ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 10

กลิ่นหอมยามดึก

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
แกรก... แกรก! เสียงบิดกลอนประตูกระจกจากระเบียงห้องนอนใหญ่ดังแทรกความเงียบสงัดยามตีสามให้สะดุ้งวาบ พิมพ์ชนกขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงนอนคิงไซส์อย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของสถาปนิกสาวผู้ตรวจงานหน้าไซต์มาโชกโชนบอกให้เธอระแวดระวังภัย แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่ายามเผชิญหน้ากับวิศวกรหน้าเลือดเสียอีก ใครกันที่กล้าปีนระเบียงห้องชุดชั้นสิบห้าขึ้นมาแบบนี้? หรือจะเป็นโจรขโมยขึ้นตึก? ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาที่ถอดวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงพยายามเพ่งมองผ่านม่านโปร่งสีขาวเงอะงะ ร่างสูงโปร่งของพิมพ์ชนกย่างสามขุมเข้าไปใกล้ระเบียง มือเรียวเอื้อมไปคว้าด้ามไม้กวาดพลาสติกที่ตั้งอยู่มุมห้องมาถือไว้เป็นอาวุธป้องกันตัวอย่างกระชับฉับไว ทว่า... เมื่อเงาร่างที่บิดเข้ามาผ่านผ้าม่านโปร่งเซถลาเข้ามาปะทะแสงไฟนีออนสลัวจากห้องนั่งเล่น ความตึงเครียดทั้งหมดก็มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความงุนงงระคนตกใจจนแทบทำไม้กวาดหลุดมือ "ริน?" พิมพ์ชนกอุทานชื่อรุ่นน้องสาวคนสนิทเบาหวิว รินลดาอยู่ในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีเบอร์กันดีที่ยับยู่ยี่ เส้นผมยาวสลวยยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง ดวงตาคู่นคมปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ ทว่าเจ้าตัวกลับกำลังเดินละเมอตรงดิ่งเข้ามาหาเธอราวกับผีดิบในภาพยนตร์สยองขวัญ เดี๋ยวนะ... เดินละเมอผ่านระเบียงห้องเนี่ยนะ? ยัยตัวร้ายนี่หาญกล้าเกินไปแล้ว! ถ้าพลาดพลั้งตกลงไปข้างล่างจะทำยังไง! "ริน! ตื่นนะคะ นี่คุณละเมอเดินไปไหนเนี่ย!" พิมพ์ชนกทิ้งไม้กวาดในมือลงพื้นเสียงดังโครมคราม รีบพุ่งเข้าไปคว้าต้นแขนเรียวเล็กของรินลดาไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินชนมุมโต๊ะทำงาน แต่ทว่า... รินลดาในยามไร้สติกลับดื้อรั้นกว่ายามตื่นเสียอีก ดีไซเนอร์สาวผู้ปากเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร กลับส่งเสียงฮัมในลำคอเบาๆ คล้ายเด็กน้อยงอแง พร้อมกับออกแรงดึงรั้งร่างของพิมพ์ชนกเข้าหาตัวอย่างไม่ทันตั้งตัว "อ๊ะ!" พิมพ์ชนกอุทานออกมาได้แค่นั้น ร่างระหงของเธอก็ถูกแรงดึงมหาศาลจากคนที่กำลังละเมอฉุดลากจนเซถลาล้มลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงนอนนุ่มนวลด้วยกันทั้งคู่ ลมหายใจอุ่นร้อนที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูกลิ่นวานิลลาปะทะเข้ากับปลายจมูกของพิมพ์ชนกทันที รินลดาพลิกตัวขึ้นมาทาบทับร่างของเธอไว้ครึ่งตัวอย่างแนบชิด เรียวขาเนียนเกี่ยวพันเข้ากับผ้าปูที่นอนและท่อนขาของพิมพ์ชนกอย่างถือวิสาสะ ก่อนที่วงแขนเรียวจะโอบกอดรอบเอวสอบของสถาปนิกสาวไว้แน่นราวกับหมอนข้างใบโปรด "อื้อ... อย่ากวนสิคะ... พี่พิมพ์..." เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่เผยอเล็กน้อย รินลดาลากใบหน้าเนียนใสซุกเข้ากับซอกคอหอมกรุ่นของพิมพ์ชนก ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดผิวเนื้ออ่อนทำให้พิมพ์ชนกสะท้านเยือกไปทั้งร่าง หัวใจดวงโตเต้นรัวจนแทบจะทะลุต้าวนออกมานอกอก ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนใบหน้าขาวเนียจนแดงก่ำไปถึงใบหู นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย! พิมพ์ชนกตัวแข็งทื่อเป็นหินปูน มือทั้งสองข้างที่ควรจะผลักไสอีกฝ่ายออกไป กลับยกค้างอยู่กลางอากาศอย่างทำอะไรไม่ถูก ปลายจมูกของเธออยู่ห่างจากเส้นผมหอมกรุ่นของรินลดาเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมยามดึกที่ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นกายหรือกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของรินลดา กำลังมغวมมึนสติสัมปชัญญะของเธอทีละน้อย "ริน... ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะคะ คุณละเมอใหญjแล้วนะ!" พิมพ์ชนกกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามดัดเสียงให้ดุที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เสียงของเธอกลับสั่นพร่าและเบาหวิวเสียจนน่าอับอาย ทว่ารินลดากลับยิ่งกอดรัดเธอแน่นขึ้นไปอีก ใบหน้าเนียนไถคลอเคลียอยู่แถวลาดไหล่เปลือยเปล่าของพิมพ์ชนกราวกับลูกแมวขี้อ้อน ปากบางพึมพำงึมงำฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ประโยคถัดมาที่หลุดจากปากคนละเมอนี่สิ... ทำเอาสถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อว่านิ่งสนิทดั่งน้ำแข็งขั้วโลกถึงกับสติหลุดกระเจิง "พี่พิมพ์... ใจร้าย... ชอบดุ... แต่... ตัวหอมจัง..." ให้ตายเถอะ! ยัยตัวร้ายนี่... กล้าดียังไงมาละเมอแทะโลมเธอตอนตีสามครึ่งแบบนี้! พิมพ์ชนกเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่สวยมองสำรวจใบหน้ายามหลับใหลของคนบนร่างอย่างหมั่นไส้ระคนเอ็นดู แพขนตางอนหนา ท่าทางดื้อรั้นที่หายไปชั่วคราว เหลือเพียงใบหน้าหวานละมุนที่ซุกซบอยู่กับอกเธออย่างไว้วางใจ ยิ่งมอง... หัวใจที่พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งห่อหุ้มไว้ก็ยิ่งสั่นคลอนและละลายกลายเป็นน้ำ มือเรียวของพิมพ์ชนกที่ค้างอยู่กลางอากาศค่อยๆ ลดระดับลงอย่างลังเล ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะตัดสินใจแตะสัมผัสลงบนเส้นผมนุ่มสลวยที่ยุ่งเหยิงอย่างแผ่วเบา สัมผัสอ่อนโยนนั้นถูกถ่ายทอดออกไปโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง "เด็กดื้อเอ้ย..." พิมพ์ชนกพึมพำกับความมืดในห้อง ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างจนปัญญาที่จะผลักไส "ทำไมชอบทำให้ใจสั่นอยู่เรื่อยเลยนะริน" บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความเงียบงันยามวิกาล มีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรำไปพร้อมกันในจังหวะเดียวกัน พิมพ์ชนกค่อยๆ ขยับตัวจัดท่าทางให้คนตัวเล็กกว่าได้นอนหนุนนอนซบอย่างสบายตัวมากขึ้น โดยที่แขนข้างหนึ่งของเธอยังคงยอมโอบกอดไหล่บางเอาไว้โดยไม่คิดจะขัดขืนอีกต่อไป คิดเสียว่าสงเคราะห์คนละเมอก็แล้วกัน... พิมพ์ชนกบอกตัวเองในใจเช่นนั้น พลางหลับตาลงเพื่อข่มความตื่นเต้นในอก ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก! เสียงเคาะประตูกระจกระเบียงด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูยามดึกจนยับเยิน พิมพ์ชนกสะดุ้งสุดตัว ลืมตาโพลงขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ ขณะที่รินลดาที่นอนละเมอก็ส่งเสียงครางฮืออย่างรำคาญใจในลำคอ พิมพ์ชนกหันขวับไปมองยังทิศทางของระเบียงห้องทันที และเมื่อเงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังกระจกใสปรากฏชัดขึ้นภายใต้แสงจันทร์... ดวงตากลมโตของสถาปนิกสาวก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่คาดฝัน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรดนะคะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%