“พี่กรณ์... ช่วยกรุณาอ่านสถานการณ์ให้ออกด้วยค่ะว่าตอนนี้ห้องพี่พิมพ์ไม่ได้ต้องการแขกรับเชิญ”
น้ำเสียงของฉันสั่นพร่าไม่เพียงเพราะอารมณ์คุกรุ่น แต่มันเกิดจากอาการสั่นสะท้านที่วิ่งพล่านไปทั่วร่างเหมือนคนกำลังถูกแช่แข็งในน้ำแข็งขั้วโลกของจริง สายตาคมกริบของพี่กรณ์ที่กวาดมองสภาพฉันกับพี่พิมพ์ในตอนนี้น่ะเหรอ? หึ... มันเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยที่ฉายชัดจนแทบจะกลายเป็นมีดกรีดลงบนความรู้สึก
“ริน... รินเป็นอะไร ทำไมหน้าซีดอย่างกับคนไม่มีเลือดไปเลี้ยงสมองแบบนั้น” พิมพ์ชนกไม่ได้หันไปสนใจรุ่นพี่หนุ่มที่ยืนอึ้งอยู่ที่หน้าประตู เธอขยับกายเข้ามาใกล้ฉัน ร่างสูงโปร่งที่ปกติจะเนี้ยบกริบไร้ที่ติ บัดนี้กลับดูเลิ่กลั่ก เธอเอื้อมมือมาแตะหน้าผากฉันด้วยหลังมือเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้าง “พระเจ้า... ตัวร้อนจี๋เลย ริน!”
“ปล่อยค่ะพี่พิมพ์... ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงตอนนี้หรอก เดี๋ยวคนแถวนี้จะเข้าใจผิดเอาได้” ฉันพยายามเค้นเสียงประชดประชันออกไป แต่มันกลับฟังดูอ่อนแรงและแหบพร่าเกินกว่าจะสร้างความน่าเกรงขามได้
“อย่ามาประชดในเวลาที่ตัวเองแทบจะยืนไม่อยู่แบบนี้สิ!” พิมพ์ชนกตวาดกลับ เธอหันไปมองกรณ์ด้วยสายตาเรียบเฉยแต่เย็นยะเยียบจนอีกฝ่ายต้องยอมถอยกรูด “พี่กรณ์คะ วันนี้คงต้องรบกวนให้พี่กลับไปก่อน รินป่วยหนัก ถ้าพี่ไม่รังเกียจก็ช่วยปิดประตูให้ด้วยค่ะ”
นั่นคือคำประกาศกร้าวที่ไม่มีที่ว่างให้ปฏิเสธ พิมพ์ชนกหันมาประคองร่างฉันที่โอนเอนเหมือนต้นไม้ใกล้โค่นเข้าสู่อ้อมแขน แรงมหาศาลจากสถาปนิกสาวที่ฉันไม่เคยคิดว่าเธอจะทำได้ดีขนาดนี้ถูกใช้พยุงฉันไปยังเตียงนอน กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของพี่พิมพ์ที่ลอยมาแตะจมูกกลับไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกสงบ แต่มันยิ่งเร่งปฏิกิริยาหัวใจให้เต้นรัวด้วยความเขินอายที่ถูกโอบอุ้มในสภาพทุลักทุเลแบบนี้
“ดื้อ... ทำไมไม่บอกว่าไม่สบายตั้งแต่เมื่อคืน” น้ำเสียงของพิมพ์ชนกเปลี่ยนไปแล้ว จากที่เคยดุร้ายกลายเป็นความนุ่มนวลที่แฝงไปด้วยความกังวล เธอหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดตามกรอบหน้าและซอกคอของฉันอย่างทะนุถนอม
ฉันมองใบหน้าสวยที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ พิมพ์ชนกในโหมด ‘พยาบาลจำเป็น’ ช่างเป็นอะไรที่อันตรายต่อหัวใจเหลือเกิน ความเนี้ยบถูกโยนทิ้งไปหมดสิ้น ผมที่เคยรวบตึงกลับรุ่ยร่ายลงมาปรกใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ เธอพิถีพิถันกับการดูแลฉัน ราวกับฉันเป็นงานสถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญที่ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจจะพังทลายลงมา
“ก็... ก็มันไม่มีแรงบอกนี่คะ มัวแต่ทะเลาะกับพี่อยู่ไม่ใช่หรือไง” ฉันพึมพำตอบ พร้อมกับปัดมือเธอเบาๆ “อย่ามาทำดีด้วยหน่อยเลย เดี๋ยวก็ต้องกลับไปสวยใส่ผู้ชายคนนั้นต่อ”
