ความตาย... สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของมันที่กำลังกัดกินไขกระดูกทีละน้อย ร่างของเยี่ยเฟิงในยามนี้แทบไม่ต่างอะไรจากเศษกระดาษที่ถูกไฟเผาผลาญจนไหม้เกรียม เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากย้อมอาภรณ์สีดำสนิทให้กลายเป็นสีชาดเข้มข้น ความกดดันระดับมหาศาลจากเคล็ดวิชา 'กลืนกินนภา' ของพยัคฆ์ทมิฬแผ่ซ่านกดทับลงมาทุกตารางนิ้ว ราวกับต้องการบดขยี้วิญญาณของเขาให้แหลกสลายกลายเป็นผุยผงในคราเดียว
"ฮ่าๆๆๆ... เจ้าเด็กโง่ คิดว่าวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้าจะต่อกรกับพลังแห่งอสูรบรรพกาลได้เช่นนั้นหรือ? ร่างกายมนุษย์อันอ่อนแอของเจ้าในตอนนี้ แม้แต่สุนัขข้างถนนยังรังเกียจที่จะแทะเลยด้วยซ้ำ!"
เสียงหัวร่อเย้ยหยันดังก้องกังวานราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน พยัคฆ์ทมิฬก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว แววตาคู่มหึมาฉายแววเหี้ยมเกรียมและกระหายเลือด ปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างมันราวกับอสรพิษนับหมื่นตัวที่พร้อมจะพุ่งเข้าฉีกกระชากเหยื่อให้เป็นจุล
เยี่ยเฟิงกัดฟันแน่นจนเลือดสดๆ ไหลอาบขากรรไกร ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่างจนสติแทบดับวูบ แต่นัยน์ตาคมกริบของเขากลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความดื้อรั้นและทะนงตนที่ลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มือขวายังคงกำด้ามกระบี่วิปลาสไว้แน่น ราวกับว่าต่อให้ร่างนี้แหลกสลายเป็นผุยผง เขาก็ไม่มีวันคุกเข่าให้แก่อสูรชั่วช้าตัวนี้เป็นอันขาด!
*“นายท่าน... ข้าบอกท่านแล้วว่าอย่าฝืนใช้เคล็ดกระบี่ฝืนลิขิตนั่น ตอนนี้เส้นชีพจรปราณทั่วร่างของท่านขาดสะบั้นไปเจ็ดส่วนแล้ว หากยังดื้อดึงใช้พลังอีกเพียงนิดเดียว วิญญาณของท่านจะแตกดับกลายเป็นจุล ไม่ได้ผุดได้เกิดไปชั่วกัปชั่วกัลป์แน่!”*
เสียงร้องเตือนอย่างร้อนรนของ 'จิ้งจอกอัคคี' ดังขึ้นในห้วงจิตสำนึก เจ้าจอมกวนประสาทที่ปกติมักจะเอ่ยคำพูดกวนโทสะอยู่เสมอตอนนี้กลับน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวอย่างแท้จริง มันพยายามแผดเผาพลังปราณไฟสวรรค์เพื่อช่วยพยุงผนึกจิตวิญญาณให้เยี่ยเฟิง แต่ทว่าพลังของพยัคฆ์ทมิฬนั้นแข็งแกร่งเกินไป ราวกับเอาหยดน้ำไปดับกองเพลิงมหาสมุทร
"หุบปากซะ..." เยี่ยเฟิงแค่นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกพล่าน "ข้า... เป็นผู้เลือกวิถีกระบี่นี้เอง... หากจะต้องตาย... ข้าก็ต้องตายในฐานะผู้กำชัย มิใช่สุนัขล้มผู้ยอมจำนนต่อโชคชะตา!"
ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังกลืนกินสติสัมปชัญญะ ภาพของสตรีผู้หนึ่งพลันผุดขึ้นมาในห้วงคำนึง... มู่หรงเสวี่ย... เทพธิดาแห่งตำหนักเหมันต์ผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งพันปี สตรีผู้ซึ่งยอมใช้พลังปราณเซียนบริสุทธิ์ปกป้องเขาจากทัณฑ์สวรรค์จนกระอักโลหิต นางผู้ซึ่งซ่อนเร้นความอ่อนโยนไว้ภายใต้ความเย็นชาดุจภูเขาน้ำแข็ง หากเขาต้องมาดับดิ้นลงที่นี่ นางเล่า... จะต้องเผชิญกับชะตากรรมเช่นไรเมื่อต้องโดดเดี่ยวเผชิญหน้ากับเหล่ามารร้ายในยุทธภพ?
*ไม่! ข้ายังตายไม่ได้! ข้ายังต้องเคียงข้างนาง... สู่จุดสูงสุดแห่งวิถีเซียนด้วยกัน!*
วูบ—!
พริบตานั้นเอง อุณหภูมิรอบกายที่ควรจะหน็บหนาวจากปราณมรณะ กลับแปรเปลี่ยนเป็นร้อนระอุราตะโกนก้อง เสียงคำรามต่ำลึกราวกับเสียงคำรามของอสูรบรรพกาลจากยุคบรรพ์กาลดังสะท้อนก้องออกมาจากขุมลึกแห่งจิตวิญญาณของเยี่ยเฟิง พลังลมปราณสีแดงฉานผสมผสานกับเปลวเพลิงสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาราวกับเสาเพลิงค้ำยันฟ้า!
พยัคฆ์ทมิฬที่กำลังก้าวเข้ามาหมายจะปลิดชีพชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาสีกุหลาบของมันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังตื่นขึ้นจากหลุมศพแห่งกาลเวลา กลิ่นอายนี้... เป็นกลิ่นอายที่แม้แต่อสูรระดับบรรพกาลเช่นมันยังต้องรู้สึกสั่นสะท้านถึงขั้วหัวใจ!
