เสียงปิดประตูกระจกบานเลื่อนดัง *คลิก* เบาๆ แต่กลับก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันของระเบียงห้องชุดชั้นยี่สิบเอ็ด
พิมพ์ชนกไม่ได้ตั้งใจจะเดินตามออกมา... อย่างน้อยเธอก็พยายามบอกตัวเองอย่างนั้นตอนที่ขาเรียวใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวผ่านขอบประตูห้องรับแขกมา แต่ไอความร้อนระอุที่ตีรวนขึ้นมาจากอกซ้ายตั้งแต่เห็นกรณ์ส่งยิ้มพิมพ์ใจแล้วยื่นนามบัตรให้รินลดามันทำให้สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นเสียศูนย์จนกู่ไม่กลับ
ลมเย็นยามค่ำคืนของมหานครกรุงเทพฯ พัดกรรโชคเข้ามาปะทะร่างจนเส้นผมสีเข้มที่ปล่อยสยายไหวไปตามแรงลม พิมพ์ยืนกอดอกแน่น ปลายนิ้วเรียวจิกเข้าที่ต้นแขนตัวเองเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่พรั่งพรูขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
"ยืนทำหน้ายักษ์ใส่ระเบียงแบบนั้น เดี๋ยวตีนกาขึ้นไม่รู้ด้วยนะพี่พิมพ์"
เสียงใสติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นจากมุมมืดริมระเบียง รินลดาไม่ได้ออกไปยืนรับลมหนาวตรงข้ามกับเธอ แต่เจ้าตัวเลือกจะพิงสะโพกมนไว้กับราวกันตก มือเรียวข้างหนึ่งถือแก้วน้ำอุ่น อีกข้างหมุนเล่นไปมาอย่างสบายอารมณ์ ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน ชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัดเจนว่ากำลังรอดูละครฉากใหญ่ที่เธอกำลังเล่นเป็นนางเอกผู้หลงกล
พิมพ์ชนกตวัดสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งมองคนเด็กกว่า "ใครทำหน้ายักษ์? พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของเธอรินลดา เข้าไปข้างในไป ฉันหนาว"
"ปากบอกหนาว แต่ยืนจ้องหน้าฉันจนตาแทบไม่กระพริบตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะคะ" รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดร่างที่สูงกว่าเล็กน้อย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่อีกฝ่ายใช้ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางสายลม "หรือว่า... ที่ร้อนรุ่มจนต้องเดินตามออกมาเนี่ย ไม่ได้หนาวลมหรอกค่ะ แต่หนาวใจเพราะกลัวใครบางคนจะโดนรุ่นน้องสุดหล่อคาบไปกินมากกว่า"
"ยัยริน!" พิมพ์เสียงเขียว หน้าหวานตึงขึ้นทันตาเห็น "อย่ามาพูดจาไร้สาระน่า กรณ์เขาก็แค่มารยาทดีตามประสารุ่นพี่ที่ทำงานร่วมกัน เธอต่างหากล่ะที่ทำตัว... เฮ้อ ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ"
"ฉันทำไมคะ? ฉันก็แค่นั่งฟังเขาพูดเรื่องโปรเจกต์ หรือพี่พิมพ์เห็นฉันไปอ่อยอะไรเขาตรงไหน" รินลดาเอียงคอถาม ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองสบตาตรงๆ ไม่มีหลบ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มร้ายกาจ "อ๊ะ หรือว่าที่หงุดหงิดเนี่ย ไม่ได้หึงฉันหรอก... แต่หึงรุ่นน้องคนนั้นที่มาสนใจฉันมากกว่าพี่รึเปล่าล่ะคะ"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้พิมพ์ชนกถึงกับพูดไม่ออก เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลุตะzyออกมากระแทกซี่โครง ความรู้สึกร้อนผ่าวตีตื้นขึ้นมาถึงพวงแก้มจนต้องเบือนหน้าหนีไปมองตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างที่เปิดไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวบนพื้นดิน
ให้ตายเถอะ... ยัยเด็กนี่อ่านเกมเธอทะลุปรุโปร่งไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
"หลงตัวเองใหญ่แล้ว" พิมพ์เค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงมาดสถาปนิกผู้ทรงภูมิกลับมาให้เร็วที่สุด "ฉันจะไปหึงเด็กกะโปโลอย่างเธอทำไม เสียเวลาทำมาหากิน ขยับไปเลยนะ ฉันจะเข้าห้อง"
ร่างบางก้าวพรวดๆ จะเดินเลี่ยงผ่านตัวอีกฝ่ายไป แต่มีหรือที่รินลดาจะยอมปล่อยให้เหยื่อที่กำลังติดเบ็ดหลุดมือไปง่ายๆ
*หมับ!*
