“ไอ้พี่กรณ์! ถ้าแกยังไม่ถอยออกไป ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก!”
รินลดากระแทกเสียงผ่านบานประตูไม้ที่สั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกจากด้านนอก หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองชุด ความโกรธผสมกับความระแวงทำเอาเลือดในกายเดือดพล่าน ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งของห้อง พิมพ์ชนกที่เพิ่งดื่มไวน์แดงไปเกือบครึ่งขวดกำลังนั่งพิงโซฟาด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยาก ดวงตาสวยคู่นั้นปรือปรอยราวกับโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง
“ริน... เสียงใครน่ะ” เสียงหวานที่ติดจะแหบพร่าและอ้อแอ้ของคนเมาดังขึ้น พิมพ์ชนกพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่กลับเซจนเกือบล้ม รินลดารีบถลาเข้าไปประคองร่างที่อ่อนปวกเปียกนั้นไว้ กลิ่นไวน์จางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของพี่สาวคนสวยทำเอาหัวใจคนประคองเต้นผิดจังหวะ
“ช่างหัวมันเถอะพี่พิมพ์ ไปนอนค่ะ เดี๋ยวรินจัดการเอง”
เสียงบิดลูกบิดยังคงดังต่อเนื่อง กรณ์ไม่เพียงแค่เคาะ แต่เขากำลังตะโกนเรียกชื่อพิมพ์ชนกด้วยน้ำเสียงที่แสดงความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด “พิมพ์! ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง ผมรู้ว่าคุณอยู่ข้างใน คุณจะขังตัวเองกับเด็กนั่นไปถึงไหน!”
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนซีด ความอดทนที่มีต่อไอ้รุ่นพี่จอมตื๊อขาดผึง เธอผละจากพิมพ์ชนก เดินไปคว้าแจกันเซรามิกใกล้มือมาถือไว้มั่น ก่อนจะกระชากประตูเปิดออกอย่างกะทันหันจนร่างของกรณ์ที่กำลังพิงประตูอยู่เซถลาเข้ามาข้างใน
“ฉันบอกว่าให้กลับไปไง!” รินลดาตวาดลั่น
“ริน? ออกไปเลยนะ นี่เรื่องของผมกับพิมพ์!” กรณ์พยายามจะผลักไหล่เธอ แต่รินลดาไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมใคร เธอใช้ความคล่องตัวเบี่ยงหลบก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นเยียบจนกรณ์ชะงัก
“เรื่องของพี่กับพี่พิมพ์จบไปตั้งแต่วันที่พี่นอกใจเขาแล้วค่ะ ตอนนี้พี่พิมพ์เขาเป็นคนของฉัน... หมายถึงเป็นรูมเมทที่ฉันต้องดูแล!” รินลดาเน้นคำจนคนฟังขมวดคิ้ว “และถ้าพี่ไม่รีบไสหัวไปตอนนี้ ฉันจะไม่แค่แจ้งตำรวจ แต่จะแฉให้หมดว่าไอ้สถาปนิกอนาคตไกลอย่างพี่ทำวีรกรรมอะไรไว้บ้างในออฟฟิศน่ะ!”