"นะ... นั่นมันพลังอะไรกัน? เจ้า... เจ้าซ่อนสิ่งใดไว้ในกายกันแน่!" พยัคฆ์ทมิฬคำรามลั่นด้วยความหวาดระแวง ปราณสีดำที่แผ่ออกมาเริ่มสั่นไหวราวกับหวาดกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่กำลังจะลืมตาตื่น
เยี่ยเฟิงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายไปตามกระแสลมปราณที่บ้าคลั่ง นัยน์ตาของเขาในยามนี้ข้างหนึ่งดำสนิทดุจห้วงอเวจี แต่อีกข้างหนึ่งกลับเปล่งประกายสีเพลิงเจิดจ้าดุจสุริยันแผดเผา ร่างกายที่เคยสะบักสะบอมกลับถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดอัคคีสีทองทอประกายระยิบระยับ ราวกับเทพสงครามผู้จุติมาจากแดนสวรรค์ชั้นฟ้า
นี่คือการ 'ปลุกพลังอสูรบรรพกาล' ในกายที่หลับใหลอยู่ก้นบึ้งแห่งสายเลือด การเดิมพันด้วยชีวิตเพื่อแลกกับการทะลวงขีดจำกัดของมนุษย์!
"เจ้าอยากรู้หรอว่ามันคืออะไร?" เยี่ยเฟิงเอ่ยปากขึ้น น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันทุ้มต่ำ ก้องกังวาน และทรงอำนาจจนแผ่นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือน "งั้นก็จงใช้ดวงตาโง่เขลาของเจ้า... เบิกให้กว้างแล้วดูให้เต็มตา!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของเยี่ยเฟิงก็หายวับไปจากจุดเดิมราวกับภูตผีปีศาจ ความเร็วในเวลานี้เหนือล้ำกว่าขอบเขตที่สายตาของพยัคฆ์ทมิฬจะมองตามทัน!
*เปรี้ยง—! บูม—!*
ประกายกระบี่วิปลาสพาดผ่านท้องนฟ้า เกิดเป็นสายฟ้าสีทองคำลากยาวผ่ากลางม่านหมอกปราณทมิฬจนแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ พยัคฆ์ทมิฬตื่นตระหนกจนต้องคำรามลั่น มันตวัดกรงเล็บเหล็กกล้าเข้าปะทะเพื่อป้องกันตัว แต่ทว่า... แรงปะทะอันมหาศาลกลับทำให้ร่างมหึมาของมันต้องกระเด็นถอยหลังไปนับร้อยวา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าแตกเป็นเหวลึกยาวเหยียด
เลือดสีดำสนิทของอสูรพยัคฆ์สาดกระเซ็นลงสู่พื้นดินราวกับสายฝน ความเจ็บปวดจากการถูกโจมตีทำให้พยัคฆ์ทมิฬคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด มันไม่เคยคิดเลยว่ามนุษย์ผู้ใกล้ตายคนนี้จะสามารถพลิกสถานการณ์ด้วยการปลุกพลังอสูรโบราณขึ้นมาได้
"เจ้าสารเลว! ต่อให้เจ้าจะกลายร่างเป็นอะไรก็ตาม วันนี้เจ้าก็ต้องตายอยู่ดี!" พยัคฆ์ทมิฬแผดเสียงคำรามสะท้อนก้าวพุ่งเข้าใส่ด้วยพลังทั้งหมดที่มี หมายจะบดขยี้เยี่ยเฟิงให้แหลกคามือในกระบวนท่าเดียว
ทว่า ในขณะที่การปะทะครั้งตัดสินกำลังจะอุบัติขึ้น ท่ามกลางห้วงมิติที่บิดเบี้ยวและพลังปราณที่ปั่นป่วนจนฟ้าดินแทบพลิกคว่ำ...
จู่ๆ เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งก็พุ่งแหวกม่านเมฆลงมาดั่งเทพธิดาลงทัณฑ์ ความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาทำให้เปลวเพลิงทั่วบริเวณแทบจะแข็งค้างในพริบตาเดียว ดาบน้ำแข็งเล่มงามถูกชักออกจากฝักอย่างสง่างาม เสียงหวานใสแต่เย็นชาราวกับน้ำแข็งพันปีดังขึ้นแผ่วเบาแต่กลับทรงพลังกดดันจนทุกสรรพสิ่งต้องหยุดนิ่ง
"บังอาจนัก... ใครอนุญาตให้เจ้า... แตะต้องตัวเขา?"
เยี่ยเฟิงเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาร่างคุ้นตาที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาในยามวิกฤต หัวใจที่ด้านชามาเนิ่นนานกลับถูกหลอมละลายลงในพริบตา... แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับสิ่งที่มู่หรงเสวี่ยถืออยู่ในมือข้างซ้าย—ป้ายคำสั่งโบราณที่สลักอักขระเซียนอันสูญส่ง ซึ่งเป็นสมบัติลับประจำตำหนักเหมันต์ที่นางไม่มีวันนำออกมาเว้นเสียแต่ว่า... ตำหนักเหมันต์กำลังถูกทำลายล้างจากภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหมื่นปี!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ตัวละครมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
ลั่วอสูรหมื่นภูผา
กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์•ตอนที่ 24
อสูรตื่นจากหลับไหล
ผลงานโดย ลั่วอสูรหมื่นภูผา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลั่วอสูรหมื่นภูผา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสประจันหน้าเซียนน้ำแข็งนิรันดร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!