"ลูน่า... ถ้าฉันตายไป ระบบจะยังทำงานอยู่ไหม?"
ผมเอ่ยถามท่ามกลางความเงียบงันที่กัดกินโสตประสาท ภายในห้องลับใต้ดินของกิลด์ที่รายล้อมด้วยหน้าจอโฮโลแกรมสว่างวาบราวกับดวงดาวในห้วงอวกาศ ผมไม่ได้หันไปมองเธอ สายตาของผมยังคงจับจ้องอยู่ที่รอยแยกของมิติที่เริ่มขยายตัวเป็นเส้นสีดำสนิทกลางอากาศ ภาพของตัวผมเองในอนาคตที่แสยะยิ้มยังคงติดตา มันไม่ใช่แค่ภาพหลอน แต่มันคือคำเตือนว่า 'ระบบ' ที่ผมครอบครองอยู่นั้น มีผู้ควบคุมที่แท้จริง
"คุณถามอะไรแบบนั้นคะ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง คุณถามอะไรแบบนั้นครับคริส" ลูน่าชะงักนิ้วที่กำลังรัวอยู่บนคีย์บอร์ดเสมือน เธอหันมามองผม แววตาของเธอสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะปรับเป็นความเยือกเย็นตามสัญชาตญาณนักวิเคราะห์ "ถ้าคุณหายไป ข้อมูลทั้งหมดที่สร้างมาจะถูกล้างทิ้ง... เหมือนที่ตัวคุณในภาพนิมิตนั่นขู่ไว้ แต่เรายังมีเวลาครับ ก่อนที่ค่าความเสถียรของรอยแยกจะพุ่งถึงขีดจำกัด"
ผมแค่นยิ้ม ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "เวลาเหรอ? ไม่หรอกลูน่า เราไม่มีเวลาแล้ว"
ผมก้าวเข้าไปหารอยแยกนั่น กลิ่นอายของความตายและความว่างเปล่าพุ่งเข้าปะทะใบหน้า ความรู้สึกที่เหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่สมองแล่นพล่านไปทั่วร่าง นี่ไม่ใช่ระบบผู้กล้าแบบที่ผมเคยรู้จัก แต่มันคือคุก... คุกที่ถูกออกแบบมาเพื่อกักขัง 'เจตจำนง' ของผู้เล่น
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัว แต่มันไม่ใช่เสียงใสๆ เหมือนเดิม มันเป็นเสียงที่แหบพร่าและหนักอึ้งราวกับเสียงของเหล็กเสียดสีกัน
[ตรวจพบความขัดแย้งในคำสั่งจากผู้ดูแลระบบ... เริ่มกระบวนการ 'ชำระล้าง']
[การแทรกแซงจากอนาคต: ยืนยัน]
[ดำเนินการปลดล็อกขีดจำกัดระดับที่ 5: พลังแห่งจักรพรรดิไร้เงา]
ร่างกายของผมเริ่มร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟเผา แต่มันไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดา ทุกเซลล์ในร่างกายผมกำลังแตกสลายและก่อตัวใหม่ ผมทรุดลงกับพื้น ลูน่ารีบพุ่งเข้ามาหมายจะประคอง แต่เธอต้องหยุดชะงักเมื่อไอสีดำทมิฬพุ่งทะลักออกมาจากร่างของผม มันไม่ใช่มานา แต่มันคือ... เงา
"คริส! ถอยออกมา! ค่ามานาของคุณพุ่งสูงจนระบบตรวจจับไม่ได้แล้ว!" ลูน่าตะโกนเสียงหลง มือของเธอรัวข้อมูลอย่างบ้าคลั่งเพื่อพยายามทำลายกำแพงกั้นระบบป้องกันภัยที่กำลังกักขังผมไว้
ผมไม่ได้ยินเสียงเธอแล้ว ในหัวของผมตอนนี้มีเพียงภาพของกองทัพมอนสเตอร์ที่ล้มตายอยู่แทบเท้าผม เงาของพวกมันกำลังเต้นเร้าและร้องเรียกชื่อผม มันไม่ใช่การควบคุม แต่เป็นการ 'ครอบครอง'
ผมยื่นมือออกไปหาเงาของออร์คตัวหนึ่งที่เคยกองอยู่บนพื้นห้องแล็บ เงาของมันขยับเขยื้อน ราวกับของเหลวหนืดๆ ก่อนจะก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างที่สมบูรณ์ พลังที่ผมได้รับมาในตอนนี้ไม่ใช่แค่การอัญเชิญ แต่มันคือการคืนชีพให้เงาของสิ่งที่เคยตายไป ให้กลับมารับใช้ผมในฐานะ 'ข้ารับใช้ไร้เงา'
