เสียงเปรียะปร้างของสายฟ้าที่ผ่าลงมาบนยอดเขาสูงเบื้องนอก ดึงสติให้ห้องนอนขนาดกะทัดรัดในรีสอร์ทกลางป่ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมกับความมืดสนิทที่โรยตัวลงมาฉับพลันเมื่อกระแสไฟฟ้าดับวูบลงอย่างไร้สัญญาณเตือน
รีสอร์ทสไตล์นอร์ดิกท่ามกลางหุบเขาแห่งนี้กลายเป็นเกาะโดดเดี่ยวทันทีที่พายุฝนกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงลมหวีดหวิวปะทะกระจกหน้าต่างราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่า แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าบรรยากาศภายนอก กลับเป็นระยะห่างระหว่างคนสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงนอนหลังเดียวกันในความมืดสลัว
ดวงตาของพิมพ์ชนกเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่รินลด้ารีบผุดลุกขึ้นถอยกรูdไปชิดหัวเตียงอีกฝั่งทันที ราวกับโดนน้ำร้อนลวก!
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่สาดซัดกระเบื้องหลังคาและเสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่ของคนทั้งคู่ในความมืด รินลดาพยายามควAหาโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงอย่างลهاลลาน นิ้วเรียวปัดป่ายไปทั่วจนปลายนิ้วไปสะดุดเข้ากับกรอบสี่เหลี่ยม แสงไฟฉายจากหน้าจอสมาร์ทโฟนสว่างวาบขึ้น สะท้อนให้เห็นใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
"วะ... วัยรุ่นใจร้อนอย่างคุณริน ทำไมถึงชอบทำตัวซุ่มซ่ามอยู่เรื่อยนะคะ" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยของพิมพ์ชนกดังขึ้นทำลายความเงียบ ร่างโปร่งในชุดนอนผ้าป่านสีครีมขยับตัวเล็กน้อย แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่รินลดากำลังถืออยู่สาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของสถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบ ทว่าเวลานี้เส้นผมสีเข้มที่เคยรวบตึงกลับหลุดรุ่ยเคลียคลอข้างแก้มเนียน ขับให้ภาพลักษณ์น้ำแข็งขั้วโลกละลายหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาระ1บตระยนที่ซ่อนความสั่นไหวเอาไว้ไม่มิด
รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างนึกหมั่นไส้ หล่อนเกลียดรอยยิ้มมุมปากแบบนั้นของพี่พิมพ์ที่สุด มันเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกำลังเยาะหยันความพ่ายแพ้ของหล่อนทางอ้อม ทั้งที่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะกระֹดออกมานอกอกอยู่แล้ว
"ใครซุ่มซ่ามกันคะพี่พิมพ์! รินต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายถามว่าเมื่อกี้... พี่พิมพ์คิดจะทำอะไรต่างหาก ร่างกายเข้าหาเองแท้ๆ แต่ทำไมทำหน้าตกใจเหมือนเจอผีแบบนั้นล่ะคะ หรือว่า... กลัวรินจะกินเข้าจริงๆ?" รินลดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย ใช้ความปากเก่งกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกในอก ดวงตากลมโตจ้องตรงไปยังร่างบางที่นั่งคุกเข่าอยู่ปลายเตียง พยายามทำเป็นเหนือกว่าทั้งที่ฝ่ามือชื้นเหงื่อ
พิมพ์ชนกแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หญิงสาวขยับตัวเข้าหาช้าๆ แสงไฟจากหน้าจอมือถือที่สะท้อนจากพื้นห้องสาดขึ้นมาทำให้เงาของพิมพ์ชนกทาบทับลงบนร่างของดีไซเนอร์สาวรุ่นน้องราวกับผู้ล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
"กินเหรอคะ? หึ... เด็กกะโปโลอย่างคุณริน ต่อให้พยายามทำตัวเปรี้ยวซ่าแค่ไหน ก็ยังเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืนในสายตาฉันอยู่ดีนั่นแหละค่ะ" พิมพ์ชนกยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่อีกฝ่ายใช้ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางความอับชื้นของอากาศภายนอก ยิ่งทำให้รินลดาต้องกลั้นหายใจ "ที่ฉันถอย... ไม่ได้กลัวคุณจะกินฉันหรอกค่ะ แต่ฉันกลัวว่า... ถ้าฉันเผลอทำจริงขึ้นมา คนที่จะร้องไห้งอแงจะไม่ใช่ฉันน่ะสิคะ"
"พี่พิมพ์!" รินลดาอุทานเสียงหลง ขยับหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ ไม่มีทางหนีไปไหนได้อีกแล้วเมื่อเบื้องหน้าคือร่างเพรียวที่ใช้แขนทั้งสองข้างยันฟูกเตียงไว้ กักขังหล่อนให้อยู่ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ
บรรยากาศในห้องเงียบงัดลงไปอีกครั้ง เสียงฝนข้างนอกเหมือนจะเบาลง เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันอย่างไร้เหตุผล รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพี่ ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้คนทั้งสองเข้าหา,กันราวกับมีแรงโน้มถั่วงزมม
"ปากเก่งนักนะคะ..." พิมพ์ชนกพึมพำแผ่วเบา ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างเผลอไผล นิ้วเรียวยาวข้างหนึ่งยื่นออกไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกแก้มใสของรุ่นน้องออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะโดนผิวแก้มทำให้รินลสาทั้งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป "ทำไมเวลาอยู่กับฉัน... ถึงต้องคอยหาเรื่องเถียงตลอดเวลาด้วยล่ะคะ หรือจริงๆ แล้ว... กลัวว่าฉันจะรู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่กันแน่"
รินลดาใจกระตุกวูบ หล่อนเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคู่นั้น แต่ปลายนิ้วอุ่นของพิมพ์ชนกกลับแตะที่คางมน บังคับให้ใบหน้าหวานหันกลับมาสบตาตรงๆ
"รินไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น..." เสียงของรินลดาเบาหโหวงและสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ "รินแค่... ไม่ชอบเวลาที่พี่พิมพ์ทำเหมือนรินเป็นเด็ก... ไม่ชอบเวลาที่พี่พิมพ์ไปไหนมาไหนกับไอ้รุ่นพี่กรณ์คนนั้น..."
