"ถ้าขืนเดินลากขาไปอีกสามก้าว อาการเลือดออกภายในของนายจะทะลุขีดจำกัดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ และถึงตอนนั้น ต่อให้เอริสมีสกิลรีเซ็ตระบบพันครั้ง ก็ไม่สามารถต่อกระดูกสันหลังที่แหลกละเอียดให้กลับมาเป็นมนุษย์ได้หรอกนะฃครับ"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เฉียบคมของเรย์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในซากปรักหักพังของวิหารแห่งกาลเวลา แสงไฟสีฟ้าเรืองรองจากหน้าต่างสถานะเสมือนจริงสะท้อนเข้ากับดวงตาคมกริบที่กำลังกวาดมองประเมินสถานการณ์เบื้องหน้าอย่างละเอียดรอบคอบ ในมือของเขา ปากกาควอนตัมถูกหมุนวนด้วยปลายนิ้วอย่างเป็นจังหวะ บ่งบอกถึงกระบวนการคิดวิเคราะห์ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงสวนทางกับบรรยากาศอันตึงเครียดรอบตัว
เบื้องหน้าของเรย์และเอริs คือกลุ่มผู้เล่นที่เหลือรอดเพียงสี่คนจากปาร์ตี้ระดับท็อปสิบของเซิร์ฟเวอร์ สภาพของแต่ละคนดูไม่จืด เกราะป้องกันระดับตำนานแตกละเอียดเป็นเสี่ยง คราบเลือดและฝุ่นผงคละคลุ้งจนแทบมองไม่เค้าโครงเดิม โดยเฉพาะหัวหน้าปาร์ตี้หนุ่มใหญ่นามว่า 'การ์เน็ต' ที่กำลังใช้ดาบใหญ่ยันพื้นเพื่อพยุงร่างไม่ให้ล้มพับลงไปกองกับพื้น
"แก... เป็นใครกันแน่?" การ์เน็ตกัดฟันกรอด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผาก ความเจ็บปวดจากพิษบาดแผลทำให้ลมหายใจขาดหช่วง "พวกเราติดอยู่ในดันเจี้ยนระดับนรกนี่มาสามสัปดาห์เต็ม ระบบนำทางพังยับเยิน มอนสเตอร์เกิดใหม่ทุก ๆ สองชั่วโมง... แกโผล่มาจากมุมไหนของแผนที่ถึงได้เดินลอยชายเข้ามาเหมือนกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้านกันห๊ะ!"
เรย์ไม่ตอบในทันที เขาปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่กดดันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างที่สะבי่งสะบ้านนั้นอย่างระมัดระวัง ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสังเกตเห็นรอยแตกบนเกราะหน้าอกของการ์เน็ต ซึ่งเป็นจุดที่เกิดจากการโจมตีของบอสประจำชั้นที่ใช้รูปแบบการคำนวณดาเมจแบบเจาะเกราะ
"ผมไม่ได้เดินลอยชายครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุุ่มนุ่มแต่หนักแน่น "ผมกำลังเดินตามหาทางแก้บั๊กของระบบต่างหาก และบังเอิญว่าเส้นทางนั้นมันตัดผ่านซากศพที่พวกคุณพยายามปกป้องอยู่พอดี"
"นี่นาย!" หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มผู้เล่นที่เหลือรอด ซึ่งสวมชุดนักเวทสีขาวแต่บัดนี้เปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควัน ก้าวออกมายืนขวางหน้าการ์เน็ต ดวงตากลมโตจ้องมองเรย์ด้วยความระแวงระปอง "ปากดีนักนะ! ถ้าเก่งนัก ทำไมไม่ลองออกไปรับมือกับเจ้า 'ผู้พิทักษ์ไร้เงา' ที่อยู่ข้างนอกนั่นดูล่ะคะ... เอ๊ย! ดูล่ะครับ!" เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามกะทันหันเมื่อเห็นสายตาที่เรย์ปราบเซียนมองกลับมา
เอริสที่ลอยตัวอยู่เหนือไหล่ของเรย์ส่งเสียงหัวเราะคิกคักเบา ๆ ร่างโปร่งแสงของเธอขยับไปมาพร้อมกับลากนิ้วผ่านอากาศเพื่อดึงข้อมูลสถิติการต่อสู้ของผู้เล่นกลุ่มนี้ขึ้นมาแสดงผลกลางอากาศ "น่าขันสิ้นดีเลยค่ะนายท่าน! โอกาสรอดชีวิตของพวกเขาก่อนที่เราจะก้าวเข้ามาคือศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แต่พวกเขากลับดื้อรั้นทนอยู่ได้ตั้งสามสัปดาห์โดยไม่ยอมกดปุ่มยอมแพ้... ช่างเป็นพฤติกรรมที่ไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่งยวดในแง่ของการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลจริง ๆ นะคะ!"