"ระบบ... แกคิดจะลบข้อมูลฉันงั้นรึ?" ผมพึมพำ น้ำเสียงของผมต่ำและกังวานราวกับเสียงของจักรพรรดิที่เพิ่งตื่นจากบรรทม
ผมสะบัดมือเบาๆ เงาทั้งหมดในห้องแล็บก็หยุดนิ่งและคุกเข่าลงพื้นพร้อมกัน ราวกับกำลังทำความเคารพเจ้านายคนใหม่ ลูน่ามองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเธอที่เคยเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นความหวาดหวั่นผสมความเทิดทูน
"คริส... คุณเพิ่งทำลายกำแพงระบบระดับสูงด้วยเจตจำนงของคุณเอง" เธอพึมพำ "ไม่มีใครทำแบบนี้ได้มาก่อน แม้แต่ผู้พัฒนาเกมนี้"
ผมยืนขึ้นเต็มความสูง เงารอบกายของผมยืดขยายจนบดบังแสงไฟในห้องไปจนหมด ผมหันไปหาหน้าต่างระบบที่เคยสั่งลบข้อมูลผม ผมไม่ได้กดยกเลิก แต่นิ้วของผมแตะลงไปที่ปุ่ม 'เข้าควบคุม' แทน
หน้าต่างสีแดงฉานค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มข้น ดั่งสีของรัตติกาลที่ไม่มีวันสิ้นสุด
[สิทธิ์ผู้ควบคุมระบบ: เปลี่ยนจาก Admin เป็น Emperor]
[ยินดีต้อนรับกลับสู่ฐานข้อมูล... ฝ่าบาท]
ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็นความเงียบที่ทรงพลัง ผมหันไปมองหน้าจอแสดงรายชื่อกิลด์ทั่วโลกที่กำลังสั่นคลอนด้วยฝีมือของผมในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ลูน่าเดินเข้ามาใกล้ เธอก้มหัวลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำมาก่อน
"เราจะทำอย่างไรต่อไปครับ ฝ่าบาท?" เธอถาม สายตาของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยความจงรักภักดีอย่างไม่มีข้อกังขา
ผมแสยะยิ้มให้กับการเปลี่ยนแปลงของเกมนี้ เกมที่เคยเล่นสนุกกับชีวิตผม ตอนนี้กลายเป็นเพียงกระดานหมากรุกที่ผมเป็นคนวางหมากเองทั้งหมด แต่ทว่า... ในวินาทีที่ผมกำลังจะออกคำสั่งแรก จอภาพโฮโลแกรมหลักของห้องแล็บก็กระพริบถี่ๆ ก่อนจะปรากฏข้อความที่ไม่ได้มาจากระบบของผม
ข้อความนั้นเขียนด้วยลายมือที่ผมจำได้แม่นยำ... ลายมือของผมเองในบันทึกที่ผมทำหายไปเมื่อสามปีก่อน
'ยินดีด้วยที่ปลุกพลังได้ แต่ระวังให้ดี คริส... เงาที่นายควบคุมอยู่ ไม่ใช่ของนายเพียงคนเดียว'
ก่อนที่ผมจะทันได้วิเคราะห์ข้อความนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องแล็บที่ควรจะล็อกตายอย่างแน่นหนา ทั้งผมและลูน่าต่างหันไปมองพร้อมกัน ประตูเหล็กกล้าที่หนาที่สุดในโลกถูกฉีกออกราวกับกระดาษ และร่างของชายคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามา ก็ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ
เขาคนนั้น... สวมหน้ากากสีเงิน และมีดาบที่แผ่รังสีของ 'บั๊ก' ของระบบออกมาทั่วใบดาบ มันคืออาวุธที่ควรจะถูกลบไปจากโลกนี้ตั้งแต่ตอนที่ 10 แล้ว และเขาก็เอ่ยประโยคที่ทำให้ผมต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"ในฐานะตัวตนที่ถูกลบ... ผมมาที่นี่เพื่อทวงคืนรอยแยกที่คุณเพิ่งยึดไปครับ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายมืดนี้ไปพร้อมกับผม โอเวอร์ลอร์ดซีโร่ครับ
มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 23
พลังแห่งจักรพรรดิ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!