เสียงกระแทกของประตูห้องนอนที่ปิดลงเมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของพิมพ์ชนก ทว่าความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยยังไม่ทันได้กัดกินหัวใจจนครบสัดส่วน เสียงเปรี้ยะของกระแสไฟฟ้าลัดวงจรจากคานเพดานก็ดังขึ้นตัดจังหวะ ตามมาด้วยความมืดสนิทที่กลืนกินห้องชุดสุดหรูทั้งห้องในเสี้ยววินาที
"กรี๊ด!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจดังมาจากทางห้องน้ำในโซนแต่งตัว ไม่ใช่เสียงใครอื่น... รินลดา เจ้าของร่างเพรียวที่เพิ่งหนีเข้าห้องไปเมื่อครู่ กำลังยืนสั่นเทาอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้แม้แต่แสงดาว
พิมพ์ชนกละทิ้งความบาดหมางชั่วขณะ สัญชาตญาณความเป็นพี่สาวและคนห่วงใยพุ่งพล่านเหนือสิ่งอื่นใด เธอก้าวฉับๆ ฝ่าความมืดโดยอาศัยความคุ้นเคยกับแปลนห้อง จนกระทั่งมือเรียวสัมผัสเข้ากับกรอบประตูห้องน้ำขนาดกะทัดรัด
"ริน! เป็นอะไรหรือเปล่า" พิมพ์ชนกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน มือข้างหนึ่งคลำหาตัวจับประตู
"พี่พิมพ์..." เสียงหวานที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับสั่นเครือจนน่าใจหาย "ริน... รินมองไม่เห็นอะไรเลย ไฟดับเหรอทำไมมันมืดตื้อมืดสนิทขนาดนี้เนี่ย!"
"ใจเย็นๆ ค่ะพี่อยู่ตรงนี้แล้ว" พิมพ์ชนกผลักประตูเข้าไปในความมืด ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายตามสัญชาตญาณ ทว่าด้วยความแคบของห้องน้ำและการกะระยะที่ผิดพลาด ทำให้ร่างสูงโปร่งของสถาปนิกสาวเซถลาไปชนเข้ากับร่างบางเต็มรัก
อุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันส่งผลให้ทั้งคู่เสียหลัก ล้มพับลงไปติดอยู่มุมห้องน้ำระหว่างอ่างล้างหน้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ โดยที่พิมพ์ชนกตกอยู่ใน
position คร่อมทับร่างของรินลดาไว้ครึ่งตัวโดยอัตโนมัติ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งคู่ที่ดังแข่งกับจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก
"พี่พิมพ์... ออกไปนะ ตัวหนักบดบังอากาศหมดแล้วเนี่ย" รินลดาเอเสียงดุกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก มือเรียวพยายามดันไหล่กว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง ทว่าในความมืดที่มองไม่เห็นทิศทาง ฝ่ามือบางกลับไปทาบทับอยู่บนลาดไหล่และแผ่นอกนุ่มหยุ่นของพิมพ์ชนกพอดิบพอดี
"ชูส์... อย่าดิ้นค่ะ รินก็รู้ว่าพี่มองไม่เห็นทางเหมือนกัน" เสียงทุ้มต่ำของพิมพ์ชนกกระซิบชิดริมหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำเอารินลดาสะท้านเฮือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง ความใกล้ชิดสนิทแนบชนิดที่ผิวเนื้อแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันทำให้สติที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปไกล
ในความมืดมิดที่ไร้การมองเห็นประสาทสัมผัสส่วนอื่นกลับตื่นตัวอย่างรุนแรง รินลดาได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นกายเฉพาะตัวของพิมพ์ชนก มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคยดี แต่ทำไม... ยามที่แนบชิดกันในพื้นที่แคบเช่นนี้ มันถึงได้ทรงอานุภาพในการทำลายล้างหัวใจเธอได้มากขนาดนี้
"แล้ว... แล้วทำไมไม่ลุกขึ้นล่ะคะ มัวแต่ทับรินอยู่ได้" รินลดาพยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าหัวใจจะเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกปาก
"ลุกยังไงไหวล่ะคะ... ในเมื่อขาพี่ติดซอกชั้นวางของอยู่เนี่ย" พิมพ์ชนกตอบด้วยน้ำเสียงเจือความระibrนิดๆ ที่ซ่อนรอยยิ้มเอ็นดูไว้ไม่มิด แม้จะมองไม่เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและไออุ่นจากเรือนร่างที่แนบชิด "หรือว่า... รินกลัวความมืดจนอยากให้พี่กอดไว้นานๆ กันแน่ หืม?"
