เสียงกะทะเทฟลอนกระทบกับตะหลิวซิลิโคนดัง *เคร้ง* เบาๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของรินลดาเต้นรำอย่างไร้ทิศทางในอก ทว่าเจ้าตัวกลับพยายามตีสีหน้าเรียบเฉย ปั้นแต่งรอยยิ้มกวนประสาทส่งให้สถาปนิกสาวผู้ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตากลมโตของพิมพ์ชนกที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจากเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิดของคนตัวเล็ก แต่วันนี้... คนที่ควรจะเสียอาการ กลับกลายเป็นยัยพี่สาวคนโปรดที่กำลังพยายามกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนบนสองข้างแก้มด้วยการตีหน้ายักษ์ใส่เธอแทน
"ไข่ดาวจะไหม้แล้วค่ะคุณสถาปนิก ถ้ายังยืนจ้องหน้ากันด้วยสายตาพิฆาตแบบนั้น เกรงว่าอาหารเช้าวันนี้ของเราคงต้องเปลี่ยนเมนูเป็นคาร์บอนแทนโปรตีนนะคะ"
รินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาเรียวรีพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ เธอจงใจขยับกายเข้าไปใกล้ร่างสูงโปร่งที่ยืนขวางทางเดินแคบๆ ระหว่างเคาน์เตอร์ครัวกับโต๊ะอาหาร กลิ่นกายหอมสะอาดละมุนละไมแบบฉบับของพิมพ์ชนกโชยแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความประหม่าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความกวนประสาท
"ใครมองเธอด้วยสายตาพิฆาตกัน ยัยตัวแสบ... เลิกพูดจาเพ้อเจ้อแล้วตักไข่ใส่จานสิ ยืนเกะกะอยู่ได้" พิมพ์ชนกเสมองไปทางอื่น ใบหูขาวเนียนขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัด เธอพยายามดึงเสียงให้ราบเรียบที่สุดเพื่อปกปิดความสั่นไหวในน้ำเสียง แต่มีหรือที่สายตาคมกริบของดีไซเนอร์สาวจะไม่ทันสังเกตเห็น
รินวางจานไข่ดาวลงบนโต๊ะอย่างเบามือ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับรูมเมตสาวผู้เอาแต่หลบตา เธอยันมือทั้งสองข้างลงกับขอบเคาน์เตอร์ กักขังร่างเพรียวของรุ่นพี่ไว้ตรงกลางโดยปริยาย ระยะห่างที่ลดลงจนแทบชิดทำให้ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม พิมพ์ชนกสะดุ้งเล็กน้อย ผะผ่าวที่ลำคออย่างห้ามไม่อยู่
"พี่พิมพ์คะ..." เสียงหวานใสเอื้อnเอ่ยแผ่วเบา ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ "เมื่อคืน... ตอนที่ฝนตกหนักๆ แล้วไฟดับน่ะค่ะ"
ดวงตากลมโตของพิมพ์ชนกไหวระริกทันที เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นทำเป็นไม่รู้ไม่ช้า กลบเกลื่อนความพิรุธด้วยการย้อนถามเสียงแข็ง
"ทำไม? ฝนตกไฟดับแล้วมันทำไม รินความจำเสื่อมหรือไง ถึงจำไม่ได้ว่าตัวเองนอนคลุมโปงอยู่บนเตียง"
"รินไม่ได้หมายถึงตอนนอนค่ะ" รินขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สะดุดกึกของอีกฝ่าย "รินหมายถึงตอนที่ใครบางคน... กลัวเสียงฟ้าผ่าจนร้องไห้งอแง แล้วก็วิ่งมากอดรินแน่น แถมยังบอกว่า... *'อย่าทิ้งพี่ไปไหนนะริน'* ประโยคนี้ พี่พิมพ์ยังจำได้อยู่ไหมคะ หรือว่าความจำเสื่อมไปพร้อมกับแสงไฟที่ดับลงแล้วล่ะ?"
สิ้นคำถามคาใจ พิมพ์ชนกก็หน้าถอดสี ร่างเพรียวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความทรงจำอันน่าอายเมื่อคืนย้อนกลับมาฉายชัดในหัวเป็นฉากๆ ภาพที่เธอสลัดมาดสาวมั่นผู้เยือกเย็น ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดแล้วโผเข้ากอดเด็กปากดีไว้เสียแน่นด้วยความกลัว เสียงสะอื้นฮักที่ซบลงกับลาดไหล่เล็กๆ นั้น... เธอกล้าพูดออกมาได้ยังไงว่าจำไม่ได้!