ประโยคสุดท้ายหลุดออกจากปากโดยไม่ทันได้ยั้งคิด พิมพ์ชนกชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาส่ำประกายความประหลาดใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพึงพอใจที่ระบายขึ้นบนริมฝีปากอิ่ม
"อ๋อ... ที่แท้ก็หึงนี่เอง" สถาปนิกสาวลากเสียงยาวอย่างหยอกเย้า "นึกว่าเก่งไม่กลัวใคร ที่แท้ก็แพ้ผู้ชายอย่างกรณ์หรอกเหรอคะเนี่ย"
"ใครหึงพี่กันคะ! อย่าเข้าข้างตัวเองให้มันมากนักนะ!" รินลดาแหวใส่เสียงดัง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า หล่อนพยายามจะผลักไหล่บางให้ออกห่าง แต่พิมพ์ชนกกลับโน้มตัวลงมาประชิดยิ่งกว่าเดิม จนหน้าผากของทั้งคู่แทบจะชนกัน
ความใกล้ชิดที่แนบ ิชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดริมฝีปาก ทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน รินลดาเผลอหลับตาลงเมื่อวงแขนเรียวของคนพี่เอื้อมมาโอบรอบเอวคอด รั้งให้ร่างบางเข้าหาจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างหลงเหลือให้ความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป
"ถ้าไม่ได้หึง... แล้วทำไมใจเต้นแรงขนาดนี้ล่ะคะ, ริน..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายฝนข้างนอก ลอดผ่านความเงียบงันตรงเข้าสู่โสตประสาท พิมพ์ชนกไม่ได้รอให้อีกฝ่ายได้แก้ตัว ปลายจมูกโด่งรั้นกดลงบนพวงแก้มเนียนแผ่วเบา ก่อนที่ริมฝีปากนุ่มจะเคลื่อนเข้ามาแตะสัมผัสที่มุมปากอิ่มอย่างถือวิสาสะ
รินลดาครางฮือในลำคอ สมองขาวโพลนราวกับถูกไฟฟ้าช็อตซ้ำสอง ความซ่า ความปากเก่ง และทิฐิทั้งปวงมลายหายไปสิ้นในวินาทีที่เรียวปากอุ่นรุกรานเข้ามาอย่างลึกซึ้งและอ่อนหวาน พิมพ์ชนกจวบจ้วงตักตวงความหวานล้ำจากริมฝีปากของรุ่นน้องสาวอย่างเอาแต่ใจ มือบางที่โอบเอวไว้กระชับแน่นขึ้นจนร่างของรินลดาแทบจะหลอมละลายรวมเป็นเนื้อเดียวกับอีกฝ่าย
ท่ามกลางความมืดมิดและพายุฝนที่โหมกระหน่ำภายนอก มีเพียงเปลวไฟแห่งความเสน่หาที่กำลังลุกโชนขึ้นภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ และไม่มีใครคิดจะหยุดมันลงง่ายๆ
ทว่า... ในจังหวะที่อารมณ์กำลังพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำให้เลือดในกายของคนทั้งคู่เย็นเฉียบลงฉับพลัน
"คุณพิมพ์ครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่า พอดีผมหาไฟฉายสำรองกับกุญแจสำรองมาให้ พายุเข้าแบบนี้อันตรายมาก เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ!"
เสียงของ 'กรณ์' ดังทะลุกำแพงเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูหน้าห้องพักที่พยายามจะไขเข้ามาจากด้านนอก!
ขอบคุณที่ติดตามและอยู่เคียงข้างความฟินนี้ร่วมกันเสมอนะคะ
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 22
ฝนตกและไฟดับอีกครั้ง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!