"ใครกลัวกัน! พี่พิมพ์อย่ามาหลงตัวเองนะ รินแค่... แค่ตกใจเสียงไฟดับต่างหากเล่า" ปากเก่งๆ ของรินลดาโต้กลับทันควันตามนิสัยซึนเดระ แต่ทว่าน้ำเสียงที่สั่นพร่ากลับทรยศความรู้สึกหมดเปลือก
พิมพ์ชนกยันมือกับผนังกระจกเพื่อพยุงน้ำหนักตัวไม่ให้ทับอีกฝ่ายจนเกินไป แต่ด้วยความที่ระยะห่างมีเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทำให้ใบหน้าของทั้งคู่แทบจะชนกันในทุกครั้งที่ขยับตัว ริมฝีปากอิ่มของพิมพ์ชนกอยู่ห่างจากแก้มเนียนของรินลดาเพียงคืบเดียวเท่านั้น
กลิ่นอายความใกล้ชิดอบอวลไปทั่วบรรยากาศคับแคบ ความโกรธเคืองเรื่องกรณ์เมื่อครู่ถูกลบเลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่
"ปากแข็งจังนะคะ..." พิมพ์ชนกกระซิบแผ่วเบa ชิดริมใบหูของคนใต้ร่าง น้ำเสียงหวานละมุนที่เจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อยทำให้รินลดารู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า "แต่หัวใจของรินเนี่ย... เต้นแรงจนพี่ได้ยินเสียงมันฟ้องหมดแล้วนะ"
"พี่พิมพ์! บ้า..." รินลดาหน้าแดงก่ำ แม้จะอยู่ในความมืดจนมองไม่เห็นสีหน้า แต่อุณหภูมิที่สูงขึ้นบนพวงแก้มก็เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี มือเรียวเปลี่ยนจากการผลักไสเป็นกำเสื้อเชิร์ตของพิมพ์ชนกไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศระหว่างพวกเธอกำลังก้าวข้ามเส้น "รูมเมต" ไปสู่เขตอันตรายที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางอารมณ์ พิมพ์ชนกค่อยๆโน้มใบหน้าลงต่ำอย่างลืมตัว ปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียนไปนิดเดียว ความนุ่มนวลและกลิ่นอายความใกล้ชิดนี้กำลังสะกดให้ทั้งคู่ตกอยู่ในภวังค์แห่งความเสน่หา
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อเติมเต็มช่องว่างที่ขาดหาย
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูและดึงสติของทั้งสองคนให้กลับคืนสู่โลกความเป็นจริงในเสี้ยววินาที
พร้อมๆ กันนั้น ไฟฟ้าภายในห้องชุดก็สว่างพรึบขึ้นมาอีกครั้ง แสงไฟนีออนเจิดจ้าทำให้ทั้งรินลดาและพิมพ์ชนกต้องกะพริบตาถี่เพื่อปรับโฟกัส
พิมพ์ชนกผุดลุกขึ้นจากร่างบางอย่างรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยความกระอักกระอ่วน ขณะที่รินลดารีบดันตัวลุกขึ้นยืนพิงอ่างล้างหน้า ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกปนเสียดาย
ใครกันที่มาเคาะห้องในเวลาวิกาลแบบนี้?
พิมพ์ชนกสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังประตูหน้าห้องด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ มือเรียวหมุนลูกบิดแล้วกระชากประตูเปิดออกด้วยใบหน้าบึ้งตึง
ทว่า... ภาพบุคคลที่ยืนยันส่งยิ้มกว้างอยู่หน้าห้อง กลับทำให้ลมหายใจของพิมพ์ชนกสะดุดกึก และทำให้รินลดาที่เดินตามออกมาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"สวัสดีครับพี่พิมพ์... ผมกลัวว่าพี่จะตกใจตอนไฟดับ ก็เลยแวะซื้อของโปรดมาฝากครับ"
กรณ์ยืนถือถุงขนมหวานอยู่ตรงนั้น พร้อมกับรอยยิ้มที่พยายามตีสนิทเต็มที่ โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า... การปรากฏตัวของเขาในตอนนี้ จะกลายเป็นชนวนระเบิดลูกใหญ่ที่พร้อมจะทำลายความสัมพันธ์เปราะบางของพวกเธอให้พังทลายลงในพริบตา!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดอกเดซี่ริมทาง" เสมอมานะคะ!
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 5
กลิ่นอายความใกล้ชิด
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!