“ตอบมาก่อนสิคะ... ที่ถามไปเมื่อกี้ ตกลงว่ายังไง”
ทามยังคงจ้องมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนกับจะกลืนกินกันเข้าไปให้ได้ แรงกดดันมหาศาลจากคนตรงหน้าทำให้ฉันแทบลืมวิธีหายใจ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขามันช่างรบกวนสมาธิเสียเหลือเกิน ในขณะที่เสียงฝนข้างนอกเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับจะกักขังเราสองคนไว้ในห้องแคบๆ นี้ตลอดกาล
“คือ... ทาม... พาย...” ฉันอึกอัก พยายามเบี่ยงสายตาหนีไปมองหน้าต่างที่ถูกเม็ดฝนกระหน่ำใส่จนพร่ามัว
“ไม่ต้องหลบตา” ทามขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกจนหลังของฉันชิดกับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งของเขายันไว้ข้างตัวฉันราวกับกรงขังที่ไม่มีวันหนีพ้น “พายถามผมก่อนแท้ๆ ว่าผมรู้สึกยังไง... พอผมถามกลับ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนจะหนีผมล่ะครับ?”
“ใครหนี! ฉันแค่... ฉันแค่ตกใจเสียงฝน!” ฉันเถียงเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก
“จริงเหรอคะ?” เขาเลิกคิ้วกวนประสาท มุมปากหยักยิ้มร้ายอย่างที่ชอบทำ “งั้นที่แก้มแดงๆ นี่... เพราะเสียงฝนด้วยหรือเปล่า?”
“ไอ้คนฉวยโอกาส! ถอยไปเลยนะ!” ฉันยกมือขึ้นดันอกแกร่งของเขา แต่มันก็แทบไม่ขยับเลยสักนิด เขากลับยิ่งก้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกันอยู่แล้ว ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ตรงกรอบหน้าจนฉันรู้สึกวาบหวามไปหมด
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นจนฉันเผลอกระโดดกอดคอเขาโดยอัตโนมัติ ทามหัวเราะหึในลำคอเบาๆ อ้อมแขนของเขาตวัดรัดเอวฉันไว้แน่นขึ้นเพื่อรับน้ำหนัก “เห็นไหม... กลัวจนต้องกอดแน่นขนาดนี้ ยังจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไรอีกเหรอพาย”
“ก็... ก็มันตกใจ!” ฉันงุดหน้าลงกับอกเขา พยายามซ่อนใบหน้าที่ร้อนผ่าวเหมือนโดนไฟลวก “ทามมันนิสัยไม่ดี ชอบแกล้งให้ฉันเขินอยู่เรื่อยเลย”
“แกล้งเหรอ?” ทามเชยคางฉันขึ้นให้สบตากัน แววตาของเขาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความอ่อนโยนจนน่าใจหาย “พาย... ผมไม่เคยแกล้งเรื่องความรู้สึกนะ ที่ผมทำ ที่ผมพูด ผมจริงจังทุกคำเลย... โดยเฉพาะคำตอบที่รออยู่”
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดตา เหลือเพียงเสียงฝนที่กระทบหลังคาเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสงไฟสลัวในห้องทำให้ใบหน้าของเขาดูละมุนขึ้นเป็นเท่าตัว หัวใจของฉันเต้นโครมครามจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรแล้วในตอนนี้ ความรู้สึกที่สะสมมาตลอดหลายเดือนเริ่มพรั่งพรูออกมาจนยากจะควบคุม
“พายชอบ...” ฉันพึมพำเสียงแผ่ว “ชอบที่ทามเป็นแบบนี้... ชอบที่ทามใจดีกับพายคนเดียว”
“แค่ชอบเหรอ?” ทามกระซิบซ้ำ เสียงต่ำพร่าของเขาทำเอาสมองฉันขาวโพลนไปหมด “ขอนะ... ขอมากกว่าคำว่าชอบได้ไหม”
ฉันยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้นรัวๆ ตัดจังหวะความโรแมนติกทิ้งไปจนหมดสิ้น ฉันรีบผลักตัวเขาออกแล้วคว้ามือถือขึ้นมาดูด้วยใจที่ยังเต้นไม่เป็นจังหวะ
ข้อความจาก: **จิน**
[จิน]: ไอ้พาย! มึงอยู่ไหน! ดูข่าวหรือยังวะ!
[จิน]: รีบเปิดดูเพจมหาลัยด่วนเลย ตอนนี้คนแชร์ว่อนไปหมดแล้ว!
[จิน]: ที่มึงกับทามไปเดินห้างด้วยกันเมื่อวาน มีคนถ่ายรูปตอนมึงโดนไอ้ทามกอดไว้ได้!
[จิน]: แล้วยัยมายด์ก็เพิ่งโพสต์สตอรี่บอกว่า ‘คนที่ควรอยู่ข้างๆ เขา คือคนที่เป็นของจริง’ อะมึง!
ฉันหน้าถอดสีทันที นิ้วมือสั่นระริกขณะกดเข้าไปดูรูปในเพจเพจหนึ่ง ทามชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วยอีกคน ก่อนที่คิ้วหนาของเขาจะขมวดเข้าหากันจนเป็นปม
“ช่างหัวยัยนั่นสิ” ทามคว้าโทรศัพท์จากมือฉันแล้วโยนทิ้งไปบนเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะรั้งตัวฉันเข้าไปกอดอีกครั้ง “ผมสนแค่คนตรงหน้า... สนแค่ว่าตอนนี้พายจะให้คำตอบผมว่ายังไง”
“แต่ว่า... มายด์เขา...”
“ชู่ว...” ทามใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากฉันเบาๆ “อย่าให้ใครหน้าไหนมาทำลายเวลาของเราสิครับ”
เขาก้มลงมาอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนแทบจะกลายเป็นศูนย์ แต่จู่ๆ ไฟในห้องก็ดับพรึ่บลงสนิท ทิ้งให้เราตกอยู่ในความมืดมิดของพายุฝนข้างนอกนั่น ความเงียบเข้าปกคลุมจนฉันได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง... และเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูห้องของเรา!
เสียงเคาะประตูรัวดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนที่คุ้นหูที่สุด... เสียงของมายด์
“ทาม! ฉันรู้ว่าเธออยู่ในนั้น! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ว่าพายกับทามจะรับมือกับสถานการณ์นี้ยังไง ใจฟูและลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ
จากใจ ‘ที่คั่นหนังสือสีชมพู’ ค่ะ
ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป•ตอนที่ 31
ฝนตกหนักกับห้องเรา
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอโทษที...พอดีรูมเมตผมหล่อเกินไป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!