"เอริส เงียบก่อน" เรย์ปรายตามอง AI สาวคู่หูเล็กน้อย แม้คำพูดของเธอจะตรงไปตรงมาจนบาดใจคนฟัง แต่ในมุมมองของนักวางแผน มันคือความจริงอันโหดร้ายที่ปฏิเสธไม่ได้
การ์เน็ตเงยหน้าขึ้นมองเรย์และเอริสสลับกัน ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจเมื่อเขาเห็นสัญลักษณ์ยศเหนือหัวของเรย์—*ผู้ตรวจการณ์อิสระ*—ยศที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของเกมนี้
"ผู้ตรวจการณ์..." การ์เน็ตพึมพำด้วยเสียงแหบพร่า "ระบบไม่ได้ถูกปิดตายไปแล้วหรอกหรือ? ทำไม... ทำไมถึงยังมีตัวตนแบบแกหลงเหลืออยู่อีก"
"ระบบไม่ได้ถูกปิดตายครับ แต่มันกำลัง 'พังทลาย' จากภายใน" เรย์ย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับการ์เน็ต ปากกาควอนตัมในมือหยุดหมุน เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังของผู้เล่นตรงหน้า "และถ้าพวกคุณยังอยากมีชีวิตรอดออกไปเจอคนที่รออยู่ข้างนอก ทางเลือกเดียวที่มีคือการฝากชีวิตไว้กับผม... มาร่วมมือกันเถอะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยและเสียงกระแสไฟฟ้าลัดวงจรจากเสาหินที่พังทลายรอบด้าน
นักเวทสาวกัดริมฝีปาก ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยขึ้น "แล้ว... พวกเราจะได้อะไรจากการเป็นลูกน้องของนาย?"
"ผมไม่ได้มองหาลูกน้องครับ" เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาทอดยาวทับร่างของผู้เล่นทั้งสี่คน ราวกับเป็นการประกาศอาณาเขตทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน "ผมกำลังมองหา 'พันธมิตร' ที่มีความสามารถมากพอจะช่วยผมถอดรหัสลับชั้นที่สิบสอง... ว่ายังไงล่ะครับ จะนอนรอความตายตรงนี้ หรือจะลุกขึ้นมาเดินไปพร้อมกับผม?"
การ์เน็ตนิ่งงึมงำอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่มือที่สั่นเทาจะยื่นไปคว้าด้ามดาบใหญ่ของตนแล้วใช้มันยันกายลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายจะยังสั่นเทา แต่แววตาของชายหนุ่มกลับมีประกายความหวาดระแวงผสมกับความมุ่งมั่นระVับหนึ่งปรากฏขึ้น
"ตกลง... ฉันขอเดิมพันกับแกไอ้หนู" การ์เน็ตแค่น1เสียงหัวเราะแห้ง ๆ "แต่ถ้าแกพาพวกเราไปตาย นายจะต้องเป็นคนแรกที่โดนฉันฟันหัวหลุดจากบ่า เข้าใจนะ?"
เรย์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม "ยินดีต้อนรับสู่ทีมครับ... การ์เน็ต"
ในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างสถานะสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมากลางอากาศอย่างไร้สัญญาณเตือนล่วงหน้า เสียงแจ้งเตือนจากระบบหลักดังขึ้นด้วยโทนเสียงที่ผิดเพี้ยนและเยือกเย็นจนน่าขนลุก
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับวิกฤต: ตรวจพบการเชื่อมต่อของ 'ผู้เล่นต้องสาป' จากมิติคู่ขนาน]
[เงื่อนไขภารกิจกลุ่ม 'พันธมิตรที่ไม่ตั้งใจ' ถูกบังคับเปลี่ยนแปลง...]
[คำเตือน: สิ่งที่กำลังก้าวข้ามรอยแยกเข้ามา ไม่ใช่มอนสเตอร์... แต่คือเงาอดีตที่เรย์เคยสังหารด้วยมือของตนเองเมื่อสามปีก่อน]
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินหน้าฝ่าความพังทลายนี้ไปกับผม ลอร์ดออฟดาร์กเนสนะครับ
เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ระบบพินาศใน 55 ชั่วโมง•ตอนที่ 8
พันธมิตรที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนกลยุทธ์ไร้เงากับภารกิจกู้ระบบพินาศใน 55 ชั่วโมง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!