“ถ้าคิดจะยื่นข้อเสนอ ก็ช่วยแสดงความจริงใจให้มันสมกับตำแหน่งสถาปนิกโปรเจกต์ใหญ่หน่อยค่ะ คุณพิมพ์ชนก”
เสียงใสๆ ที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องนั่งเล่นยามดึกดื่น รินลดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือนเลยสักนิดกับการมาเยือนยามวิกาลของรูมเมตสาวรุ่นพี่ เธอแค่วางปากกาไอแพดลงบนโต๊ะกระจก กอดอกพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับคาดเดาเหตุการณ์นี้ไว้หมดแล้ว
เบื้องหน้าของเธอคือพิมพ์ชนก สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบเฉียบขาดและฉายาน้ำแข็งขั้วโลก ทว่ายามนี้ ร่างสูงโปร่งในชุดนอนผ้าไหมสีเข้มกลับยืนนิ่งค้างอยู่ตรงธรณีประตู มือข้างหนึ่งยังจับลูกบิดค้างไว้ ดวงตาคู่คมกริบที่เคยใช้มองงานออกแบบมูลค่าหลายร้อยล้าน กำลังฉายแววปั่นป่วนอย่างปิดไม่มิด
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว รินยังไม่นอนอีกเหรอคะ” พิมพ์ชนกเลือกที่จะถอยตั้งหลักด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่จังหวะการก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้กลับฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังสูญเสียการควบคุม
“ถ้าฉันนอนไปแล้ว แล้วใครจะช่วยแก้แบบพรีเซนต์ให้สถาปนิกคนเก่งที่กำลังหัวหมุนกับโปรเจกต์มหาลัยเซนต์จอห์นจนกินไม่ได้นอนไม่หลับล่ะคะ” รินลดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากของเธอทั้งหมั่นไส้และน่าตีในคราวเดียวกัน “ว่าแต่... ที่บุกห้องฉันดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ เพราะจนปัญญาจริงๆ หรือเพราะคิดถึงฉันกันแน่คะ พี่พิมพ์”
“อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย รินลดา” พิมพ์ชนกทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเดี่ยวตัวตรงข้าม ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยพยายามสร้างกำแพงความดุ แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อกลิ่นอายความเหนื่อยล้าแผ่ซ่านออกมาจากตัวเธออย่างเด่นชัด “พี่แค่จะมาคุยเรื่องงาน... งานที่รินบอกว่าจะช่วยปรับแก้เพอร์سเปกทีฟให้ต่างหาก”
“อ๋อ งานที่ว่านั่นเหรอคะ” ดีไซเนอร์สาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินอ้อมไปหยิบสมุดสเกตช์ภาพและแท็บเล็ตของรุ่นพี่มาถือไว้ในมือ นิ้วเรียวไล่เปิดหน้าจอผ่านผลงานที่ถูกแก้มาแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบ “แก้ตั้งหบรอบ ดีไซน์คอนเซปต์เดิมวนไปวนมาจนตึกมันจะกลายเป็นแท่งเต้าหู้ยี้อยู่แล้วนะคะพี่พิมพ์ งานระดับนี้ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าเพื่อนสนิทของพี่นะ รินไม่ยอมเสียเวลานอนมานั่งปั่นให้หรอกค่ะ”
“แล้วต้องแลกกับอะไรล่ะคะ ถึงจะยอมทำ ‘ให้ฟรีๆ’ แบบที่ปากว่า” พิมพ์ชนกเอ่ยเสียงแผ่ว ดวงตาคู่สวยจับจ้องมองรอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างยอมจำนน เธอรู้ดีว่ายัยตัวร้ายตรงหน้าเก่งกาจเรื่องการต่อรองแค่ไหน และเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ ในเมื่อเส้นตายส่งงานคือพรุ่งนี้เช้า
รินลดาก้มลงมองรุ่นพี่สาวด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เธอย่อตัวลงเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กจากตัวของรินลดาโชยเข้าจมูกของพิมพ์ชนกจนคนเป็นพี่ต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ง่ายมากค่ะ... ถ้าอยากให้รินเนรมิตงานพรีเซนต์นี้ให้ผ่านฉลุยจนลูกค้าตาค้างล่ะก็ พรุ่งนี้เลิกงานเมื่อไหร่ พี่พิมพ์ต้องเป็นเจ้าภาพเลี้ยงชาบูมื้อใหญ่ จัดเต็มทุกถาด ชีสไม่อั้น เนื้อวากิวพรีเมียม และที่สำคัญ...” รินลดาเว้นจังหวะ ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกับปลายจมูกของคนพี่ที่เผลอเงยหน้าขึ้นมามอง “พี่ต้องเป็นคนลวกเนื้อใส่จานให้รินตลอดทั้งมื้อด้วยค่ะ”
