนแล้ว
แต่ก่อนที่พายจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไรออกไป ทราบเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดของทามก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ทามขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาสะดุดลงชั่วขณะ...
มันคือชื่อของ **"มายด์"**
พายที่บังคับสายตาเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอพอดี หัวใจที่กำลังเต้นพองโตเมื่อครู่หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกหน่วงแปลกๆ กลับมาทุบซ้ำที่อกอีกครั้งอย่างรุนแรง ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเขากับเธอในชั่วพริบตา ทามชำเลืองมองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับใบหน้าบึ้งตึงที่พยายามซ่อนความน้อยใจไว้ไม่มิดของพาย นิ้วเรียวของเขากดตัดสายทิ้งอย่างไม่ลังเล แต่ทว่า... ทันทีที่หน้าจอสายเรียกเข้าดับลง ข้อความแจ้งเตือนไลน์จากมายด์ก็เด้งขึ้นมาแทนที่ต่อหน้าต่อตาพายทันที
*(มายด์): พี่ทามคะ มายด์รออยู่ที่ลานจอดรถตึกวิศวะนะคะ มีเรื่องสำคัญมากๆ อยากคุยด้วยตอนนี้เลยค่ะ*
ทามนิ่งงันไปชั่ววินาที เขารีบเงยหน้าขึ้นมองพายด้วยแววตาร้อนรนคล้ายคนทำอะไรไม่ถูก ราวกับต้องการอธิบายบางอย่าง แต่พายกลับเป็นฝ่ายชิงถอยหลังก้าวหนึ่ง หลบสายตาคู่นั้น พร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
"อ๊ะ... ดูท่าทางรุ่นพี่จะมีธุระสำคัญสินะคะ งั้น... ไม่รบกวนเวลาแล้วค่ะ เชิญไปหาคุณมายด์เถอะ ฉันเดินกลับหอเองได้!"
พูดจบ พายก็หันหลังขวับเตรียมจะวิ่งหนีออกไปทันที แต่ทว่า... ข้อมือเล็กกลับถูกมือหนาคว้าหมับไว้แน่นด้วยแรงดึงที่ทำให้เธอต้องเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างขมับ พร้อมกับเสียงกระซิบพร่าต่ำที่แนบชิดจนหัวใจพายแทบหยุดเต้น
"อย่าเพิ่งไป... พาย ฟังพี่ก่อน"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านความน่ารักและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเขานะคะ!
ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป•ตอนที่ 24
ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!