“กรี๊ด! นี่พวกเธอทำอะไรกันน่ะ!”
เสียงแหลมสูงของมินาที่ตะโกนขึ้นพร้อมกับจังหวะที่บานประตูเหวี่ยงกระทบผนังจนเกิดเสียงดังสนั่น ทำเอาหัวใจของรินลดาแทบจะกระดอนหลุดออกมาจากอก รินสะดุ้งสุดตัวผละออกจากร่างของพิมพ์ชนกทันที แรงดึงมหาศาลจากความตกใจทำให้เธอก้าวถอยหลังไปชนกับโต๊ะทำงานจนแจกันดอกไม้สั่นไหว
ในขณะที่พิมพ์ชนก... แม่สาวน้ำแข็งขั้วโลกที่ปกติจะควบคุมอารมณ์ได้ดียิ่งกว่าใคร กลับยืนนิ่งสนิท ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นขึ้นสีระเรื่อลามไปจนถึงใบหู แววตาคมกริบที่เคยใช้จ้องมองคู่แข่งทางธุรกิจ กลับสั่นไหวด้วยความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
“มินา! เคาะประตูเป็นไหมห๊ะ!” รินลดาโพล่งออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความวูบวาบในใจ เธอรีบยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ พยายามดึงสติให้กลับมาอยู่ในร่าง “แล้วมาทำไมไม่โทรบอกก่อน เดี๋ยวนี้หัดทำตัวเป็นนักย่องเบาเหรอ?”
“โอ๊ย ยัยคุณหนูริน! นี่มันห้องทำงานพิมพ์นะยะ ไม่ใช่ห้องหอส่วนตัว ถ้าฉันไม่เข้ามาเห็นภาพเมื่อกี้ ตาฉันคงบอดสนิทไปแล้ว!” มินายืนเท้าสะเอว ตาโตเบิกกว้างมองสลับระหว่างรินกับพิมพ์ชนกที่ตอนนี้พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม “แล้วนี่... พี่พิมพ์ขา หน้าพี่แดงไปถึงไหนแล้วคะเนี่ย หุหุ”
พิมพ์ชนกกระแอมไอเบาๆ พลางหันไปหยิบแฟ้มงานบนโต๊ะขึ้นมาบังใบหน้า “มีอะไรก็รีบพูดมามินา ถ้าไม่มีงานด่วนอย่าหาเรื่องมาบุกห้องคนอื่นแบบนี้อีก”
น้ำเสียงที่เย็นชาขึ้นมาฉับพลันของพิมพ์ชนกไม่ได้ทำให้มินาสะท้านเลยสักนิด เธอกลับเดินตรงเข้าไปหาทั้งคู่ด้วยสายตาซุกซน “งานด่วนน่ะไม่มีหรอกค่ะ แต่มี ‘ข่าวฝาก’ จากรุ่นพี่คนดีคนเดิม... พี่กรณ์น่ะสิคะ เขาฝากมาบอกว่ากำลังขับรถมาที่บริษัท เดี๋ยวจะแวะขึ้นมาหาพี่พิมพ์ที่ห้อง... อ้าว ตายละ! มาถึงพอดีเลยมั้งเนี่ย”
รินลดากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกหมั่นไส้พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ทันใดนั้นประตูที่เพิ่งปิดลงไปก็ถูกเคาะเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งของกรณ์จะปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มอบอุ่นที่รินเห็นแล้วอยากจะเดินไปกระชากคอเสื้อ
“พิมพ์ครับ... ผมเห็นว่าเอกสารโปรเจกต์ใหม่ยังไม่เรียบร้อย เลยถือวิสาสะแวะมาหาครับ” กรณ์ยิ้มให้พิมพ์ชนกโดยแทบจะไม่ปรายตามองรินลดาที่ยืนทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ เลยด้วยซ้ำ
รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอหันไปมองพิมพ์ชนกที่ตอนนี้กลับไปสวมมาดนิ่งขรึมตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ในเสี้ยววินาทีที่รินกำลังจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง พิมพ์ชนกกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
สัมผัสจากปลายนิ้วเย็นๆ ของพี่สาวคนโปรดส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างมาที่ข้อมือของริน มันไม่ใช่แค่การรั้ง แต่มันคือการ ‘ยึด’ ไว้ไม่ให้หนีไปไหน
“พิมพ์มีงานต้องคุยกับรินต่ออีกหน่อยค่ะพี่กรณ์ ส่วนเรื่องเอกสาร... ไว้ให้เลขาเอาไปวางไว้ที่โต๊ะแล้วกันนะคะ” พิมพ์ชนกกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ก่อนจะหันมาสบตารินลดา สายตาของเธอในตอนนี้มันวูบไหว... เหมือนกับจะบอกว่า ‘อย่าเพิ่งไป... อยู่กับพี่ก่อน’
กรณ์ชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มที่เคยสดใสเริ่มเจื่อนลง แต่เขาก็ยังรักษามาดสุภาพบุรุษไว้ได้ “งั้น... ผมไม่กวนก็ได้ครับ แต่คืนนี้ผมจองคิวทานมื้อค่ำไว้แล้วนะ อย่าลืมล่ะ”
หลังจากกรณ์ถอยออกไปพร้อมกับปิดประตูจนสนิท บรรยากาศในห้องก็เงียบงันลงอีกครั้ง มินารู้หน้าที่ดี เธอรีบทำท่ารูดซิปปากแล้วเดินถอยหลังออกไปอย่างเงียบเชียบ ทิ้งให้ทั้งสองคนอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมบนตัวพิมพ์ชนกที่อบอวลอยู่รอบกายริน
รินลดาถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับคนที่ยังคงจับข้อมือเธอไว้ไม่ปล่อย
“พี่พิมพ์... จะจับไว้แบบนี้อีกนานไหมคะ? หรือจะรอให้พี่กรณ์กลับมาเห็นอีกรอบ?”