พิมพ์ชนกนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นรำทำเพลงผิดจังหวะเสียจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ระยะห่างระหว่างกันในยามนี้มันใกล้จนเกินไป ใกล้จนเห็นแพขนตางอนงามและประกายตาซุกซนที่จงใจปั่นป่วนหัวใจเธอกลางดึก
“เงื่อนไขเยอะจริงนะเรา... นี่ตกลงจ้างมาทำงาน หรือหาเรื่องไปกินฟรีกันแน่คะ” พิมพ์ชนกพยายามดึงเสียงให้แข็งเข้าไว้ แม้ใบหูขาวสะอาดจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิดก็ตาม
“ก็ทั้งสองอย่างค่ะ!” รินลดาหัวอกเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาข้างๆ ชิดเสียจนไหล่ชนกัน “ตกลงไหมคะ หรือจะปล่อยให้งานพรีเซนต์พังไม่เป็นท่าแล้วโดนท่านประธานเฉ่งหูชาพรุ่งนี้เช้าดีล่ะคะ คุณสถาปนิกคนเก่ง”
“ก็ได้ค่ะ... พี่ตกลง” พิมพ์ชนกถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อข้อเสนอที่พ่วงมากับความใกล้ชิดอันตรายนี้อย่างราบคาบ “อยากได้อะไรสั่งมาให้หมด แต่ตอนนี้... ช่วยเปิดไฟล์งานนั้นแล้วอธิบายให้พี่ฟังทีค่ะ ว่าทำไมรินถึงบอกว่ามุมมองตึกมันยังแข็งทื่อเกินไป”
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความตั้งใจจริงจัง รินลดาเริ่มอธิบายจุดบกพร่องของแบบแปลนด้วยน้ำเสียงฉาดฉาน มือเรียวขีดเขียนลงบนหน้าจอเพื่อแก้ไขเส้นสายโครงสร้างตึกให้มีความพลิ้วไหวและร่วมสมัยมากขึ้น พิมพ์ชนกนั่งมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังตั้งใจทำงานอย่างเหม่อลอย ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ความใส่ใจและฝีมือที่เฉียบคมของรินลดา ยอมรับจากใจจริงเลยว่า... ผู้หญิงคนนี้เวลามีแพสชันกับงาน มีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ
เวลาล่วงเลยไปจนล่วงเข้าตีสอง งานออกแบบชิ้นสำคัญจึงเสร็จสมบูรณ์ รินลดาบิดขี้เกียจเบาๆ จนกระดูกลั่น ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้รูมเมตสาว
“เรียบร้อยค่ะ! งานนี้การันตีร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าผ่านแน่นอน เตรียมตัวไปเลี้ยงชาบูฉันพรุ่งนี้ได้เลยนะคะพี่พิมพ์”
พิมพ์ชนกพยักหน้ารับเบาๆ ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนจนรินลดาเผลอชะงักไปชั่วขณะ “ขอบคุณนะริน... ถ้าไม่ได้เธอ พี่แย่แน่ๆ เลย”
“รู้ตัวก็ดีค่ะ งั้นคืนนี้ดึกมากแล้ว ต่างคนต่าง—”
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นกะทันหันในยามตีสองครึ่ง ทำเอาทั้งรินลดาและพิมพ์ชนกสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองบานประตูห้องนอนที่ปิดสนิทด้วยความตกใจ
ในยามวิกาลแบบนี้... ใครกันที่เป็นคนมาเคาะประตูห้องของพวกเธอ? และยิ่งไปกว่านั้น... เสียงก๊อกประหลาดนั้นไม่ได้มาจากประตูห้องนอนหลัก แต่มาจากระเบียงห้องด้านนอกที่เชื่อมต่อกับความมืดมิดยามราตรี!
ดวงตาของพิมพ์ชนกเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปสบตากับรินลดา ที่เวลานี้รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่ได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตื่นตัวและระแวดระวังขั้นสุด
“ริน... ล็อกประตูระเบียงหรือยังคะ” พิมพ์ชนกกระซิบถามเสียงสั่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความสังหรณ์ใจที่ไม่สู้ดีนัก
“ล็อกสิคะ... แต่ว่า...” รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเงาสูงใหญ่ทาบทับลงบนผ้าม่านโปร่งสีขาวที่กั้นระหว่างห้องกับระเบียง พร้อมกับเสียงบิดกลอนประตูกระจกด้านนอกที่ดังขึ้นแกรก... แกรก...
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้เดซี่นะคะ ไว้เราไปกินชาบูฟินๆ ด้วยกันในตอนหน้าค่ะ!)
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 9
ข้อแลกเปลี่ยน
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!