มือเรียวคว้าเข้าที่ข้อศอกของพิมพ์ชนกไว้เบื้องหน้า แรงดึงไม่มากนักแต่เพียงพอที่จะทำให้ร่างระหงต้องชะงักกะทันหันและเซถลอยกลับมาชนเข้ากับแผงอกอุ่นของคนตัวเล็กกว่าอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวที่รินใช้ลอยอบอวลแทรกซึมเข้าสู่โสตประสาทจนพิมพ์เผลอกลั้นหายใจ
"ปล่อยนะริน..." พิมพ์เอ่ยเสียงสั่นพร่า ยามเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววเจ้าเล่ห์อยู่ห่างกันเพียงคืบ ระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างกะทันหัน
"ไม่ปล่อยค่ะ" รินลดาตอบเสียงนุ่ม ทว่าหนักแน่น แววตาสนุกสนานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งจริงจังจนน่ากลัว "ปากบอกว่าไม่แคร์ ปากบอกว่าเด็กกะโปโล แต่ทำไมเวลาที่มีผู้ชายคนอื่นมาเข้าใกล้ฉันทีไร... พี่พิมพ์ถึงต้องทำหน้าเหมือนคนอกหักทุกทีล่ะคะ"
"ฉันไม่ได้..."
"โกหกไม่เนียนเลยนะคะพี่พิมพ์" รินขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนปลายจมูกรั้นแทบจะชนกับแก้มเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด มือข้างที่ว่างเลื่อนขึ้นมาโอบกระชับเอวบางของคนพี่ไว้หลวมๆ ป้องกันการหลบหนี "รู้ไหมคะว่าเวลาพี่หึง... พี่น่ารักจนฉันแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว"
คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การปรุงแต่งทำเอาพิมพ์ชนกสมองตื้อตันไปหมด แรงขัดขืนที่มีมลายหายไปสิ้น ร่างกายคล้ายถูกมนต์สะกดตรึงไว้กับอ้อมแขนของรุ่นน้องตัวแสบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นรัวสอดประสานไปกับเสียงลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดรินอยู่ข้างแก้ม
รินลดาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรียวปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ดวงตากลมโตมองสำรวจเครื่องหน้าสวยหวานที่ยอมจำนนอยู่ตรงหน้าด้วยความหลงใหลระคนหมั่นเขี้ยว นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาปรกแก้มให้อย่างเบามือ
"ถ้าไม่อยากให้ฉันไปยิ้มให้ใคร หรือไม่อยากให้ใครมามองฉันแบบนั้นอีก..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ชิดริมฝีปาก นุ่มนวลแต่ทรงพลังจนฉุดกระชากสติสตางค์ของสถาปนิกสาวให้หลุดลอย "...พี่พิมพ์ก็ต้องแสดงความเป็นเจ้าของให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยสิคะ"
พิมพ์ชนกเม้มปากแน่น หัวใจพองโตจนคับอก ความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดถูกทลายลงด้วยแววตาเว้าวอนและจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มกริ่มนั้น เธอยกมือขึ้นแตะลงบนลาดไหล่บางของรินลดาช้าๆ สูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิต
ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบตา พร้อมจะเอื้อนเอยถ้อยคำบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจออกไป...
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกประตูห้องชุดด้านนอกดังขึ้นก้องกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันยามดึกสงัด
ทั้งรินลดาและพิมพ์ชนกสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบไม่ทัน ราวกับเด็กนักเรียนที่กำลังทำความผิดแล้วโดนจับได้คาหนังคาเขา
เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยคุ้นหูของบุคคลที่สามดังแทรกเข้ามาในโถงทางเดิน มุ่งตรงมายังห้องรับแขกที่พวกเธอยืนอยู่ และก่อนที่สติของทั้งคู่จะกลับเข้าร่าง ประตูห้องนอนใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางออกโดยฝีมือของ...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์เติมพลังใจให้เดซี่นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 27
เคลียร์ใจริมระเบียง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!