กุนซือเลือดมังกรประชันวิญญาณอาฆาตเรือนหลวง•ตอนที่ 2

รอยยิ้มของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น

ผลงานโดย ศาลาริมน้ำโบราณ
"เสียงหมากรุกกระทบกระดานกระเบื้องหยก ย่อมดังกว่าเสียงคำรามของสุนัขบ้าที่ไร้เจ้าของ... แม่นางไป๋ เหตุใดท่านจึงเลือกเดินหมากตานี้เล่า" น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าเย็นเยียบราวกับสายน้ำจากยอดเขาหิมะในฤดูเหมันต์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงเรือนหลวงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายจางๆ ของธูปกำยานผสมกลิ่นสาบสางแห่งความตาย ไป๋จินถิงมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางเพียงปรายหางตามองเงาสะท้อนในถ้วยชาเคลือบมุก ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบประสานกับดวงเนตรคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็น "มังกรไร้พ่าย" แห่งราชสำนัก—มู่หรงเสวียน ท่านอ๋องสี่ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของแผ่นดิน แสงจันทร์สีนวลยวงสาดส่องผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆา ทาบทับลงบนร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักดิ้นทองลายมฆะทะยานของท่านอ๋อง พระองค์ประทับอยู่ ณ เก้าอี้ไม้จันทน์แดงสลักลวดลายวิจิตร พระเนตรคู่นั้นมิได้ทอดมองกระดานหมากรุกตรงหน้า หากแต่กำลังพิจารณาร่างบอบบางในชุดสตรีชั้นสูงสีขาวบริสุทธิ์ของนาง ราวกับกำลังประเมินราคาชีวิตของเหยื่อที่เดินเข้ามาในกรงเล็บพยัคฆ์ด้วยความสมัครใจ "ทูลท่านอ๋อง" ไป๋จินถิงคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตา ทว่ากลับงดงามหยาดเยิ้มจนน่าประหลาด "หมากตานี้ แม้จะดูเสี่ยงดื้อดึงราวกับเอาไข่กระทบหิน แต่หากวางถูกจุด ย่อมสามารถพลิกกระดานทั้งหมดให้พังครืนลงมาได้ในคราเดียว... พระองค์ไม่ทรงคิดเช่นนั้นหรือครับ" คำว่า "ครับ" ที่หลุดจากริมฝีปากอิ่มได้รูปของนางมิได้ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลง ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งกดดันให้มวลอากาศรอบกายหนักอึ้งขึ้นไปอีก มู่หรงเสวียนแค่นหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เสียงนั้นแหบพร่าและเยียบเย็น เสี้ยวหน้าคมคายภายใต้เงาสลัวฉายแววขบขันแกมดูแคลน ทว่าในขณะเดียวกันก็มีความระแวดระวังซ่อนอยู่ลึกซึ้ง "เจ้ากล้าดียังไงถึงบังanต่อรองกับเรา ในสถานที่ที่วิญญาณสนมเอกอี้เซียงเพิ่งจะถูกสังเวยด้วยโลหิตสดๆ เมื่อเจ็ดวันก่อน" มู่หรงเสวียนทรงโน้มพระวรกายมาเบื้องหน้าเล็กน้อย กลิ่นอายบุรุษเพศทรงอำนาจและกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาโชยเข้าปะทะนาสิกของนาง "คนนอกต่างร่ำลือว่าคุณหนูรองสกุลไป๋เป็นเพียงสตรีอ่อนแอผู้ไร้เดียงสา แต่ไฉนเลย... สตรีอ่อนแอผู้นั้นจึงล่วงรู้ความลับเรื่องตราประทับหยกของฮองเฮาได้เล่า" จังหวะนั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องโถงลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟในตะเกียงสำริดกะพริบไหวรุนแรงราวกับถูกสายลมปริศนาพัดผ่าน เงาดำทึบที่ทอดตัวยาวตามผนังห้องเริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป คล้ายมีร่างไร้วิญญาณนับร้อยกำลังกรีดร้องโหยหวนอยู่เบื้องหลังม่านไหมสีชาด กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านเข้ามาจนขนลุกชัน