ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 29

สถานะที่ไม่ชัดเจน

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถ้าคิดว่าการเงียบจะทำให้พี่ลืมเรื่องเมื่อคืนได้... รินคิดผิดถนัดแล้วล่ะค่ะ” เสียงทุ้มต่ำที่เจือความรื่น and ความดื้อรั้นเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นขนาดกะทัดรัด แสงไฟสีส้มวลนวลจากโคมไฟตั้งพื้นสาดกระทบกรอบหน้าคมคายของพิมพ์ชนก สถาปนิกสาวผู้ทรงฉายาน้ำแข็งขั้วโลกในออฟฟิศ แต่ในยามนี้ ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยประกายความนัยบางอย่างที่ทำเอารินลดาถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รินลดาซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทีมาดมั่น สะบัดหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อซ่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างเพรียวบางในชุดนอนผ้าป่านสีครีมพยายามทำเป็นนิ่งเฉย ทั้งที่หัวใจข้างซ้ายกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกออกมานอกอก “รินไม่ได้เงียบเพราะลืมสักหน่อยค่ะ... รินแค่กำลังคิดว่า พี่พิมพ์ควรจะเลิกทำตัวรุ่มร่ามกับรินเสียที เราไม่ใช่...” คำพูดถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อร่างสูงโปร่งของรุ่นพี่สาวก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าไม่เปิดช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน พิมพ์ชนกวางมือเรียวลงบนเคาน์เตอร์ครัวทั้งสองข้าง กักขังร่างบางเอาไว้ตรงกลางโดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของดีไซเนอร์สาวกระเจิดกระเจิง “ไม่ใช่... อะไรคะ? หืม?” พิมพ์ชนกโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนอย่างจงใจ “ไม่ใช่รูมเมต? หรือไม่ใช่คนที่พี่เพิ่งจะ... เกือบจะจูบไปเมื่อคืนกันแน่ล่ะคะ รินลดา” “พี่พิมพ์!” รินลดาตวัดสายตาค้อนขวับ ใบหน้าแดงก่ำขึ้นสีจัดจนลามไปถึงต้นคอ มือเรียวเล็กยกขึ้นดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่สถาปนิกสาวจอมเจ้าเล่ห์จะสะเทือน พิมพ์ชนกกลับยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากเกือบจะชนกัน บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่และจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ความสัมพันธ์ของพวกเธอในช่วงหลายสัปดาห์มานี้ก้าวข้ามเส้นคำว่า “รูมเมต” ไปไกลโขแล้ว พวกเธอกินข้าวด้วยกัน ดูหนังซบไหล่กัน ป้อนขนมกัน ยื้อยุทธฉุดกระชากความหึงหวงเวลาที่กรณ์รุ่นพี่หนุ่มคณะสถาปัตย์แวะเวียนมาหา หรือเวลาที่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาขายขนมจีบรูมเมตตัวแสบคนนี้ พิมพ์ชนกแสดงความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งเสียจนมินา เพื่อนสนิทของรินถึงกับต้องเบะปากแซวทุกครั้งที่เจอหน้า แต่กระนั้น... มันก็ยังไม่มีคำว่า “แฟน” หลุดออกมาจากริมฝีปากของใครเลยสักคน สถานะกึ่งกลางที่คลุมเครือนี้ บางครั้งก็หวานล้ำจนน่าใจหาย แต่บางครั้งก็ชวนให้หงุดหงิดใจจนแทบระเบิด รินลดาเกลียดความไม่ชัดเจน เกลียดความรู้สึกที่เหมือนจะผูกพันแต่ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ รองรับ แม้การกระทำของพิมพ์ชนกจะชัดเจนยิ่งกว่าป้ายนีออนกลางสี่แยกไฟแดง แต่ความกลัวลึกๆ ในใจก็ยังคอยกระซิบเตือนสติเธออยู่เสมอว่า คนอย่างพิมพ์ชนก ผู้หญิงที่เพียบพร้อมและเย่อหยิ่งคนนั้น จะมาจริงจังอะไรกับเด็กปากร้ายอย่างเธอ “หลบเลยนะคะ รินจะไปเทน้ำ” รินลดาเอ่ยเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความวูบไหวในแววตาด้วยการเชิดหน้าขึ้น “ไม่หลบค่ะ จนกว่ารินจะตอบคำถามพี่ก่อน” พิมพ์ชนกหรี่ตามองอย่างรู้ทัน มุมปากหยักสวยยกยิ้มร้ายกาจ “ที่เป็นอยู่ตอนนี้... รินคิดว่าเราเป็นอะไรกันคะ? หืม? ทำตัวเหมือนแฟนทุกวันขนาดนี้ หรือรินแค่อยากเก็บพี่ไว้ใช้งานในฐานะทาสรับใช้ฟรีๆ กันแน่” “ใครใช้งานพี่กันล่ะคะ! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อย” รินลดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง “แล้วอีกอย่าง... ใครบอกว่ารินทำตัวเหมือนแฟนคะ รินก็แค่... ก็แค่...” “แค่... อะไรคะ? พูดไม่ออกล่ะสิ” พิมพ์ชนกหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่กำลังเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขัดเคืองใจ “ถ้าคิดว่าการที่เรากอดกันทุกคืน หึงกันจนตาขวางเวลาไอ้รุ่นพี่กรณ์นั่นโทรมา หรือแม้กระทั่งการที่รินแอบหอมแก้มพี่ตอนที่พี่หลับเมื่อวันก่อน... มันคือเพื่อนกันปกติทั่วไปล่ะก็... รินคงต้องทบทวนวิชาความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ใหม่แล้วล่ะค่ะ” ใบหน้าของรินลดาร้อนผ่าวขึ้นมาในฉับพลัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ “พี่... พี่รู้?!” “หึ รินคิดว่าพี่หลับจริงๆ เหรอคะ?” พิมพ์ชนกยิ้มมุมปาก ยิ่งได้เห็นอาการรนรานของคนตรงข้าม เธอก็ยิ่งรู้สึกว่าแมวตัวนี้ช่างน่าแกล้งให้เข็ดหลาบเสียเหลือเกิน “มือนิ่มๆ ของรินที่มาแตะแก้มพี่ กับลมหายใจอุ่นๆ... พี่รู้ทุกอย่างนั่นแหละค่ะ แค่รอให้เด็กปากแข็งแถวนี้ยอมรับความจริงออกมาเอง” “พี่พิมพ์! คนฉวยโอกาส! คนนิสัยไม่ดี!” รินลดาโวยวายเสียงดัง ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิด มือบางระดมทุบลงบนอกแกร่งของอีกฝ่ายรัวๆ เพื่อระบายความอับอาย แต่พิมพ์ชนกกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาชิดแนบลำตัว จนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิดกัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินลดาชะงักค้าง เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววอ่อนโยนและจริงจังขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความลึกซึ้งบางอย่างที่ตรึงรั้งหัวใจของคนทั้งคู่ไว้ด้วยกัน พิมพ์ชนกโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน สายตาทอดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ น้ำเสียงที่เอמהนุ่มนวลและจริงจังถูกเปล่งออกมาอย่างแผ่วเบา แต่กลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง “รินคะ... พี่ไม่ใช่คนโรแมนติก พี่ไม่รู้หรอกว่าต้องขอเป็นแฟนยังไงให้มันหวือหวาถูกใจดีไซเนอร์ปากเก่งอย่างริน” พิมพ์ชนกเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นไหวของรินลดา “แต่ถ้าการที่พี่ตื่นมาแล้วอยากเห็นหน้าRinเป็นคนแรก การที่พี่หวงทุกครั้งเวลาใครมองริน และการที่พี่อยากมีรินอยู่ข้างๆ แบบนี้ไปทุกลมหายใจ... มันยังไม่ชัดเจนพอสำหรับรินล่ะก็...” สถาปนิกสาวสูดลมหายใจเข้าลึก1ครั้ง ก่อนจะเอื้อnคำพูดที่รินลดาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน “เป็นแฟนกับพิมพ์ชนกคนนี้... แล้วมาดูกันนะคะ ว่าพี่จะดูแลรินได้ดีแค่ไหน” หัวใจของรินลดาหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน คำพูดทุกคำ แววตาจริงจังที่ไร้ซึ่งความลังเล และความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมข้อมือเธอไว้ มันชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกนี้ ความอวดดีและกำแพงในใจที่เคยสร้างไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า รินลดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไป รอยยิ้มบางเบาค่อยๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก พร้อมกับดวงตาที่เริ่มรื้นด้วยหยาดน้ำใสแห่งความตื้นตัน “พี่พิมพ์นี่มัน... ขี้โกงชะมัด” รินลดาพึมพำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย พลางช้อนตาขึ้นมอง “ขอรินแบบนี้... ใครจะไปกล้าปฏิเสธลงกันล่ะคะ” พิมพ์ชนกยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรกในรอบวัน รอยยิ้มที่ละลายความเยียบเย็นทั้งหมดบนโลกใบนี้ ร่างสูงเตรียมจะโน้มใบหน้าลงไปมอบรางวัลให้กับคำตอบรับแสนหวานนั้น ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเคลิบเคลิ้มถึงขีดสุด... *กริ๊งงงงงงง!* เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยินในเสี้ยววินาที ทั้งรินลดาและพิมพ์ชนกสะดุ้งสุดตัว พิมพ์ชนกขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ ขณะที่รินลดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบดันร่างของรุ่นพี่สาวให้อציกห่างทันที “ใครมาป่านนี้เนี่ย...” พิมพ์ชนกบ่นพึมพำอย่างหัวเสีย พลางสบถเบาๆ ในลำคอ รินลดาจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่อย่างลนลาน ก่อนจะเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อดูว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลเช่นนี้ แต่เมื่อก้มมองภาพจากกล้องวงจรปิดที่หน้าประตูห้อง หัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองยืนยันตัวตนอยู่หน้าห้อง พร้อมกับรอยยิ้มคุ้นตา และช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ “พี่กรณ์?!” รินลดาหลุดอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจระคนงุนงง พิมพ์ชนกที่เดินตามมาสมทบชะงักกึก ใบหน้าสวยเฉียบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในทันที ดวงตาน้ำแข็งขั้วโลกกลับมาทำหน้าที่อีกครั้งอย่างสมบูรณ์แบบเมื่อเห็นชื่อและภาพของแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญ หวังว่าตอนที่ 29 นี้จะทำให้หัวใจของทุกท่านเต้นแรงไปพร้อมกับรินและพี่พิมพ์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ! - ดอกเดซี่ริมทาง
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%