กรณ์หน้าเปลี่ยนสีทันที เขาจ้องมองไปยังพิมพ์ชนกที่นั่งมึนงงอยู่บนโซฟา ก่อนจะพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย “ฝากไว้ก่อนเถอะ... พิมพ์ ถ้าคุณยังเห็นแก่ความสัมพันธ์ของเรา ก็ติดต่อผมกลับมา”
ประตูถูกปิดลงพร้อมกับเสียงล็อคสองชั้น รินลดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง เธอถอนหายใจยาวก่อนจะหันกลับไปมองคนบนโซฟาที่ตอนนี้เอนตัวลงนอนกอดหมอนอิงแน่น
“เฮ้อ... โลกนี้มันไม่มีความสงบสุขเลยหรือไงนะ” รินลดาบ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปหยิบแก้วไวน์ที่เหลือค้างไว้มาดื่มรวดเดียวแก้เครียด รสฝาดและหวานของไวน์ช่วยให้ความประหม่าในอกลดลงไปบ้าง เธอเดินเข้าไปหาพิมพ์ชนกที่เริ่มส่งเสียงหายใจสม่ำเสมอ
“พี่พิมพ์... พี่หลับแล้วเหรอ”
รินลดาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ มือเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากเนียนของอีกฝ่ายออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากผิวแก้มของพิมพ์ชนกทำเอาคนใจกล้าเริ่มหวั่นไหว ในความเงียบที่ปกคลุมห้องพัก เธอปล่อยให้ความคิดที่ซ่อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจเอ่อล้นออกมา
“พี่รู้ไหม... ที่พี่ไล่ผมคนนั้นไป เพราะพี่กลัวผมเสียใจ หรือเพราะพี่แค่อยากอยู่กับฉันกันแน่” รินลดาพูดกับความว่างเปล่า น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย “พี่ดุฉันตลอดเวลา พี่ทำเหมือนเกลียดขี้หน้าฉันนักหนา... แต่พอมีคนอื่นเข้ามาใกล้ พี่กลับเป็นฝ่ายที่ดึงฉันไว้เอง”
รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึก พิงศีรษะลงกับพนักโซฟาข้างๆ ใบหน้าของพิมพ์ชนก เธอมองดูริมฝีปากสีระเรื่อที่เผยอออกเล็กน้อยยามหลับใหล ความรู้สึกที่สั่งสมมาตลอดหลายเดือนมันตีรวนจนอยากจะสารภาพออกไปให้จบๆ แม้จะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ยินก็ตาม
“ฉันน่ะ... เกลียดเวลาที่พี่มองคนอื่น แต่เกลียดตัวเองมากกว่าที่แพ้ทางพี่ทุกที” รินลดาเอื้อมมือไปแตะริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา “จริงๆ แล้วนะพี่พิมพ์... ที่ฉันคอยกวนประสาทพี่ ก็เพราะว่าฉันแค่อยากให้พี่หันมาสนใจฉันบ้าง... แม้จะเป็นแค่ความโกรธก็ยังดีกว่าถูกพี่มองผ่านไปเฉยๆ”
รินลดาก้มหน้าลงซบกับไหล่ของพิมพ์ชนก ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างหูคนหลับ “ฉันน่ะ... รักพี่นะ... รักจนไม่รู้จะจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงแล้ว พี่ยังไม่รู้ตัวเลยใช่ไหมว่าพี่ใจร้ายแค่ไหนที่ทำให้คนอย่างฉันต้อง...”
ทว่า ทันทีที่รินลดาพรั่งพรูความนัยออกมาจนถึงประโยคสำคัญ มือที่เคยไร้เรี่ยวแรงของพิมพ์ชนกกลับเลื่อนขึ้นมาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น!
ดวงตาที่ควรจะปิดสนิทคู่นั้นลืมขึ้นช้าๆ แววตาของพิมพ์ชนกไม่ได้มีความงุนงงของคนเมาหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันกลับฉายแววคมกริบและสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอขยับกายลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินลดาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ
“เธอกำลังจะบอกว่าอะไรนะ... รินลดา” พิมพ์ชนกถามเสียงกระซิบพลางกระชากคอเสื้อคนเด็กกว่าให้เข้ามาใกล้จนลมหายใจประสานกัน “พูดให้จบสิ... ว่าเธอต้องอะไร?”
รินลดาตัวแข็งทื่อ คำพูดที่ตั้งใจจะให้เป็นแค่ความลับยามค่ำคืนกลับถูกจับได้คาหนังคาเขา ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า เพราะในความมืดนั้น... แววตาของพิมพ์ชนกกลับร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ
ดอกเดซี่ริมทางหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มข้ามเส้นของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันเสมอค่ะ
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 23
คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!