"บอกแล้วไงคะว่าฉันไม่ได้เป็นอะไร! แค่... ฮัดش้า! แค่สำลักน้ำลายเฉยๆ หรอกน่า!"
เสียงแหบแห้งที่พยายามดัดให้ฟังดูแข็งกร้าวของฉัน มันช่างน่าอนาถเสียจนคนฟังคงนึกเวทนามากกว่าจะเชื่อถือ ฉันซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาลายเป็ดน้อย หลบสายตาดุๆ ของนายรูมเมตกวนประสาทที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องนอนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตากลับฉายแววหงุดหงิดระคนเป็นห่วงอย่างปิดไม่มิด
เหตุการณ์เมื่อคืนที่สะดุดตาเจอกับไอ้ท่าทีนิ่งสนิทของทาม เล่นเอาฉันนอนคิดมากจนไข้ขึ้นสูงปรี๊ดตั้งแต่ตีสาม ร่างกายที่ปกติพร้อมจะลุกขึ้นมาเถียงเขาได้ทุกฝีก้าว ตอนนี้กลับอ่อนปวกเปียกเหมือนลูกแมวตกน้ำ แค่จะพลิกตัวยังรู้สึกเหมือนกระดูกทุกท่อนจะหลุดออกจากกันเลยค่ะ
"สำลักน้ำลายจนตัวร้อนเป็นไฟ ปากแข็งเก่งเบอร์นี้ เดี๋ยวฉันจะเอาโล่เกียรติคุณนักรบกองหนุนไข้แตกแห่งปีไปแปะไว้หน้าห้องนิเทศฯ ให้"
ทามถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้ามาใกล้เตียงนอน ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงวอร์มสบายๆ ดูขัดหูขัดตากับบรรยากาศห้องพยาบาลจำเป็นนี่เหลือเกิน เขาววางมือหนาลงบนหน้าผากฉันอย่างไร้ความปรานี ความเย็นจากฝ่ามือของเขาตัดกับความร้อนฉ่าบนผิวหน้าฉันจนต้องเผลอสูดปาก
"นี่! มือหรือน้ำแข็งไสเนี่ย ห้ามจับนะ ฉันไม่ได้อนุญาต!" ฉันปัดมือเขาออกอย่างไม่จริงจังนัก เพราะลำคอตอนนี้มันแห้งผากจนแทบไม่มีเสียงเปล่งออกมาอยู่แล้ว
"ถ้ายังดื้อไม่ยอมกินยาและนอนพักดีๆ ฉันจะอุ้มเธอไปโรงพยาบาลตอนนี้เลยพาย เลือกเอา... จะกินข้าวต้มเอง หรือจะให้ฉันกรอกปากทางสายยาง"
น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงความจริงจังแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ทำเอาฉันต้องเบะปากคว่ำ รู้สึกพ่ายแพ้ราบคาบให้กับความเผด็จการของวิศวะปีสามคนนี้ทุกทีสิน่า!
สิบนาทีต่อมา กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มปลาโชยเตะจมูกจนกระเพาะที่ว่างเปล่าส่งเสียงร้องประท้วง ทามกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยกระเบื้องสีขาวควันโขมง เขาย่อตัวลงนั่งลงที่ขอบเตียงฝั่งตรงข้าม ช้อนด้ามยาวในมือถูกตักขึ้นมาเป่าเบาๆ จนควันจางลง ก่อนจะยื่นมาตรงหน้าฉัน
"อ้าปาก... เร็วๆ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ"
"ฉันกินเองได้น่า มือฉันไม่ได้หักสักหน่อย แค่เป็นไข้..." ฉันพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าช้อนมาถือเอง แต่ปลายนิ้วยังไม่ทันแตะโดน ทามก็เบี่ยงมือหลบหน้าตาเฉย สายตาคมกริบตวัดมองฉันนิ่งๆ
"มือสั่นขนาดนี้ จะตักเข้าปากหรือจะสาดใส่หน้าตัวเอง เอาเวลาไปอ้าปากแล้วกินเงียบๆ เถอะน่า ฉันขี้เกียจมานั่งเช็ดเตียงให้"
ให้ตายเถอะ! ปากคอเราะร้ายแบบนี้มันน่าเอาสากกะเบือฟาดสักทีจริงๆ แต่เพราะความหิวและร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง ฉันเลยจำใจต้องยอมอ้าปากรับข้าวต้มคำแรกเข้าไป รสชาติกลมกล่อม หอมขิงอ่อนๆ และเนื้อปลาชิ้นพอดีคำละมุนลิ้นจนน่าตกใจ
นี่นายวิศวะกวนประสาทคนนี้ทำอาหารเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย? ปกติเห็นกินแต่มาม่ากับข้าวกล่องเซเว่นไม่ใช่เหรอ?