พิมพ์ชนกหยุดชะงัก เธอวางผ้าลงก่อนจะใช้สายตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน “จะกี่กรณ์หรือกี่ใครหน้าไหน ก็ไม่มีความสำคัญไปกว่าคนที่นอนตัวร้อนอยู่ตรงหน้าฉันในตอนนี้หรอกนะ... เข้าใจไหมรินลดา?”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่มันกลับสั่นคลอนหัวใจฉันจนแทบจะขาดใจ ประโยคธรรมดาที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจการทำลายล้างสูง ฉันเม้มปากแน่น ความร้อนในร่างกายไม่ได้มาจากพิษไข้อย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันมาจากความรู้สึกที่พุ่งพล่านจนไม่อาจควบคุมได้
“ถ้าปากดีได้ขนาดนี้ แสดงว่าไข้คงลดลงบ้างแล้วสินะ” เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบผมฉันอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสที่อ่อนโยนจนฉันเผลอหลับตาพริ้ม ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน
กลางดึกคืนนั้น...
ฉันลืมตาขึ้นเพราะความกระหายน้ำ อาการปวดหัวทุเลาลงบ้างแล้ว แต่สิ่งที่พบกลับทำให้ลมหายใจแทบสะดุด พิมพ์ชนกฟุบหลับอยู่ข้างเตียง มือของเธอยังคงกุมมือฉันไว้แน่นเหมือนกลัวว่าหากเธอปล่อยไปเพียงเสี้ยววินาที ฉันจะหายวับไปกับตา แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงตกกระทบใบหน้าของเธอที่ดูเหนื่อยล้าจากการดูแลฉันมาตลอดทั้งคืน
ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก ฉันขยับตัวจะลุกขึ้น แต่เพียงแค่ขยับนิ้ว พิมพ์ชนกก็สะดุ้งตื่นทันที ดวงตาคู่สวยปรือขึ้นมองฉันอย่างรวดเร็ว
“ริน? เป็นอะไร หิวน้ำหรือเปล่า หรือว่าไข้กลับมาอีก?” เธอถามรัวเร็ว น้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยแท้จริง
“หนู... ไม่เป็นไรแล้วค่ะพี่พิมพ์” ฉันตอบเสียงแผ่ว “พี่นอนเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
พิมพ์ชนกไม่ได้ตอบ แต่เธอกลับลุกขึ้นนั่งบนขอบเตียง มือเรียวสวยแตะที่ข้างแก้มฉันอย่างเบามือ สายตาที่เธอมองฉันในตอนนี้มันไม่ใช่แค่ความเป็นห่วง แต่มันคือความรู้สึกที่อัดแน่นจนล้นปรี่ “ฉันน่ะเหนื่อยได้ แต่ห้ามให้เธอเป็นอะไรไป... รู้ใช่ไหมว่าเธอเป็นคนเดียวที่ทำให้ฉันยอมลดกำแพงลงได้ขนาดนี้”
จังหวะที่หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นรัวและถี่จนน่าตกใจ!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“พี่พิมพ์! ริน! อยู่ข้างในหรือเปล่า ผมเห็นไฟยังเปิดอยู่ ผมซื้อยามาให้... ผมรู้ว่ารินป่วย!”
เสียงของกรณ์ดังขึ้นจากหน้าประตูพร้อมกับจังหวะการบิดลูกบิดที่ดังลั่น พิมพ์ชนกชะงักค้างไปทันที เธอหันไปมองประตูด้วยสายตาดุดัน ก่อนจะหันกลับมามองหน้าฉันที่ซีดเผือดด้วยความตกใจ เสียงนั้นไม่ได้แค่ทำลายบรรยากาศ แต่มันกำลังจะเปิดเผยความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นของเราให้คนนอกรับรู้ในเวลาที่ไม่ควรที่สุด!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 17 ของดอกเดซี่ริมทางนะคะ
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 17
ไข้หวัดตัวร้าย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!