กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 17

รอยยิ้มที่หาได้ยาก

ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
"เจ้าจะมองหน้าข้าแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กัน แม่นางมู่หรง? หรือเกรงว่ารูปโฉมอันหล่อเหลาไร้ผู้เทียมทานของข้า จะทำให้จิตใจที่สงบนิ่งดุจน้ำแข็งพันปีของเจ้าเริ่มสั่นคลอนเสียแล้ว?" น้ำเสียงติดจะกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของถ้ำศิลาจันทรา เยี่ยเฟิงเอนกายพิงผนังถ้ำอย่างเกียจคร้าน ในมือถือขวดสุราสมุนไพรที่หมักด้วยปราณอัคคี ขณะที่สายตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีที่กำลังจ้องมองเหยื่อผู้สูงศักดิ์ เบื้องหน้าของเขาคือมู่หรงเสวี่ย เทพธิดาแห่งตำหนักเหมันต์ผู้เลอโฉม นางยังคงนั่งขัดสมาธิโคจรพลังปราณเพื่อขับพิษโลหิตทมิฬที่ตกค้างจากศึกหนักเมื่อวาน ไอเย็นสีขาวบริสุทธิ์แผ่ซ่านออกรอบกายจนเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมตามผนังหิน แต่ทว่า... อาการบาดเจ็บภายในของนางกลับสาหัสเกินกว่าที่คาดไว้ ปราณเหมันต์นิรันดร์เกิดความปั่นป่วนจนทำให้ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของนางซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ทว่าดวงตากลับยังคงดื้อรั้นและเย่อหยิ่งไม่ยอมเอ่ยปากร้องขอความช่วยเหลือแม้แต่น้อย "ไร้สาระ..." เสียงหวานใสที่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งเอ่ยลอดไรฟัน "เยี่ยเฟิง หุบปากเน่าๆ ของเจ้าเสีย แล้วเอาเวลาไปตรวจสอบค่ายกลป้องกันรอบถ้ำยังดีกว่า หากพยัคฆ์ทมิฬส่งวานรเงามาสืบข่าวอีกรอบ เจ้าคงได้ใช้กระบี่วิปลาสตัดหัวพวกมันแทนการมานั่งพ่นวาจาไร้สาระตรงนี้" เยี่ยเฟิงหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดุดันและเปี่ยมด้วยความมั่น "ปากเก่งเสียจริงนะแม่นาง ทั้งที่ตอนนี้แม้แต่จะโคจรลมปราณผ่านจุดชีพจรเซียนหยินยังทำได้ยากลำบากแท้ๆ" เขาวางขวดสุราลง ลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง ก้าวเท้าเข้าไปหานางทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวอิทธิฤทธิ์ปราณเหมันต์ที่แผ่ออกมาคุ้มกันกาย "ถอยไป!" มู่หรงเสวี่ยตวาดเบาๆ เมื่อเงาร่างสูงใหญ่ของจอมยุทธ์หนุ่มโน้มตัวลงมาใกล้ ดวงตาคู่คมของนางฉายแววตื่นตระหนกเล็กน้อย นางไม่คุ้นชินกับการมีใครเข้ามาในระยะประชิดตัวเช่นนี้ โดยเฉพาะบุรุษผู้มีความดิบเถื่อนและเอาแต่ใจเป็นเลิศอย่างเยี่ยเฟิง "หากข้าถอย แล้วใครจะช่วยกดจุดชีพจรขับพิษให้เจ้าเล่า?" เยี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นมาบ้าง แม้ภายนอกเขาจะชอบหยอกเย้า แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับลึกล้ำและเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน มือหนาแผ่ออก ปราณอัคคีบรรพกาลที่ร้อนแรงแต่ควบคุมไว้อย่างประณีตถูกถ่ายเทผ่านปลายนิ้วเข้าสู่แผ่นหลังบอบบางของนางทันที "อึก..." มู่หรงเสวี่ยสะعดุ้งเฮือก ร่างกายสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อความร้อนระอุเข้าปะทะกับความเย็นยะเยือกในร่าง การหลอมรวมกันระหว่างปราณอัคคีและปราณเหมันต์ไม่ใช่เรื่องง่าย มันคือการเผชิญหน้าระหว่างหยินและหยางที่พร้อมจะระเบิดร่างของนางได้ทุกเมื่อ หากเยี่ยเฟิงพลาดพลั้งเพียงเสี้ยวลมหายใจ ทั้งนางและเขาจะต้องมอดไหม้หรือกลายเป็นน้ำแข็งสลักคู่กันไปชั่วนิรันดร์ จิ้งจอกอัคคีจอมกวนที่นอนขดอยู่มุมถ้ำลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่ง มันหางกระดิกไปมาอย่างรู้ทัน ก่อนจะส่งเสียงร้อง "จิ้ง!" เบาๆ ราวกับจะเยาะเย้ยเจ้านายของตนที่กำลังใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าหาโฉมงาม บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน เยี่ยเฟิงขยับเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมเย็นบริสุทธิ์จากกายของนาง มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมปรุงแต่ง แต่เป็นกลิ่นอายธรรมชาติของบัวหิมะหมื่นปีที่เติบโตบนยอดเขาเซียน "เจ้าจ้องจะเอาเปรียบข้าตลอดเวลาเลยหรือไง..." มู่หรงเสวี่ยพึมพำเบาๆ เสียงของนางเริ่มอ่อนลงเมื่ออาการเจ็บปวดบรรเทาเบาบางลง พลังปราณในร่างกลับมาไหลเวียนอย่างราบรื่นอีกครั้ง "ข้าเป็นสุภาพบุรุษผู้ทรงคุณธรรมนะแม่นาง