“ถ้าคุณคิดว่าการเดินเข้ามาในห้องนี้ แล้วทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพื้นที่ส่วนกลางด้วยการวางรองเท้าส้นสูงระเกะระラค-ระกาดแบบนี้ จะทำให้ฉันเกรงใจล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าฝันไปเถอะค่ะ คุณสถาปนิกหน้าตาย”
เสียงหวานที่เจือด้วยความหงุดหงิดระคนเยาะหยันดังลั่นห้องรับแขกขนาดกะทัดรัด รินลดา (ริน) ยืนกอดอกแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์จ้องมองผู้หญิงอีกคนที่กำลังยืนถอดเสื้อคลุมกันหนาวอย่างใจเย็นราวกับรอบตัวหล่อนไม่มีเสียงบ่นจากเธออยู่เลย
พิมพ์ชนก (พี่พิมพ์) ปรายตามองรองเท้าส้นสูงแบรนด์ดังของตัวเองที่ถูกพาดพิง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบตากับดีไซเนอร์สาวรุ่นน้องที่กำลังฮึดฮัดเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูยามถูกขัดใจ มุมปากเรียวสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่รินลดาลงความเห็นในใจว่า... มันน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก!
“รองเท้าคู่ละหมื่นห้าพันบาทวางอยู่บนพรมเช็ดเท้าสะอาดเอี่ยม ไม่ได้ไปเกะกะขวางทางเดินตรงไหน และที่สำคัญ...” พิมพ์ชนกเว้นจังหวะ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางที่ยังคงยืนขวางทางเข้าครัวด้วยท่าทีคุกคาม “นี่คือห้องของฉันค่ะ คุณรินลดา ฉันจะวางไว้ตรงไหน มันก็สิทธิ์ของฉัน”
“อ๋อเหรอคะ? งั้นก็เชิญอยู่ใน ‘ห้องของคุณ’ คนเดียวไปเลยค่ะ เพราะฉันจะเก็บกระเป๋าออกไปหาคอนโดใหม่เดี๋ยวนี้แหละ!”
รินลดาสะบัดหน้าหนี เตรียมจะหันหลังเดินจ้ำอ้าวเข้าห้องนอนเพื่อไปคว้ากระเป๋าเดินทางที่ยังไม่ได้จัดของด้วยซ้ำ แต่ทว่า... เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากสมาร์ทโฟนในมือถือของเธอกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*‘มินา: แกรรร! ห้ามย้ายออกเด็ดขาดนะเว้ย คอนโดแถวนั้นเต็มหมดแล้ว แถมช่วงนี้เงินมัดจำแต่ละที่คือโหดมาก แกจะเอาเงินที่ไหนไปจ่ายอีกล่ะ ยอมทนอยู่กับยัยคุณสถาปนิกน้ำแข็งขั้วโลกไปก่อนเถอะน่า ถือว่าทำบุญสะเดาะเคราะห์นะเพื่อนรัก!’*
รินลดาอ่านข้อความนั้นแล้วอยากจะกรี๊ดใส่หน้าจอให้รู้แล้วรู้รอด ยัยมินาเพื่อนตัวดีนะเพื่อนตัวดี รู้ว่าเธอกำลังตกที่นั่งลำบากเรื่องสัญญาเช่าคอนโดเก่าที่ดันหมดกะทันหัน เลยหาทางแก้ปัญหาด้วยการส่งเธอมาเป็น ‘รูมเมตจำเป็น’ กับรุ่นพี่สุดเนี้ยบที่เธอเคยมีเรื่องปะทะคารมกันมาแล้วในงานอีเวนต์ออกแบบเมื่อเดือนก่อน!
เวรกรรมอะไรของรินลดาเนี่ย!
“จะไปเก็บกระเป๋าจริงๆ เหรอคะ?” เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยไล่หลัง น้ำเสียงนั้นไม่ได้มีความเดือดร้อนรำคาญใจเลยสักนิด กลับเจือแววสนุกสนานเสียด้วยซ้ำ “เชิญตามสบายนะคะ แต่บอกไว้ก่อนว่า... ค่ามัดจำล่วงหน้าสองเดือนที่เพื่อนสนิทตัวดีของคุณโอนเข้าบัญชีฉันมาแล้วเนี่ย ฉันไม่คืนให้นะคะ เพราะถือว่าผิดสัญญาตั้งแต่ยังไม่เริ่มเข้าอยู่”
รินลดาชะงักฝ่าเท้าที่กำลังก้าว เธอหันขวับกลับมามองหน้าเจ้าของห้องทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโกรธจัด “คุณว่าอะไรนะยะ! ยัยมินาโอนเงินให้คุณแล้วเหรอ?”
“ค่ะ สดๆ ร้อนๆ ตอนที่คุณกำลังยืนเถียงฉันเรื่องรองเท้านั่นแหละค่ะ” พิมพ์ชนกยักไหล่เบาๆ อย่างไม่ยี่ระ หล่อนเดินไปหยิบแก้วน้ำอุ่นบนเคาน์เตอร์ครัว จิบช้าๆ ด้วยท่าทางราวกับนางพญาหงส์ที่กำลังมองดูเหยื่อตัวน้อยดิ้นรนในตาข่าย “เพราะฉะนั้น ทางเลือกของคุณตอนนี้มีแค่สองทางค่ะ... หนึ่ง ยอมรับสภาพการเป็นรูมเมตแล้วปฏิบัติตามกฎระเบียบของที่นี่อย่างเคร่งครัด หรือสอง เดินออกไปตัวเปล่าแล้วเสียเงินฟรีห หมื่นกว่าบาท... เลือกเอาค่ะว่าจะเอายังไง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนั่งเล่นชั่วขณะ รินลดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ยัยมินานะยัยมินา กล้าดียังไงถึงเอาเงินเก็บก้อนสุดท้ายของเธอไปโอนให้ผู้หญิงปากร้ายคนนี้โดยไม่ปรึกษากันก่อน! แต่จะให้ยอมเสียเงินหมื่นกว่าบาทไปฟรีๆ โดยไม่ได้อะไรเลย... ฝันไปเถอะ รินลดาคนนี้ไม่มีทางยอมให้เงินสูญเปล่าเด็ดขาด!
