ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป•ตอนที่ 31

ฝนตกหนักกับห้องเรา

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“ตอบมาก่อนสิคะ... ที่ถามไปเมื่อกี้ ตกลงว่ายังไง” ทามยังคงจ้องมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนกับจะกลืนกินกันเข้าไปให้ได้ แรงกดดันมหาศาลจากคนตรงหน้าทำให้ฉันแทบลืมวิธีหายใจ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขามันช่างรบกวนสมาธิเสียเหลือเกิน ในขณะที่เสียงฝนข้างนอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับจะกักขังเราสองคนไว้ในห้องแคบๆ นี้ตลอดกาล “คือ... ทาม... พาย...” ฉันอึกอัก พยายามเบี่ยงสายตาหนีไปมองหน้าต่างที่ถูกเม็ดฝนกระหน่ำใส่จนพร่ามัว “ไม่ต้องหลบตา” ทามขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนหลังของฉันชิดกับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งของเขายันไว้ข้างตัวฉันราวกับกรงขังที่ไม่มีวันหนีพ้น “พายถามผมก่อนแท้ๆ ว่าผมรู้สึกยังไง... พอผมถามกลับ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนจะหนีผมล่ะครับ?” “ใครหนี! ฉันแค่... ฉันแค่ตกใจเสียงฝน!” ฉันเถียงเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก “จริงเหรอคะ?” เขาเลิกคิ้วกวนประสาท มุมปากหยักยิ้มร้ายอย่างที่ชอบทำ “งั้นที่แก้มแดงๆ นี่... เพราะเสียงฝนด้วยหรือเปล่า?” “ไอ้คนฉวยโอกาส! ถอยไปเลยนะ!” ฉันยกมือขึ้นดันอกแกร่งของเขา แต่มันก็แทบไม่ขยับเลยสักนิด เขากลับยิ่งก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกันอยู่แล้ว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ตรงกรอบหน้าจนฉันรู้สึกวาบหวามไปหมด เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนฉันเผลอกระโดดกอดคอเขาโดยอัตโนมัติ ทามหัวเราะหึในลำคอเบาๆ อ้อมแขนของเขาตวัดรัดเอวฉันไว้แน่นขึ้นเพื่อรับน้ำหนัก “เห็นไหม... กลัวจนต้องกอดแน่นขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรอีกเหรอพาย” “ก็... ก็มันตกใจ!” ฉันงุดหน้าลงกับอกเขา พยายามซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟลวก “ทามมันนิสัยไม่ดี ชอบแกล้งให้ฉันเขินอยู่เรื่อยเลย” “แกล้งเหรอ?” ทามเชยคางฉันขึ้นให้สบตากัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย “พาย... ผมไม่เคยแกล้งเรื่องความรู้สึกนะ ที่ผมทำ ที่ผมพูด ผมจริงจังทุกคำเลย... โดยเฉพาะคำตอบที่รออยู่” บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดตา เหลือเพียงเสียงฝนที่กระทบหลังคาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงไฟสลัวในห้องทำให้ใบหน้าของเขาดูละมุนขึ้นเป็นเท่าตัว หัวใจของฉันเต้นโครมครามจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้วในตอนนี้ ความรู้สึกที่สะสมมาตลอดหลายเดือนเริ่มพรั่งพรูออกมาจนยากจะควบคุม “พายชอบ...” ฉันพึมพำเสียงแผ่ว “ชอบที่ทามเป็นแบบนี้... ชอบที่ทามใจดีกับพายคนเดียว” “แค่ชอบเหรอ?” ทามกระซิบซ้ำ เสียงต่ำพร่าของเขาทำเอาสมองฉันขาวโพลนไปหมด “ขอนะ... ขอมากกว่าคำว่าชอบได้ไหม” ฉันยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นรัวๆ ตัดจังหวะความโรแมนติกทิ้งไปจนหมดสิ้น ฉันรีบผลักตัวเขาออกแล้วคว้ามือถือขึ้นมาดูด้วยใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ ข้อความจาก: **จิน** [จิน]: ไอ้พาย! มึงอยู่ไหน! ดูข่าวหรือยังวะ! [จิน]: รีบเปิดดูเพจมหาลัยด่วนเลย ตอนนี้คนแชร์ว่อนไปหมดแล้ว! [จิน]: ที่มึงกับทามไปเดินห้างด้วยกันเมื่อวาน มีคนถ่ายรูปตอนมึงโดนไอ้ทามกอดไว้ได้! [จิน]: แล้วยัยมายด์ก็เพิ่งโพสต์สตอรี่บอกว่า ‘คนที่ควรอยู่ข้างๆ เขา คือคนที่เป็นของจริง’ อะมึง! ฉันหน้าถอดสีทันที นิ้วมือสั่นระริกขณะกดเข้าไปดูรูปในเพจเพจหนึ่ง ทามชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยอีกคน ก่อนที่คิ้วหนาของเขาจะขมวดเข้าหากันจนเป็นปม “ช่างหัวยัยนั่นสิ” ทามคว้าโทรศัพท์จากมือฉันแล้วโยนทิ้งไปบนเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะรั้งตัวฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง “ผมสนแค่คนตรงหน้า... สนแค่ว่าตอนนี้พายจะให้คำตอบผมว่ายังไง” “แต่ว่า... มายด์เขา...” “ชู่ว...” ทามใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากฉันเบาๆ “อย่าให้ใครหน้าไหนมาทำลายเวลาของเราสิครับ” เขาก้มลงมาอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนแทบจะกลายเป็นศูนย์ แต่จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับพรึ่บลงสนิท ทิ้งให้เราตกอยู่ในความมืดมิดของพายุฝนข้างนอกนั่น ความเงียบเข้าปกคลุมจนฉันได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง... และเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเรา! เสียงเคาะประตูรัวดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนที่คุ้นหูที่สุด... เสียงของมายด์ “ทาม! ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!” ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ว่าพายกับทามจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง ใจฟูและลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ จากใจ ‘ที่คั่นหนังสือสีชมพู’ ค่ะ
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%