จะเรียกว่าเอาเปรียบได้อย่างไร นี่เรียกว่าการช่วยเหลือเพื่อนร่วมเป็นร่วมตายต่างหาก" เยี่ยเฟิงยิ้มมุมปาก ดวงตาคมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะเย็นชาดุจน้ำแข็ง มู่หรงเสวี่ยเม้มริมฝีปากน้อยๆ นางอยากจะเอ่ยปากด่าทอความหน้าหนาของเขาอีกสักประโยค ทว่าเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับประกายความจริงใจและความห่วงใยที่ฉายชัดอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น กำแพงน้ำแข็งที่นางสร้างขึ้นมาตลอดหลายร้อยปีของการบำเพ็ญเพียรกลับเริ่มแตกร้าวลงทีละน้อย ภาพเหตุการณ์เมื่อวานที่เยี่ยเฟิงเอาตัวเข้ามารับกระบี่มารโลหิตแทนตนยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความรู้สึก หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเซียน บัดนี้กลับเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะเมื่ออยู่ใกล้บุรุษผู้นี้ เยี่ยเฟิงสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาคู่นั้น เขาจึงแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนใส "ว่าอย่างไรเล่า หรือว่าที่จริงแล้ว... เจ้าแอบหลงเสน่ห์จอมกระบี่ผู้ไร้พ่ายผู้นี้เข้าให้แล้ว?" "เจ้า... คนไร้ยางอาย!" มู่หรงเสวี่ยถลึงตาใส่ ทว่าครั้งนี้แววตาของนางกลับปราศจากรังสีฆ่าฟันโดยสิ้นเชิง ตรงกันข้าม มันกลับเจือไปด้วยความเขินอายที่หญิงสาวผู้ฝึกวิชาเซียนไม่เคยแสดงออกมาก่อน และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มุมปากอิ่มที่มักจะปิดสนิทและเรียบเฉยมาตลอดชีวิต กลับยกโค้งขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้ม... รอยยิ้มที่บางเบาราวกับสายหมอกยามเช้า แต่กลับงดงามสะกดภวังค์จนทำให้แสงสว่างภายในถ้ำศิลาจันทราพลهدหมองลงไปถนัดตา เยี่ยเฟิงชะงักง้าง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกอักขระเซียนตรึงไว้ ณ จุดนั้น สมองของจอมกระบี่ผู้ผ่านศึกมานับร้อยนับพันครั้งพลันขาวโพลนไปชั่วขณะ เขาลืมสิ้นซึ่งวิถีกระบี่ ลืมสิ้นซึ่งความเป็นความตายในยุทธภพ ลืมแม้กระทั่งเสียงคำรามของพยัคฆ์ทมิฬที่อยู่ภายนอก ในสายตาของเขามีเพียงรอยยิ้มนั้น... รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งกว่าการบรรลุคัมภีร์สวรรค์ขั้นสูงสุด "เจ้ายิ้ม..." เยี่ยเฟิงเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยอย่างลืมตัว "เจ้า... ยิ้มให้ข้าจริงๆ ด้วย" มู่หรงเสวี่ยเพิ่งรู้ตัวว่านางเผลอแสดงความรู้สึกออกไป ใบหน้าขาวผ่องพลันแดงก่ำขึ้นมาทันทีราวกับผลท้อสุก นางรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย พร้อมกับยกมือขึ้นปัดไหล่เขาเบาๆ "หุบปากไปเลยนะเยี่ยเฟิง! ข้า... ข้าแค่เยาะเย้ยความหลงตัวเองของเจ้าต่างหากเล่า!" เยี่ยเฟิงหัวเราะร่วนออกมาเสียงดังลั่นถ้ำ ความสุขเอ่อล้นทะลักทะลายในอกยิ่งกว่าการได้ครอบครองกระบี่ยอดเยี่ยมแห่งปฐพี เขากำลังจะเอאะวาจาหยอกเย้าต่อนางอีกครั้ง ทว่าในวินาทีนั้นเอง... *ตูมมมม!* เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากทางเข้าถ้ำ ค่ายกลป้องกันปราณเหมันต์ที่ถักทอด้วยพลังเซียนร้อยปีแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงอัดมหาศาลซัดเอาเศษหินและฝุ่นผงปลิวว่อน ปราณทมิฬสีดำสนิททะลักทะลุเข้ามาพร้อมกับเงาร่างมหึมาที่มีดวงตาสดดั่งโลหิต "ฮ่าๆๆๆ! พบตัวพวกเจ้าเสียที... เจ้าหนูตระกูลเยี่ย และนังเทพธิดาแห่งตำหนักเหมันต์!" เสียงคำรามอันทรงพลังและเปี่ยมด้วยจิตสังหารดังสะท้านสะเทือนแผ่นดิน พยัคฆ์ทมิฬปรากฏกายขึ้นที่เบื้องหน้า พร้อมกับเงาร่างของยอดฝีมือฝ่ายอธรรมนับสิบคนที่รายล้อมปิดตายทุกเส้นทางหนี ทว่า ในวินาทีที่เยี่ยเฟิงหันกลับไปเผชิญหน้ากับศัตรู รอยยิ้มบนใบหน้าของเขากลับหายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดันเหี้ยมเกราะที่น่ากลัวยิ่งกว่าอสูรบรรพกาล และก่อนที่คมกระบี่วิปลาสจะถูกชักออกจากฝักเพื่อสับประดื้อกับพยัคฆ์ทมิฬ เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เยือกเย็นของมู่หรงเสวี่ยก็ดังขึ้นข้างหูเขา "ระวังตัวด้วย... ข้ายังไม่อยากให้คนที่ทำให้ข้ายิ้มต้องตายที่นี่" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิเซียนอันดุเดือดนี้มาด้วยกันนะครับ - ลั่วอสูรหมื่นภูผา
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%