พิมพ์ชนกไม่ได้ตอบทันที เธอก้าวเข้ามาใกล้รินลดาหนึ่งก้าว กลิ่นอายความกดดันที่แสนหอมหวานนี้ทำให้รินต้องถอยไปจนหลังชิดกำแพง แววตาของพิมพ์ชนกในตอนนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนน้ำแข็งอีกต่อไป แต่มันร้อนแรงราวกับจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ริน...” เสียงเรียกชื่อของเธอแผ่วเบาแต่สั่นพร่า “เมื่อกี้... ที่ทำแบบนั้น... รินรู้สึกจริงๆ หรือแค่ประชดคะ?”
รินลดาหัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยคมที่โน้มเข้ามาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน “แล้วพี่พิมพ์คิดว่าไงล่ะคะ? คนปกติเขาหอมแก้มกันเล่นๆ เพื่อประชดเหรอ?”
พิมพ์ชนกชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรินลดาเหมือนกำลังค้นหาคำตอบในส่วนลึกของจิตใจ มือที่เคยจับข้อมือเปลี่ยนมาแตะที่ข้างแก้มของรินเบาๆ สัมผัสที่แผ่วเบานั้นกลับทำให้รินลดาใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ
“ถ้ามันไม่ได้เป็นแค่การประชด...” พิมพ์ชนกกระซิบชิดริมฝีปาก “งั้นหลังจากนี้... ห้ามไปทำแบบนี้กับใครอีกนะคะ นอกจากพี่”
ประโยคที่เป็นดั่งการประกาศความเป็นเจ้าของอย่างกึ่งบังคับ ทำให้รินลดาแทบหยุดหายใจ เธอรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เอื้อมมือไปคว้าปกเสื้อสูทของพิมพ์ชนกแล้วดึงเข้ามาใกล้จนช่องว่างระหว่างกันมลายหายไปสิ้น
“ถ้าอยากหวง... ก็ทำให้มันชัดเจนกว่านี้สิคะ” รินลดาบอกท้าทาย
พิมพ์ชนกมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอดกลั้น ก่อนจะตัดสินใจพุ่งเข้าไปชิดจนลมหายใจรินรดกัน รินลดาหลับตาลงเตรียมรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่แล้วจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นระทึก เสียงสัญญาณเตือนจากโทรศัพท์มือถือของพิมพ์ชนกบนโต๊ะก็ดังลั่นขึ้น ทำลายช่วงเวลาสำคัญนั้นจนป่นปี้
พิมพ์ชนกผละออกไปอย่างเสียดาย แต่สายตาที่เธอมองรินลดาในเสี้ยววินาทีก่อนจะหันไปหยิบโทรศัพท์นั้น... มันเต็มไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยาย
ทว่าเมื่อพิมพ์ชนกมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ ใบหน้าของเธอก็เปลี่ยนจากความอ่อนหวานกลายเป็นความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เธอหันมามองรินลดาดด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... แววตาแห่งความกังวลที่รินไม่เคยเห็นมาก่อน
“ริน... คนที่โทรมา... คือคนคนนั้น... คนที่ควรจะอยู่ที่ต่างประเทศไม่ใช่เหรอคะ?”
คำพูดของพิมพ์ชนกทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางใจรินลดา ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความฟิน... แต่มันคือความเงียบที่มาพร้อมกับ ‘ภัย’ ที่กำลังคืบคลานเข้ามาถึงหน้าประตู
หวังว่าตอนที่ 28 นี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับรินและพี่พิมพ์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - ดอกเดซี่ริมทาง
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 28
เส้นกั้นที่พังทลาย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!