“ถอยไปค่ะ!”
ฉันตวัดเสียงกระซิบลอดไรฟัน พร้อมกับใช้สองมือดันลาดไหล่ของพิมพ์ชนกให้ออกห่างจากรัศมีอันตราย เสียงลูกบิดประตูด้านนอกกำลังหมุนวนด้วยความเร่งร้อนราวกับคนที่สูญเสียความอดทน และในเสี้ยววินาทีนั้น สมองของฉันก็ทำงานเร็วยิ่งกว่าเครื่องยนต์ซูเปอร์คาร์
ถ้ากรณ์เปิดเข้ามาแล้วเห็นสถาปนิกสาวสุดเนี้ยบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหยิ่งยโส กำลังยืนชิดติดขอบเตียงในสภาพเส้นผมยุ่งเหยิงและเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ย... มีหวังข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของเราคงบินว่อนไปทั่วบริษัทก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดินแน่ ๆ
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
“พิมพ์! เปิดประตูให้ผมหน่อย ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น รินบอกว่าคุณไม่สบาย ผมเป็นห่วงนะ!” เสียงของกรณ์ดังทะลุกรอบประตูเข้ามา พร้อม ๆ กับแรงกระแทกเบา ๆ ที่บ่งบอกถึงความร้อนรน
พิมพ์ชนกขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีนิลคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ เธอยืนนิ่งค้างอยู่ในท่าที่เกือบจะกลืนกินฉันเข้าไปทั้งตัวเมื่อครู่ ก่อนจะยอมถอยหลังออกไปสองก้าวด้วยความจำยอม แต่สายตากลับยังคงจ้องเขม็งมาที่ฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด” เธอขยับปากพูดไร้เสียง ส่งสัญญาณเตือนด้วยสายตาดุดันระดับสิบ
ฉันพยักหน้ารับรัว ๆ ด้วยความระทึก ใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวกรณ์ แต่เพราะบรรยากาศระอุเมื่อครู่ระหว่างฉันกับผู้หญิงตรงหน้าต่างหากที่มันอันตรายต่อหัวใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว สมกับเป็นสถาปนิกสาวมืออาชีพที่ควบคุมสถานการณ์เก่งเป็นเลิศ เธอเดินนองหน้าไปยังประตูหน้าห้อง ก่อนจะหมุนมือจับเปิดประตูออกไปเพียงครึ่งช่องเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเห็นสภาพด้านใน
“มีอะไรคะคุณกรณ์ ถึงได้มาเคาะห้องคนอื่นเสียงดังรบกวนเวลาพักผ่อนแบบนี้” น้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และไร้เยื่อใยถูกงัดออกมาใช้ทันที สมฉายาน้ำแข็งขั้วโลกไม่มีผิดเพี้ยน
“ผม... ผมก็แค่วิตก คุณไม่สบายไม่ใช่เหรอ รินบอกผมว่าคุณไข้ขึ้นสูง ผมเลยซื้อยาแล้วก็ซุปไก่มาให้” กรณ์พูดด้วยน้ำเสียงกระวนกระวาย พร้อมกับพยายามชะเง้อมองผ่านไหล่ของพิมพ์ชนกเข้ามาด้านในห้อง “ขอผมเข้าไปดูอาการหน่อยสิครับ”
“ไม่ต้องค่ะ ฉันนอนพักผ่อนจนอาการดีขึ้นมากแล้ว และอีกอย่าง...” พิมพ์ชนกจงใจก้าวขยับตัวขวางประตูไว้มิดชิด ไม่เปิดโอกาสให้สายตาเจ้าเล่ห์ของกรณ์สอดส่องเข้ามาสำรวจอาณาจักรส่วนตัวของเราได้เลย “การที่ผู้ชายเข้าห้องผู้หญิงยามวิกาลแบบนี้ มันดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่หรอกนะคะ ขอบคุณสำหรับของค่ะ วางไว้ตรงนั้นเถอะ”
“แต่ว่าพิมพ์ครับ...”
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะคะ ฉันต้องการพักผ่อนต่อ”
แกร็ก!
