ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด•ตอนที่ 7

มื้อค่ำใต้แสงเทียน (จำเป็น)

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“ถอยไปค่ะพี่พิมพ์... ถ้าไม่อยากให้ปลาทอดกลายเป็นถ่าน ก็อย่ามายืนขวางทางเชฟ” รินลดาเอ่ยพลางใช้ศอกดันร่างสูงโปร่งของคนข้างกายเบาๆ แต่นั่นกลับทำให้พิมพ์ชนกที่กำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมที่มักจะฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกหรี่ลง ทว่าไม่ได้ขยับตัวหนีตามคำสั่ง แถมยังจงใจเบียดไหล่เข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นมวลดอกไม้จางๆ ของเจ้าตัวลอยเข้ามาแตะจมูกรินลดาจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ “ถ้าจะทำกับข้าวให้กิน ก็เลิกปากเก่งแล้วโฟกัสที่กระทะสักที” พิมพ์ชนกตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ริมฝีปากที่ขยับนั้นดูจะมีความยิ้มเยาะแฝงอยู่ “อีกอย่าง... ฉันไม่ได้ยืนขวาง ฉันแค่กำลังสังเกตการณ์ ว่าคนดื้อๆ แบบเธอจะทำอาหารมื้อนี้ให้ ‘กินได้’ หรือจะทำให้ครัวไฟไหม้เสียก่อน” “ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังเถอะค่ะ... สักวันจะไม่มีใครอยากมาทำมื้อค่ำให้กิน” รินลดาแค่นหัวเราะ ปลายนิ้วเรียวคีบตะหลิวพลิกชิ้นปลาในกระทะอย่างคล่องแคล่ว ทว่าจังหวะที่หันไปสบตากับคนข้างตัว รินก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งหยอก “หรือว่าที่พี่มายืนคุมถึงที่นี่ เพราะกลัวคนอื่นจะแย่งหน้าที่ ‘คนสำคัญ’ ของพี่พิมพ์ไปคะ?” บรรยากาศในห้องครัวที่ควรจะวุ่นวายกลับเงียบงันลงทันตา พิมพ์ชนกชะงักไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยจ้องมองด้วยความเย่อหยิ่งเปลี่ยนเป็นวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ใบหน้าเรียบเนียนจะขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดจนปิดไม่มิด “หลงตัวเองไปหน่อยไหมรินลดา” พิมพ์ชนกพยายามคุมโทนเสียงให้มั่นคง แม้ว่ามือที่จับขอบเคาน์เตอร์จะเผลอกำแน่นขึ้น “ฉันแค่รักษาสิทธิ์ของเจ้าของบ้าน ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับยัยตัวร้ายอย่างเธอสักหน่อย” “เหรอคะ?” รินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่ของทั้งคู่แทบจะเกยกัน “ถ้าไม่ได้คิดอะไร ทำไมหูพี่แดงขนาดนั้นล่ะคะ หืม?” มือของรินลดาแกล้งเอื้อมไปแตะใบหูของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะชักกลับอย่างรวดเร็ว กิริยานั้นทำให้พิมพ์ชนกหน้าขึ้นสีแดงก่ำไปถึงลำคอ สถาปนิกสาวผู้แสนเนี้ยบที่ใครๆ ต่างเกรงขาม กลับทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอจู่โจมด้วยความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต “ริน! หยุดล้อเล่นแบบนี้เดี๋ยวนี้” พิมพ์ชนกถอยห่างไปก้าวหนึ่ง ลมหายใจเริ่มติดขัด “ทำกับข้าวต่อสิ ก่อนที่ฉันจะทนไม่ไหวแล้วหักคะแนนความประพฤติเธอ” “หักคะแนนเหรอคะ?” รินลดาหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ความหงุดหงิดที่เห็นกรณ์ยืนอยู่หน้าห้องก่อนหน้านี้ดูจะมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความสนุกที่ได้เห็นมุมน่ารักที่น้อยคนนักจะได้รับชม “พี่พิมพ์นี่น้า... จะดุทั้งที