กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มถูกเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน บนโต๊ะอาหารในร้านอาหารริมน้ำที่แสงไฟสีส้มสะท้อนระยิบระยับกับผิวน้ำ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาฉันยิ่งกว่าแหวนเพชรเม็ดโตที่กรณ์ตั้งใจเตรียมไว้ คือสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังจนน่าอึดอัดของรุ่นพี่หนุ่มตรงข้าม
"พี่ว่า... มันน่าจะเหมาะกับริน" เสียงทุ้มของกรณ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มที่เขาพยายามส่งมาให้อย่างอ่อนโยนที่สุด "รับไว้เถอะนะ ถือว่าให้โอกาสพี่ได้พิสูจน์ตัวเอง"
ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกระอา ปากเรียวบางยกยิ้มขึ้นนิดๆ ในแบบที่มักจะทำให้คนมองใจแป้ว "ขอบคุณนะคะรุ่นพี่ กรุณาคิดเผื่อรินเสมอเลย... แต่เสียดายจังค่ะที่รินคงรับไว้ไม่ได้"
"ทำไมล่ะริน? หรือว่าเพราะ..."
"เพราะรินไม่ได้รักพี่ค่ะ พูดชัดเจนขนาดนี้แล้ว หวังว่าจะไม่ต้องให้แปลไทยเป็นไทยอีกรอบนะคะ" ฉันตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ไม่มีความจำเป็นต้องรักษาน้ำใจคนที่พยายามล้ำเส้นความสัมพันธ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกที่กรณ์อุุตส่าห์จัดเตรียม ฉันกลับรู้สึกแค่ว่าอยากลุกออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อคลุมสั่นครืดคราดขึ้นมาพอดี เหมือนรู้ว่าเจ้า Wจันทร์ตัวแสบกำลังหาทางช่วยชีวิต มินะส่งข้อความสั้นๆ มาว่า *'แก รีบกลับมาที่ห้องด่วน พี่พิมพ์ยักษ์น้ำแข็งกำลังจะละลายเพราะพิษไข้แล้วโวย! ยัยนี่ดื้อมาก ไม่ยอมกินยา ยอมให้แกด่าคนเดียวเท่านั้น!'*
หัวใจฉันกระตุกวูบ ความหงุดหงิดเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความร้อนรน
ฉันลุกขึ้นยืนทันทีโดยไม่สนใจสีหน้าเจื่อนสนิทของกรณ์ "ขอตัวนะคะ พอดีที่ห้องมี... ธุระด่วนที่สุดที่ต้องรีบไปเคลียร์ค่ะ ลากورณ์นะคะ"
ฉันก้าวฉับๆ ออกมาจากร้านโดยไม่หันกลับไปมอง ปลายรองเท้าส้นสูงเร่งจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นวิ่ง เมื่อนึกถึงใบหน้านิ่งสนิทแต่แฝงความดื้อรั้นของรูมเมตตัวดีที่ป่านนี้คงนอนซมอยู่บนเตียง พี่พิมพ์นะพี่พิมพ์... เวลาไม่สบายทีไร ทำไมต้องทำตัวน่าเป็นห่วงทุกที
ผลักประตูห้องพักเข้ามา ความเงียบงันและกลิ่นไอร้อนอ่อนๆ จากตัวยาลอยอบอวลไปทั่วห้อง ไฟในห้องนั่งเล่นถูกหรี่ให้สว่างน้อยที่สุด มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟหัวเตียงในห้องนอนของพิมพ์ชนกที่ลอดออกมา
ฉันสาวเท้าเข้าไปใกล้ห้องนั้น มือเรียผลักบานประตูไม้สีขาวให้เปิดกว้างขึ้น ภาพที่เห็นทำเอาหัวใจกระตุกไหว
ร่างระหงของสถาปนิกสาวสุดเนี้ยบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเป๊ะในทุกตารางนิ้ว ตอนนี้กำลังนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา เรือนผมสีดำสนิทสยายเต็มหมอน แก้มเนียนมีสีแดงระเรื่อพิษไข้ ริมฝีปากที่ปกติมักจะใช้เอ่ยวาจาเชือดเฉือนให้ฉันเจ็บใจเล่น บัดนี้แห้งผากและเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนกำลังทรมาน
"ยัยพี่บ้าเอ๊ย... ป่วยแล้วทำไมไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้" ฉันพึมพำกับตัวเอง เดินตรงดิ่งเข้าไปวางกระเป๋าลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งลงบนขอบฟูกนุ่มอย่างเบามือที่สุด
พิมพ์ชนกปรือตาขึ้นช้าๆ แพขนตายาวงอนขยับไหว แววตาคมกริบที่เคยฉายแววดุเดือด บัดนี้กลับอ่อนเชื่อมและเปียกชื้นด้วยพิษไข้ เธอมองหน้าฉันนิ่งเนิ่นนาน ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
"ไปไหนมา..." เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากลำคอของคนตัวโตกว่า ฟังดูออดอ้อนโดยเจ้าตัวคงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