"อร่อยล่ะสิ ฝีมือระดับเชฟทามผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะ" เขาพูดพลางยักคิ้วกวนๆ เมื่อเห็นฉันเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างลืมตัว
"หลงตัวเองชะมัด... แค่ข้าวต้มต้มสำเร็จรูปใส่ปลาป่ะ อย่ามาโมเม" ฉันเคี้ยวไปเถียงไป แม้ว่าในใจจะแอบให้คะแนนความอร่อยเต็มสิบไม่หักเลยก็ตาม
"ปากดีแบบนี้ แสดงว่าไข้เริ่มลดแล้วสินะ" ทามหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนจนน่าประหลาด เขายังคงทำหน้าที่ป้อนข้าวฉันทีละคำอย่างใจเย็น ไม่มีทีท่าเบื่อหน่ายเลยสักนิด บรรยากาศในห้องนอนแคบๆ ที่เคยมีแต่เสียงทะเลาะกัน กลับอบอวลไปด้วยความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะแปลกๆ
ฉันแอบช้อนตามองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขา เส้นผมสีดำสนิทลู่ลงปรกหน้าผากเล็กน้อยทำให้เขาดูเด็กกว่าเวลาปกติ ท่าทีใส่ใจแบบไม่ทันตั้งตัวแบบนี้มันโกงกันชัดๆ คนอะไร... เวลาปกติกวนประสาทแทบตาย แต่พอเวลาป่วยทีไรกลับใจดีจนคนอ่านใจสั่นทุกที
"มองอะไร ติดใจฝีมือฉัน หรือว่าติดใจหน้าตาฉัน?" ทามหยุดช้อนในมือ เอียงคอมองฉันด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก
"หลงตัวเอง! ใครจะไปมองนายกันเล่า มองแมงมุมบนเพดานโน่นต่างหาก!" ฉันรีบเบือนหน้าหนีไปทางผนังห้องทันที กลัวว่าเขาจะจับสังเกตความผิดปกติของจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังโครมครามอยู่ในอกตอนนี้ได้
"อ๋อ แมงมุมใส่เสื้อวิศวะเหรอ ถึงได้หน้าตาเหมือนฉันเป๊ะขนาดนั้น" เจ้าตัวยังไม่เลิกหยอก แถมยังขยับเข้ามาใกล้จนไหล่ของเราชนกันเบาๆ ความอบอุ่นจากตัวเขาส่งผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนฉันต้องรีบหดตัวหนี
ครืดดด!
เสียงสั่นเตือนของสมาร์ทโฟนที่วางอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนเขินอาย ทามเหลือบไปมองหน้าจอเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าจะจางหายไปในพริบตา แววตาคมกริบคู่นั้นกลับมานิ่งสนิทและเย็นชาขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ
ฉันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย พยายามจะชะเง้อคอมองตาม แต่ทามกลับหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นคว่ำหน้าลงอย่างรวดเร็วราวกับไม่อยากให้ฉันเห็น
"ใครโทรมาเหรอ?" ฉันถามออกไปตามสัญชาตญาณความเสือกของมนุษย์
ทามนิ่งไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมคู่นั้นมองสบตาฉันนิ่งนานราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะวางถ้วยข้าวต้มลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างเบามือ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
"เปล่าหรอก... แก๊งเพื่อนมันตามเรื่องโปรเจกต์น่ะ" เขาตอบเสียงเรียบ แต่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่เขาจงใจปกปิด
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชต์ดังขึ้นอีกครั้งจากโทรศัพท์เครื่องเดิมที่คว่ำอยู่ และคราวนี้หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาพอดี ทำให้ฉันทันได้เห็นชื่อผู้ส่งและข้อความบางส่วนที่แสดงผลอยู่บนหน้าจออย่างชัดเจน... ชื่อของคนที่ฉันคิดว่าควรจะอยู่ให้ไกลที่สุดในเวลานี้
*มายด์: "ทามคะ เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืน... มายด์ว่าเรามาเคลียร์กันให้รู้เรื่องเถอะค่ะ มายด์รออยู่ที่เดิมนะ"*
หัวใจของฉันกระตุกวูب ความอบอุ่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด ทามหันกลับมามองหน้าฉันทันทีที่เห็นว่าฉันอ่านข้อความนั้นทัน แววตาของเขามีความตื่นตระหนกฉายชัดเป็นครั้งแรก ซึ่งมันยิ่งตอกย้ำความรู้สึกแปลกๆ ในอกให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
"พาย... ฟังฉันก่อนนะ"
ขอความกรุณารีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน กดเพิ่มเข้าชั้นและหัวใจให้ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" ด้วยนะคะ!
ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป•ตอนที่ 13
ข้าวต้มมัดใจ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!