ดีล่ะ... ในเมื่ออยากท้าทายเธอนักใช่ไหมคะ?
ดีไซเนอร์สาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ รอยยิ้มหวานหยดแบบฉบับนางร้ายละครหลังข่าวถูกระบายลงบนใบหน้าเรียวสวย เธอสาวเท้าเดินตรงเข้าไปหาพิมพ์ชนกที่ยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ แนววานิลลาผสมความเย็นสดชื่นจากตัวของสถาปนิกสาวลอยมาแตะจมูก รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึก
“ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณอยากให้ฉันอยู่ร่วมชายคาด้วยนัก งั้นเรามาทำ ‘สัญญา’ กันให้ชัดเจนไปเลยดีกว่าค่ะ” รินลดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก “กฎของฉันมีอยู่ว่า... ห้ามก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัว ห้ามสั่งสอนฉันเหมือนฉันเป็นเด็กฝึกงาน และที่สำคัญ... ห้ามทำตัวน่ารำคาญใส่ฉันเด็ดขาดค่ะ!”
พิมพ์ชนกนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีเมื่อถูกร่างบางจู่โจมประชิดตัวจนเกือบชิด แววตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับแก้มของเธอ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกสาวกลับกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ
“ถ้าฉันทำล่ะคะ?” พิมพ์ชนกกระซิบตอบ เสียงของหล่อนทุ้มต่ำและใกล้ชิดจนน่าอันตราย ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่รินลดาอ่านไม่ออก “ถ้าฉันอยากจะก้าวก่าย... และอยากจะสั่งสอนเด็กดื้อแถวนี้ขึ้นมาจริงๆ คุณจะทำยังไงคะ รินลดา”
บรรยากาศรอบตัวราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตวิ่งผ่าน ปลายนิ้วเรียวของพิมพ์ชนกที่ถือแก้วน้ำอยู่ขยับเข้ามาใกล้รินลดาอีกนิด จนร่างบางต้องถอยหลังไปชนขอบเคาน์เตอร์ครัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ การปะทะคารมที่ควรจะดุเดือดเผ็ดร้อนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความใกล้ชิดที่ชวนให้หายใจติดขัดอย่างประหลาด
รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามจะดันอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่า... มือเรียวของพิมพ์ชนกกลับไวhibยิ่งกว่า หล่อนวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะยกมือขึ้นกักตัวรินลดาไว้ด้วยการวางแขนยันเคาน์เตอร์ครัวทั้งสองข้าง ขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ
ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รินลดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรบ ความซ่าความเก่งที่เคยมีเมื่อกี้หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความตื่นตระหนกและ... ความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วท้องน้อย
“คุณ... คุณจะทำอะไร ถอยไปนะ!” รินลดาเอเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
“ฉันก็แค่จะบอกข้อตกลงของฉันบ้างเท่านั้นเองค่ะ...” พิมพ์ชนกกระซิบชิดริมหู ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง “กฎข้อแรกของฉัน... ห้ามเถียงเวลาฉันพูด กฎข้อที่สอง... ห้ามมองผู้ชายคนไหนนอกจากฉันในห้องนี้ และกฎข้อสุดท้าย...”
ยังไม่ทันที่พิมพ์ชนกจะเอ่ยประโยคสุดท้ายจบ...
*กริ๊งงงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูห้องพักดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวที่กำลังคุกรุ่นไปด้วยเคมีอันตราย ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย พิมพ์ชนกผละตัวออกห่างจากรินลดาช้าๆ ด้วยความเสียดายอย่างไม่น่าเชื่อ ขณะที่รินลดาああแอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แต่ก็ยังไม่วายส่งค้อนวงใหญ่ให้คนตรงหน้า
พิมพ์ชนกขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ หล่อนหันหลังเดินไปที่ประตูห้องเพื่อส่องตาแมวตรวจสอบว่าใครคือผู้มาเยือนยามวิกาลแบบนี้
แต่ทว่า... ทันทีที่พิมพ์ชนกเปิดประตูออกกว้าง ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูททำงานเนียบกริบ พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อโตในมือก็เอ่ยทักขึ้นด้วยน้ำเสียงคุ้นเคยจนรินลดาที่ยืนอยู่ด้านหลังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
“สวัสดีครับพี่พิมพ์ ผมกรณ์เองครับ พอดีผ่านมาแถวนี้เลยแวะเอาของฝากมาให้... เอ๊ะ รินลดา? เธอก็ Dยู่ที่นี่ด้วยเหรอเนี่ย?”
————————————
[เชิงอรรถนักเขียนจาก “ดอกเดซี่ริมทาง”]:
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินๆ กับความซึนของพี่พิมพ์และความแสบของน้องรินนะคะ ตอนหน้ามารอลุ้นกันค่ะว่าศึกสามเส้า (หรือจะมาป่วนกันแน่) จะทำให้ห้องนี้ลุกเป็นไฟขนาดไหน อย่าลืมกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เดซี่ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ!
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 2
รูมเมตจำเป็น
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!