ทว่าทั้งท่านอ๋องและกุนซือสาวกลับไม่มีใครเบนสายตาหนีจากกันและกันแม้แต่น้อย ราวกับว่าสงครามประสาทตรงหน้านี้มีความสำคัญยิ่งกว่าความตายที่รายล้อมอยู่รอบกาย ไป๋จินถิงขยับตัวเล็กน้อย เสียงเครื่องประดับหยกกระทบกันเบาหึง นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกหิมะออกไป หยิบหมากสีดำขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แล้วบรรจงวางลงบนจุดอับสายตาบนกระดานอย่างมั่นอกมั่นใจ "ความอ่อนแอหรือความเข้มแข็ง ล้วนเป็นภาพลวงตาที่สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้มีอำนาจตายใจครับ ท่านอ๋อง... หม่อมฉันมิได้มาที่นี่เพื่อเป็นหมากให้พระองค์ใช้สอย และมิได้มาเพื่อเป็นเหยื่อสังเวยวิญญาณอาฆาตของสนมเอกอี้เซียง แต่หม่อมฉันมาเพื่อร่วมมือกับพระองค์... ในการกระชากหน้ากากของสตรีผู้กุมอำนาจตำหนักในผู้นั้น" ดวงเนตรของมู่หรงเสวียนหรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากพระวรกายจนแทบสัมผัสได้ พระองค์มิคาดคิดว่าสตรีตัวเล็กๆ นางนี้จะมีความกล้าหาญถึงเพียงนี้ กล้าเอ่ยวาจาท้าทายอำนาจของฮองเฮาหลี่ซูฮวาต่อหน้าพระพักตร์อย่างไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงหยดน้ำจากชายคาด้านนอกที่ดังเป็นจังหวะ ทว่าในความเงียบนั้น หัวใจของทั้งสองกลับเต้นระรัวด้วยแรงขับเคลื่อนแห่งความทะเยอทะยานและเกมการเมืองที่เดิมพันด้วยชีวิต มู่หรงเสวียนไม่ตรัสสิ่งใดอยู่ครู่ใหญ่ พระองค์ทรงจ้องมองใบหน้างามสง่าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของไป๋จินถิง ก่อนที่มุมพระโอษฐ์จะได้รูปจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น—รอยยิ้มที่สั่นคลอนหัวใจผู้คนได้โดยไม่ต้องออกแรง "น่าสนใจ..." มู่หรงเสวียนตรัสด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งจริงจัง "เจ้าทำให้เราอยากรู้เสียแล้วว่า... ระหว่างความแค้นของวิญญาณในเรือนหลังนี้ กับคมดาบของเรา สิ่งใดจะปลิดชีพเจ้าได้เร็วกว่ากัน" "ถ้าเช่นนั้น หม่อมฉันคงต้องขอฝากชีวิตไว้ใต้ร่มเงาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นแล้วกระมังครับ" ไป๋จินถิงตอบรับทันควันโดยไม่หลบสายตา รอยยิ้มพึงใจประดับอยู่บนเรียวปากของนาง ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสลับกับเสียงกริบของคมดาบกระทบพื้นศิลาจากภายนอกเรือนก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด ตามด้วยเสียงขันทีหน้าหอประกาศก้องด้วยความตื่นตระหนก "พระราชโองการด่วนจากฮองเฮา! สั่งให้ควบคุมตัวคุณหนูไป๋จินถิงไปยังตำหนักในทันทีข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับวิญญาณกบฏ!" มู่หรงเสวียนทรงชะงัก พระเนตรวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่พระองค์จะทรงแย้มพระสรวลเหี้ยมเกรียม แล้วเอื้อมพระหัตถ์ไปคว้าข้อมือเรียวของไป๋จินถิงเข้าอย่างรวดเร็วจนร่างบางเซเข้าหาอ้อมพระอุระ ประตูห้องโถงไม้สักแกะสลักถูกถีบกระเด็นเปิดผางออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของราชองครักษ์นับสิบที่พกดาบอาคมชักออกจากฝักยืนล้อมกรอบอยู่เบื้องหน้า... ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางในวังวนแห่งกลลวงนี้ด้วยกันครับ
สารจากนักเขียน (ศาลาริมน้ำโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือเลือดมังกรประชันวิญญาณอาฆาตเรือนหลวง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%