"ไปสะ้างวีรกรรมปฏิเสธหนุ่มมาค่ะ" ฉันตอบเสียงเรียบ พลางเอื้อมมือไปแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ ร้อนจี๋เลย... "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ทำไมไม่กินยาคะ? อยากเป็นปอดบวมตายคาห้องหรือไง"
"ริน..." พิมพ์ชนกไม่ตอบคำถามของฉัน แต่กลับเอื้อมมืออันสั่นเทาขึ้นมาคว้าข้อมือฉันไว้ ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบสัมผัสกับผิวอุ่นของฉัน ทำให้ต้องเผลอกลั้นหายใจ "พี่ไม่ได้อยากกินยา... พี่อยากกินอย่างอื่นมากกว่า"
ฉันเลิกคิ้วขึ้นสูง "อยากกินอะไรคะ ข้าวต้ม? โจ๊ก? หรืออยากโดนฉันเทศน์ชุดใหญ่ริมเตียง"
พิมพ์ชนกส่ายหัวเบาๆ ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้ามาในดวงตาฉัน ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้กำแพงความเย่อหยิ่งมาเนิ่นนาน "อยากกิน... ความสนใจจากเด็กดื้อแถวนี้"
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้นี่นะ! ป่วยอยู่แท้ๆ ยังจะมีแก่จิตมาหยอดคำหวานใส่กันอีก รินลดาเอ๋ย รินลดา... ใจง่ายใจอ่อนกับเขาทุกทีสิน่า
ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยอมแพ้ให้กับสายตาคู่นั้นอย่างราบคาบ ฉันหยิบแก้วน้ำอุ่นและเม็ดยาบนโต๊ะขึ้นมาประคองร่างสูงให้ลุกขึ้นพิงหัวเตียงอย่างเบามือ ป้อนยาให้เธอดื่มตามด้วยน้ำอุ่นอย่างเอาใจใส่ ท่ามกลางความเงียบที่อบอวลไปด้วยความนัย
หลังจากพิมพ์ชนกกินยาและล้มตัวลงนอนใหม่อีกรอบ ฉันก็เตรียมจะขยับตัวลุกขึ้นเพื่อไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้เธอต่อ แต่ทว่า...
หมับ!
ข้อมือถูกรั้งไว้ด้วยแรงที่ไม่มากนัก แต่กลับทรงพลังพอดู ฉันหันกลับไปมองด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่า ร่างสูงก็ดึงฉันลงไปเซนอนราบลงบนเตียงเดียวกันอย่างไร้การตั้งตัว!
"พี่พิมพ์! ทำบ้าอะไรเนี่ย เดี๋ยวไข้ก็ติดฉันหรอก!" ฉันโวยวาย หน้าแดงซ่านเมื่อพบว่าตอนนี้ตัวเองกำลังนอนตะแคงเผชิญหน้ากับเธอในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นยาพ่นรดอยู่บนพวงแก้ม
พิมพ์ชนกไม่ยอมปล่อย เธยขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน แขนเรียวข้างหนึ่งตวัดกอดเอวฉันไว้แน่นราวกับกลัวว่าฉันจะหายวับไปกับตา รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่ง ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากแห้งผากนั้น
"ของขวัญ... ของพี่ล่ะ" เสียงแหบพร่าเอמהกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู
ฉันชะงัก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ของขวัญอะไรของคุณคะ ฉันไม่ได้เตรียมอะไรสักหน่อย"
"โกหก" พิมพ์ชนกหรี่ตามองอย่างรู้ทัน ปลายนิ้วอุ่นจัดไล้เบาๆ บนพวงแก้มของฉันอย่างทะนุถนอม "แววตาสั่นๆ แบบนั้น... กับหัวใจที่เต้นดังจนพี่ได้ยินเนี่ย... คือของขวัญที่พี่รอคอยต่างหากล่ะ ริน..."
ฉันเม้มปากแน่น รู้สึกพ่ายแพ้ต่อความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งของคนตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ ความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในอกจนแทบระเบิด
ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายชัดแต่เงาของฉันคนเดียว รินลดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับกลีบปากของอีกฝ่าย
"งั้นก็..." ฉันกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมฝีปากของเธอ "รับของขวัญชิ้นนี้ไปให้ดีๆ ก็แล้วกันนะคะ..."
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงดังขึ้นทำลายความเงียบงันในจังหวะวิกฤตพอดี หน้าจอเรืองแสงวาบพร้อมกับชื่อผู้ติดต่อที่ปรากฏหร่าขึ้นมา ทำให้ลมหายใจของฉันสะดุดกึกทันทีที่กวาดตามอง...
*- - - - - - - - - - - - - - - -*
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกันมาจนถึงตอนนี้ค่ะ - ดอกเดซี่ริมทาง
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 31
ของขวัญที่รอคอย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!