"สาม... สอง... หนึ่ง..."
เสียงนับถอยหลังดังก้องในโสตประสาทของคริส มันไม่ใช่เสียงจากระบบ แต่มันเป็นเสียงที่บิดเบี้ยวราวกับเข็มนาฬิกาที่กำลังถูกขยี้ด้วยแรงมหาศาล ทว่าเมื่อครบสามวินาที ความเงียบงันกลับเข้าปกคลุมแทนที่การรีเซ็ตโลกที่ควรจะเกิดขึ้น
คริสยืนนิ่งอยู่กลางห้องโถงกิลด์เงา ดวงตาสีเทาเข้มของเขาสะท้อนภาพหน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่กระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงไป หัวใจของเขายังคงเต้นเป็นจังหวะปกติ เยือกเย็นจนน่ากลัว
"มันไม่รีเซ็ตครับท่านคริส" ลูน่าที่นั่งอยู่หน้าแผงควบคุมหลักเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย ปลายนิ้วเรียวพรมลงบนคีย์บอร์ดแสงด้วยความเร็วสูงจนเกิดเป็นภาพติดตา "ระบบกำลังรวน เหมือนมีใครบางคนจงใจปั่นหัวเรา หรือไม่... ก็มีบั๊กในโค้ดต้นทางที่พยายามปกปิดอะไรบางอย่างอยู่"
คริสไม่ตอบ เขาหยิบถุงมือหนังสีดำขึ้นมาสวมช้าๆ พลางกวาดสายตามองผ่านผนังกระจกใสของสำนักงานใหญ่กิลด์เงาที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร ที่เบื้องล่าง ฮันเตอร์ระดับสูงจากกิลด์อื่นๆ กำลังจับจ้องมาที่ตึกแห่งนี้ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความริษยาและหวาดหวั่น
ชื่อเสียงของ 'กิลด์เงา' กระจายไปไกลเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ กิลด์ของเขาได้กลายเป็นจุดรวมตัวของยอดฝีมือที่ระบบทอดทิ้ง และกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเหล่ากิลด์ชั้นนำที่หวงแหนอำนาจเก่า
"ความหวาดกลัวคือเครื่องมือชั้นดี ลูน่า" คริสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ยิ่งพวกเขาคิดว่าเราล่วงรู้ความลับของระบบมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งจะทำพลาดมากขึ้นเท่านั้น"
"แต่การที่ข้อความขู่เมื่อครู่ส่งตรงมาถึงท่าน... นั่นหมายความว่าเจ้าของเสียงนั่นรู้ตำแหน่งเรา" ลูน่าหยุดนิ้วมือที่พิมพ์ หันมาสบตาเขาด้วยสีหน้ากังวล "นี่ไม่ใช่แค่การแฮกเข้าระบบธรรมดา แต่มันคือการแทรกแซงจากระดับ 'ผู้ดูแล' (Administrator) ตัวจริง"
คริสเดินไปที่ระเบียง เขาหยิบไวน์ที่รินทิ้งไว้ขึ้นมาจิบช้าๆ รสฝาดของมันไม่ได้ทำให้ความเยือกเย็นในใจเขาลดลงเลย ในสายตาของเขา โลกใบนี้ก็เป็นเพียงกระดานหมากรุกที่ตัวหมากทุกตัวถูกตั้งโปรแกรมไว้แล้ว แต่เขาคือผู้เล่นคนเดียวที่ถือสิทธิ์ในการ 'เปลี่ยนกฎ'
"ปล่อยให้พวกมันคิดว่าเราตื่นตระหนกครับ" คริสวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะหินอ่อน "ลูน่า ส่งข้อมูลที่คัดกรองแล้วเรื่อง 'ดันเจี้ยนลับระดับ S' ไปให้กิลด์ราชันย์เหล็ก คืนนี้... เราจะให้พวกมันได้ลิ้มรสความผิดพลาดที่ไม่มีวันลืมเลือน"
ลูน่าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก "ท่านกำลังจะล่อให้พวกมันเข้าไปติดกับในดันเจี้ยนที่ยังไม่มีใครพิชิตได้สินะครับ แบบนั้นชื่อเสียงของกิลด์เงาจะยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีกในฐานะผู้ชี้ทาง"
"เราไม่ได้เป็นผู้ชี้ทาง เราเป็น 'ผู้พิพากษา'" คริสตอบพลางหันหลังกลับมา "ใครที่กล้ามายุ่งกับหมากของผม จะต้องจ่ายค่าตอบแทนที่สาสม"
บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปในทันที เมื่อเสียงเตือนภัยระดับสีแดงดังขึ้น เสียงสัญญาณที่บ่งบอกถึงการบุกรุกจากภายนอกไม่ใช่จากฮันเตอร์ แต่เป็นจาก 'สิ่งแปลกปลอม' ที่ระบบส่งมา
ประตูเหล็กกล้าที่ปิดล็อคแน่นหนาค่อยๆ บิดเบี้ยวราวกับถูกความร้อนมหาศาลหลอมละลาย กลิ่นไหม้ของโลหะอบอวลไปทั่วห้อง ลูน่ารีบกางบาเรียป้องกันตัวทันที แต่คริสกลับเดินตรงไปที่ประตูที่กำลังจะพังทลายลงด้วยท่าทีสุขุมราวกับกำลังรอคอยแขกที่นัดหมายไว้
"ท่านคริส ถอยออกมาครับ! พลังงานนั่นไม่ใช่ระดับมนุษย์!" ลูน่าร้องเตือน
คริสไม่ฟัง เขาหยิบดาบสั้นที่สลักลวดลายอักขระแปลกประหลาดออกมาจากช่องว่างมิติ แสงสีฟ้าหม่นของตัวดาบส่องประกายรับกับเงาที่ทอดยาวของเขาบนพื้น
ทันใดนั้น บานประตูยักษ์ถูกกระชากกระเด็นออกไป ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินสวมหน้ากากไร้ใบหน้าก้าวเข้ามา เขาไม่ได้มีออร่าที่รุนแรงเหมือนมอนสเตอร์ทั่วไป แต่มันกลับเป็นออร่าที่ทำให้ทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง
"คริส... เจ้าช่างขยันขันแข็งนัก" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงพูด แต่มันดังก้องอยู่ในสมองของคริสโดยตรง "เจ้าคิดว่าการสร้างกิลด์ขึ้นมาจะช่วยปิดบังตัวตนของเจ้าได้งั้นหรือ? มดปลวกที่พยายามจะสร้างรังบนยอดภูเขาไฟ... ช่างน่าสมเพชนัก"
คริสกระตุกยิ้มที่มุมปากโดยไม่มีความเกรงกลัวในแววตา "ถ้าการเป็นมดปลวกทำให้ผมเห็นภาพรวมของภูเขาไฟได้ชัดขึ้น... งั้นผมก็ขอเป็นมดตัวที่ใหญ่ที่สุดที่พวกคุณเคยเจอมาก็แล้วกันครับ"
ร่างในชุดคลุมชูมือขึ้น พลังงานสีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ ก่อตัวเป็นใบมีดที่คมกริบ "งั้นข้าขอเริ่มการ 'ลบไฟล์' ที่ชื่อว่าเจ้า ทิ้งไปเสียตั้งแต่ตอนนี้เลยแล้วกัน"
วินาทีนั้นเอง แสงจากใบมีดสีขาวพุ่งเข้าหาคริสด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการมองเห็นของมนุษย์ ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาไม่ใช่เสียงการปะทะ แต่เป็นเสียงของหน้าจอระบบที่แตกสลายดังสนั่นไปทั่วทั้งอาคาร
คริสยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่แม้แต่จะขยับกาย แต่ร่างในชุดคลุมกลับทรุดลงกับพื้น หน้ากากของมันร้าวเป็นทางยาว เลือดสีน้ำเงินเข้มหยดลงบนพื้นกระเบื้อง
"คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะ" คริสพูดขึ้นเบาๆ พลางก้าวเข้าไปหาศัตรูที่กำลังดิ้นรน "ระบบนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาให้พวกคุณควบคุมได้เพียงฝ่ายเดียว... ตั้งแต่วันที่ผมได้รับ 'พลัง' มา ผมก็ได้ทำการคัดลอกรหัสต้นทางไว้ในสมองผมหมดแล้ว"
คริสหยิบหน้ากากที่แตกละเอียดนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะพบข้อความสลักไว้ด้านในว่า 'ถึงผู้เล่นลำดับที่ 0... ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของโลกใบที่ 99'
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกิลด์เงาและคริสมาถึงตอนนี้นะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยนะครับ
มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 15
เสียงกระซิบแห่งความหวาดกลัว
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!