ช่วยหัดทำหน้าให้น่ากลัวกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ? เห็นพี่ทำหน้าเขินแบบนี้ รินยิ่งอยากจะแกล้งให้หนักกว่าเดิมอีก” “เหลือเชื่อจริงๆ... เธอนี่มัน...” พิมพ์ชนกบ่นพึมพำ ก่อนจะหันไปหยิบจานเพื่อเตรียมวางกับข้าวที่เสร็จแล้ว โดยพยายามซ่อนอาการสั่นไหวในดวงตาไว้ภายใต้ท่าทางนิ่งเฉย “เร็วเข้า ปลาเกรียมเกินไปแล้ว” มื้อค่ำดำเนินไปท่ามกลางแสงเทียนที่รินลดาเป็นคนจัดวางไว้บนโต๊ะอาหาร แทนที่จะเปิดไฟเพดานสว่างจ้า พิมพ์ชนกยอมนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยความจำนน แม้จะยังคงรักษาระยะห่างไว้บ้าง แต่บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารหอมกรุ่นและเสียงเพลงคลอเบาๆ กลับทำให้ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองลดน้อยลงอย่างประหลาด รินลดาเฝ้ามองคนตรงหน้าที่กำลังตักข้าวเข้าปากอย่างบรรจง ท่าทางเนี้ยบกริบในทุกการเคลื่อนไหวของพี่สาวคนโปรดทำเอาใจคนมองเต้นตึกตักไม่หยุด นี่สินะ... เหตุผลที่ใครต่อใครต่างก็อยากจะคว้าหัวใจน้ำแข็งก้อนนี้มาครอบครอง แต่เธอก็อยากจะเป็นคนเดียวที่ได้รับสิทธิ์นั้น “อร่อยไหมคะ?” รินถามเสียงเบา “ก็... ไม่เลว” พิมพ์ชนกยอมรับสั้นๆ ก่อนจะช้อนตาขึ้นมอง “ถ้าไม่ได้มีกลิ่นอายความดื้อของคนทำปนมาด้วย คงจะอร่อยกว่านี้” “ปากแข็งจังเลยนะคะ” รินยิ้มกว้าง วางช้อนส้อมลงแล้วเอื้อมมือไปคว้ามืออีกฝ่ายที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือไว้หลวมๆ พิมพ์ชนกตกใจจนเกือบจะชักมือหนี แต่กลับนิ่งค้างไปเมื่อรินกดสายตาลงมองด้วยความจริงจังที่หาได้ยาก “ที่พี่พิมพ์ไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง... เป็นเพราะพี่กลัวสิ่งที่ตามมา หรือกลัวว่าใจตัวเองจะ ‘พ่ายแพ้’ ให้รินกันแน่คะ?” พิมพ์ชนกนิ่งอึ้งไป คำถามนั้นแทงทะลุหัวใจเธอราวกับเข็มเล่มเล็ก เธออยากจะปฏิเสธ อยากจะด่าทอเหมือนที่เคยทำ แต่ความอบอุ่นจากฝ่ามือของรินลดากลับทำให้ถ้อยคำเหล่านั้นจุกอยู่ที่ลำคอ ทว่า... ในวินาทีที่ความเงียบกำลังทำหน้าที่เชื่อมต่อความรู้สึกของคนทั้งคู่ เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงเคาะประตูที่รัวแรงผิดปกติ พิมพ์ชนกรีบดึงมือออกทันที สีหน้ากลับมาเป็นคนเย็นชาในพริบตาเมื่อสายตาเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง “นั่นใคร...” รินขมวดคิ้วด้วยความรำคาญใจ พิมพ์ชนกลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูด้วยความฉงน รินลดารีบเดินตามไปติดๆ เมื่อบานประตูเปิดออก ทั้งคู่ต้องชะงักค้างไปพร้อมกัน ที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก 'กรณ์' ที่ยังคงอยู่ในชุดสูทเนี๊ยบกริบ แต่สิ่งที่ทำให้รินลดาถึงกับหน้าถอดสีไม่ใช่ตัวเขา... หากแต่เป็นช่อดอกไม้ช่อโตในมือที่เขายื่นให้พิมพ์ชนก พร้อมกับประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินลดาดูจะพังทลายลงในพริบตา “พี่ขอโทษที่มาดึกนะพิมพ์... แต่พี่ทนไม่ได้จริงๆ ที่รู้ว่ามีคนบางคนพยายามจะก้าวเข้ามาในพื้นที่ของพี่... เรามาคุยเรื่องงานแต่งงานของเราให้ชัดเจนกันเถอะ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความสัมพันธ์ที่กำลังเริ่มสั่นคลอนของรินและพี่พิมพ์นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่สาวคนโปรด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%