กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายมานาที่ถูกบีบอัดจนเข้มข้นจนแทบกลายเป็นของเหลว ลอยอบอวลอยู่ภายในห้องโถงใต้ดินของซากดันเจี้ยนระดับ S พื้นหินแกรนิตสีดำสนิทบัดนี้แตกละเอียดเป็นผุยผง ร่องรอยการต่อสู้ไม่ได้บ่งบอกถึงความรุนแรง หากแต่สะท้อนถึง “ความแตกต่าง” ระหว่างชั้นชนอย่างน่าสมเพช
“พวกท่านเรียกสิ่งนี้ว่าการทดสอบความพร้อมของกิลด์อิสระ... อย่างนั้นหรือครับ?”
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด คริสยืนอยู่เบื้องหน้ากองซากปรักหักพัง เสื้อคลุมสีดำสนิทขลิบทองของเขาไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย แม้กระทั่งเส้นผมสีรัตติกาลก็ยังคงจัดทรงอย่างเป็นระเบียบ ตรงกันข้ามกับร่างของชายฉกรรจ์สามคนที่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น พวกเขาคือฮันเตอร์ระดับแนวหน้าของสมาคมผู้พิทักษ์ ผู้มีค่าหัวและชื่อเสียงเป็นที่เกรงขาม ทว่ายามนี้กลับทำได้เพียงหอบหายใจรดพื้นด้วยความหวาดกลัว ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองชายหนุ่มผู้มีอายุอ่อนกว่าตนเกือบครึ่งด้วยความสิ้นหวัง
“แก... แกเป็นใครกันแน่... ปีศาจชัดๆ” ฮันเตอร์คนหนึ่งกระอักเลือดออกมาคำโต มือที่สวมถุงมือเวทมนตร์สั่นเทาจนแทบถืออาวุธไม่อยู่ รอยดาบสีฟ้าครามพาดผ่านเกราะโลหะชั้นดีจนขาดเป็นสองท่อน คริสไม่ได้ใช้แม้แต่ทักษะขั้นสูง เพียงแค่การก드วดกระบี่ครั้งเดียว—ครั้งเดียวเท่านั้น—ก็เพียงพอที่จะทำลายทั้งกระบวนท่าและการป้องกันทั้งหมดของพวกเขา
คริสไม่ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่ปรายตามองเศษซากของดาบเวทมนตร์ที่หักครึ่งด้วยสายตาราวกับกำลังมองดูขยะไร้ค่า
“ลูน่า รายงานสถานการณ์ข้างนอกหน่อยครับ” คริสเอ่ยขึ้นผ่านอุปกรณ์สื่อสารชิ้นเล็กที่แนบอยู่ข้างใบหู น้ำเสียงของเขาสุขุมและเย็นเยียบตามเคย
*(“ทางนี้เรียบร้อยดีค่ะคุณคริส... เอ่อ ขออภัยครับ ติดปากไปหน่อย... ทางนี้เรียบร้อยดีครับ บัญชีรายชื่อของสมาคมที่ส่งคนมาขัดขวางถูกล็อกไว้หมดแล้ว ไม่มีใครหลุดรอดออกไปได้สักคน แถมข้อมูลการเงินของพวกมันตอนนี้กำลังไหลเข้ากระเป๋าของเราอย่างเงียบเชียบด้วยนะคะ... เออ ครับ! ผมหมายถึงครับ!”)* เสียงปลายสายของลูน่าสะดุดเล็กน้อยด้วยความเคยชินก่อนจะปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นทางการตามคำเตือนเฉียบขาดของเจ้านาย
คริสย่อตัวลงช้าๆ จนสายตาอยู่ในระดับเดียวกับหัวหน้าทีมฮันเตอร์ผู้พ่ายแพ้ เขายื่นมือสวมถุงหนังสีดำออกไปแตะที่คางของชายผู้นั้นเบาๆ แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารที่ถูกเก็บซ้อนไว้ภายใต้ท่าทีสุภาพ ทำให้ฮันเตอร์รุ่นพี่ถึงกับกลั้นหายใจด้วยความหวาดกลัว
“ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งที่ดีครับ... แต่การไม่เจียมตัวและเอาตัวเองมาขวางทางผู้ที่จะขึ้นมาเป็นจุดสูงสุด นั่นไม่ใช่ความกล้าหาญ... มันคือความโง่เขลา” คริสกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังสั่งสอนเด็กน้อยในห้องเรียน “ผมให้เกียรติพวกคุณในฐานะผู้มีชื่อเสียง แต่ดูเหมือนว่าพวกคุณจะสำคัญตัวเองผิดไปหน่อยว่าโลกใบนี้หมุนรอบตัวพวกคุณ”
“อึก... แกคิดว่าทำลายพวกเราแล้วสมาคมจะปล่อยแกไปอย่างนั้นรึ...?” ฮันเตอร์ผู้พ่ายแพ้เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความแค้นเคือง “ท่านประธาน... ท่านประธานไม่มีวันปล่อยให้กิลด์ไร้ชื่ออย่างพวกแกขึ้นมาเหยียบย่ำโครงสร้างอำนาจนี้แน่!”
คริสยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่งดงามและอันตรายยิ่งกว่าความตาย
“ประธานสมาคมอย่างนั้นหรือครับ? ถ้าเขาฉลาดพอ เขาน่าจะรู้ตัวตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่... มันไม่ได้มั่นคงอย่างที่คิด” คริสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดมือเบื้องหน้าครั้งหนึ่งเพื่อเก็บรวบรวมมานาที่กระจัดกระจายให้กลับคืนสู่ความสงบ “ฝากบอกเจ้านายของพวกคุณด้วยว่า ‘โอเวอร์ลอร์ดซีโร่’ ไม่ได้มาเพื่อขอพื้นที่ยืน แต่เรามาเพื่อครอบครองทุกตารางนิ้วของเกมนี้”
ในจังหวะนั้นเอง อากาศภายในห้องโถงใต้ดินก็เกิดการบิดเบี้ยวอย่างกะทันหัน มิติรอบตัวสั่นไหวราวกับผิวน้ำที่มีก้อนหินตกลงไป รอยแยกสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง กลิ่นอายโบราณและน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจนทำให้คริสต้องหรี่ตาลงเล็กน้อย
มันไม่ใช่สัตว์อสูรจากดันเจี้ยนระดับ S ทั่วไป และไม่ใช่ฝีมือของสมาคมผู้พิทักษ์
ดวงตาสสีทองอร่ามคู่หนึ่งคู่เปิดขึ้นจากความว่างเปล่าภายในรอยแยกมิติ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในจิตใจของทุกคนในห้อง *“ช่างเป็นการเติบโตที่น่าสนใจเสียจริง... เจ้าหนู มนุษย์ผู้บังอาจต่อรองกับระบบ”*
คริสไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขากระชับถุงมือเวทมนตร์ในมือขวา สายตาคมกริบจ้องมองร่างเงาสลัวที่กำลังก้าวข้ามผ่านรอยแยกมิติออกมาอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองของเขาประมวลผลข้อมูลนับล้านชุดในเสี้ยววินาทีเพื่อหาที่มาของตัวตนปริศนาผู้นี้
ร่างนั้นเผยให้เห็นเค้าโครงของชายชราในชุดคลุมโบราณ ทว่าใบหน้าของเขากลับเรียบเนียนไร้ริ้วรอยราวกับถูกสร้างขึ้นจากหยกขาว และที่น่าตกใจที่สุดคือ บนหน้าผากของมันมีอัญมณีสีแดงสดฝังอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับ “ระบบผู้กล้า” ที่คริสกำลังพยายามเจาะข้อมูลอยู่
“แก... เข้ามาแทรกแซงการประเมินนี้ทำไม?” คริสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุขุม เยือกเย็นไร้ความหวาดกลัว แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเกินความคาดหมายของแผนการที่เขาวางไว้ก็ตาม
ชายชราปริศนายกยิ้มมุมปาก ส่งสายตาลึกล้ำมาที่คริส ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของฮันเตอร์ผู้พ่ายแพ้ต้องหยุดชะงัก และทำให้หัวใจของคริสกระตุกวูบเป็ฯครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มต้นแผนการ
*“เจ้ากำลังตามหาความลับของระบบใช่ไหมล่ะ... คริส? แต่น่าเสียดาย ที่ตัวตนของเจ้าในฐานะ ‘ผู้เล่นนอกรีต’ ได้หมดเวลาสนุกแค่นี้แล้ว... เพราะอีกสามวินาทีข้างหน้า โลกทั้งใบกำลังจะรีเซ็ต”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปพร้อมกับความมืดมิดนี้นะครับ
มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 14
การปะทะครั้งแรก
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!