ประตูกลถูกปิดกระแทกใส่หน้าหนุ่มรุ่นพี่อย่างไม่ไว้หน้า ทิ้งให้กรณ์ยืนเคว้งคว้างอยู่หน้าห้องตามลำพัง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินถอยห่างออกไปในเวลาต่อมาทำให้ฉันที่แอบลุ้นอยู่หลังตู้เสื้อผ้าถึงกับพ่นลมหายใจออกมาพรวดใหญ่ด้วยความโล่งอก
ฉันทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นพรมอย่างหมดแรง ความเครียดและความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักตลอดทั้งสัปดาห์โถมเข้าใส่จนสมองตื้อตันไปหมด ร่างกายเริ่มส่งสัญญาณประท้วงด้วยอาการปวดหัวรุม ๆ และพิษไข้ที่เริ่มเล่นงานซ้ำเติม
“หมดฤทธิ์แล้วหรือคะ แม่ดีไซเนอร์ปากเก่ง”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่นิด ๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ก็พบว่าพิมพ์ชนกเดินกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สีหน้าของเธอกลับมาเรียบเฉย แต่แววตาที่มองลงมานั้นกลับเจือความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุอย่างแนบเนียน
เธอย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าฉัน มือเรียวสวยเอื้อมมาแตะหน้าผากฉันเบา ๆ สัมผัสเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเธอตัดกับความร้อนผ่าวบนผิวแก้วของฉันได้เป็นอย่างดี
“ตัวร้อนจี๋เลยนี่คะ ดื้อนักนะ รินลดา” เธอเอ็ดเบา ๆ แต่ไม่มีแววตาตำหนิหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“ก็... ใครใช้ให้พี่ทำตัวน่าโมโหก่อนล่ะคะ” ฉันเถียงเสียงอ่อย แรงจะเปล่งเสียงยังแทบไม่มี
พิมพ์ชนกถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนปัญญา เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะยื่นมือมาฉุดดึงข้อมือฉันเบา ๆ “ลุกขึ้นมาค่ะ อย่ามานั่งทำตัวเป็นเด็กอมมือบนพื้นเย็น ๆ แบบนี้ ตามฉันมาทางนี้”
เธอดึงฉันให้เดินตามมายังโซฟาตัวนุ่มกลางห้องรับแขก บังคับให้นั่งลงเรียบร้อย ก่อนที่เธอจะหายเข้าไปในครัวครู่เดียวแล้วกลับมาพร้อมกับถ้วยซุปไก่ร้อน ๆ ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วเย้าความหิวโหย
ภาพสถาปนิกสาวผู้แสนเย่อหยิ่งและรักความสมบูรณ์แบบในทุกตารางเมตร กำลังยืนถือช้อนเป่าซุปไก่ร้อน ๆ อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ฉันสำลัก มันเป็นภาพที่หาดูได้ยากยิ่งกว่าการถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก หัวใจดวงน้อยที่เพิ่งสงบลงไป กลับเริ่มเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยจังหวะที่แปลกประหลาด
“อ้าปากค่ะ” เธอบอกเสียงห้วน แต่มือกลับเลื่อนช้อนมาจ่อริมฝีปากฉันอย่างนุ่มนวล
“รินทานเองได้ค่ะ มือไม้ก็มี...” ฉันพยายามจะยื่นมือไปแย่งชิ้นส่วนช้อน แต่ถูกสายตาดุ ๆ ของเธอดึงกลับมาเสียก่อน
“อย่าดื้อค่ะ คนป่วยไม่มีสิทธิ์เถียง อ้าปากเร็ว ๆ ซุปนี่ฉันตั้งใจเคี่ยวให้อย่างดี...” เธอชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อเผลอพูดประโยคที่เปิดเผยความใส่ใจมากเกินไป ใบหน้าสวยเฉียบขึ้นสีเรื่อจาง ๆ บริเวณพวงแก้ม ก่อนจะรีบกลบเกลื่อนด้วยการยัดช้อนซุปเข้าปากฉันทันที “...เอ้า กินซะ จะได้มีแรงมาต่อปากต่อคำกับฉันต่อ”
รสชาติกลมกล่อมและอุ่นละมุนของซุปไก่ฝีมือพิมพ์ชนกกระจายไปทั่วช่องปาก ความอบอุ่นจากอาหารแล่นพล่านลงสู่ท้อง ทว่าความอบอุ่นที่แท้จริงกลับไม่ได้มาจากถ้วยซุปในมือเธอ... แต่มันมาจากแววตาและท่าทีที่เธอดูแลฉันอย่างทะนุถนอมต่างหาก
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและความใกล้ชิดที่ระอุอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ ความอ่อนล้าจากพิษไข้ผสมผสานกับความรู้สึกหวั่นไหวที่สะสมมานาน ทำให้เปลือกตาของฉันเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกที สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือนลงทีละน้อย
ในจังหวะที่พิมพ์ชนกวางช้อนลงบนโต๊ะเพื่อหยิบทิชชูมาเช็ดมุมปากให้ ร่างกายของฉันก็ทรยศด้วยการหมดแรงเอาดื้อ ๆ ศีรษะเอียงซบลงไปที่ตักของเธอโดยอัตโนมัติอย่างไร้การควบคุม!
ความนุ่มและอบอุ่นจากตักของสถาปนิกสาวทำให้ฉันเผลอครางฮือในลำคออย่างสบายตัว พิมพ์ชนกสะดุ้งสุดตัว ร่างเพรียวเกร็งค้างไปในทันที มือที่ถือกระดาษทิชชูค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ ลมหายใจของเธอสะดุดกึกเมื่อใบหน้าของฉันแนบชิดอยู่กับหน้าท้องอุ่นผ่านเนื้อผ้าบางเบา
“ริน... นี่เธอ...” น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
ฉันปรือตาขึ้นมองใบหน้าสวยที่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่คืบ แววตานิ่งขรึมของน้ำแข็งขั้วโลกในยามปกติบัดนี้กำลังสั่นไหวระริกสะท้อนเงาของฉันไว้จนหมดสิ้น ความใกล้ชิดที่แนบ
ชิดสนิทแนบในองศานี้ ทำให้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายเธอยิ่งลอยวนเข้าจมูกจนแทบคลั่ง
“พี่พิมพ์คะ...” ฉันกระซิบเสียงแผ่วเบา แทบจะกลืนหายไปกับลำอกลม มือเรียวของเธอที่ตอนแรกทำท่าเหมือนจะผลักออก กลับค่อย ๆ เคลื่อนมาวางทาบลงบนกลุ่มผมของฉันอย่างแผ่วเบา ราวกับต้องมนต์สะกด
ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของเรากำลังเต้นตรงกันในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...
กริ๊ก!
เสียงปลดล็อกประตูห้องนอนใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงด้านนอกดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับร่างเงาตะคุ่มของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว!
“พี่พิมพ์คะ รินทำกระเป๋าเอกสารลืมไว้ที่ระเบียง... เอ๊ะ!”
เสียงหวานใสของ 'มินา' เพื่อนสนิทตัวดีดังแทรกขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นภาพสถาปนิกสาวสุดเนี้ยบนั่งเป็นเบาะรองนอนให้ดีไซเนอร์สาวจอมพยศนอนซบตักอย่างแนบชิดสนิทสนมคาตา!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมฟินและอินไปกับโมเมนต์ใจสั่นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 18
ซุปไก่ฝีมือพี่พิมพ์
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!