"เหลวไหล!" พิมพ์ชนกเสียง LOUD ขึ้นโดยอัตโนมัติเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย มือเรียวยกขึ้นผลักไหล่บางออกเบาๆ "ฉันเนี่ยนะร้องไห้งอแง ฝันไปหรือเปล่ารินลดา เธอนั่นแหละละเมอเพ้อเจ้อไปเอง ฉันเป็นคนนอนหลับลึกจะตาย จะไปทำเรื่องน่า 0.00. แบบนั้นได้ยังไง"
"อ้าว? โกหกหน้าตายเลยนะคะเนี่ย" รินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนฟอร์มจัด "ถ้าละเมอจริง ทำไมเสื้อยืดตัวโปรดของรินถึงยังมีคราบน้ำตาของพี่พิมพ์เปื้อนอยู่ตรงหัวไหล่ล่ะคะ หรือว่าผีเสื้อสมุทรมากอดรินแทนพี่พิมพ์เมื่อคืนนี้?"
"ริน!" พิมพ์ชนกหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอถลึงตาใส่เด็กตรงหน้าอย่างคาดโทษ ยิ่งเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ระบายอยู่บนเรียวปากอิ่ม ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแก้วใสๆ นั้นสักทีสองทีให้หาย
"ขา? เรียกซะเสียงดังเชียว หูรินไม่หนวกนะคะพี่พิมพ์คนสวย" รินยังคงลอยหน้าลอยตาต่อกลอนอย่างไม่เกรงกลัว เธอยืดตัวตรงขึ้นเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง แต่วับวามในแววตายังคงจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของสถาปนิกสาวราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งนั้น "ตกลงว่า... ที่กอดรินเมื่อคืน เพราะกลัวฟ้าผ่า หรือว่า... คิดอะไรกับรินกันแน่คะ?"
บรรยากาศในห้องครัวพลันเงียบงัดลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่ พิมพ์ชนกชะงักงัน คำถามนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจจนเธอตั้งตัวไม่ติด เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อตั้งสติ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ชวนหัวใจวายนี้ แต่ทว่า... ยิ่งนิ่งเงียบ แววตาของรินลดาที่มองมาก็ยิ่งคาดคั้นและเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"ฉัน... ฉันก็แค่..." พิมพ์ชนกอบอ้าวไปทั่วสรรพางค์กายริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น กำมือเข้าหากันหลวมๆ ใต้โต๊ะเพื่อระงับความประหม่า เธอยังไม่พร้อม... ยังไม่พร้อมจะสารภาพความรู้สึกบ้าๆ ที่มีต่อเด็กคนนี้ออกไปง่ายๆ ยิ่งเห็นรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจของริน เธอกยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองตกเป็นรองอยู่ร่ำไป
แต่ก่อนที่พิมพ์ชนกจะได้สรรหาคำแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อนความเขินอาย เสียงกริ่งหน้าประตูก็กรีดร้องทำลายความเงียบงันขึ้นเสียก่อน *ติ๊งต่อง!*
ทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว รินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ ขณะที่พิมพ์ชนกแอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นจากสถานการณ์เฉียดตายมาได้อย่างหวุดหวิด
"ใครมาวะเนี่ย..." รินพึมพำกับตัวเองอย่างหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ "เช้าตรู่ขนาดนี้ หรือว่าจะเป็นยัยมินะ?"
"เดี๋ยวฉันไปดูเอง" พิมพ์ชนกฉวยโอกาสนี้ผละหนีจากรัศมีอันตราย เดินแกมวิ่งตรงไปยังประตูห้องรับแขกอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกหนีสายคาดคั้นของรูมเมตตัวแสบ มือเรียวเอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกกว้างด้วยใบหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยจากการถูกขัดจังหวะ
ทว่า... รอยยิ้มที่กำลังจะเอ่ยทักทายกลับต้องค้างเติ่งอยู่บนริมฝีปาก เมื่อบุคคลที่ยืนยันส่งยิ้มกว้างอยู่หน้าห้องไม่ใช่เพื่อนสนิทอย่างที่รินคาดเดา และไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่เป็นร่างสูงโปรดของรุ่นพี่หนุ่มผู้ตามตื๊อไม่เลิกรา
"อรุณสวัสดิ์ครับพิมพ์ พอดีผมแวะซื้อโจ๊กเจ้าเด็ดหน้าปากซอยมาฝาก... เอ๊ะ หรือว่าผมมารบกวนเวลาส่วนตัวของน้องรินกับพิมพ์หรือเปล่าครับเนี่ย?"
กรณ์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมกับชูถุงอาหารในมือขึ้นด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร ทว่าสายตากลับกวาดมองเลยผ่านไหล่บางเข้าไปในห้อง แล้วไปสะดุดเข้ากับร่างของรินลดาที่ยืนกอดอกใบหน้าบึ้งตึงอยู่ไม่ไกล
หัวใจของพิมพ์ชนกหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อหันกลับไปสบตากับรินลดาที่กำลังจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเปลี่ยนสี... ประกายความหึงหวงและคุกรุ่นบางอย่างฉายชัดขึ้นในดวงตากลมโตคู่นั้นทันที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินจิกหมอนด้วยกันในตอนนี้นะคะ!
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 11
คำถามคาใจ
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!