มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา•ตอนที่ 6

การพบกันของอัจฉริยะ

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“เหลือเวลาอีกสี่สิบสองวินาทีก่อนที่ควอนตัมคอร์ของเธอจะไหม้เป็นเถ้าถ่าน… ลูน่า” เสียงทุ้มต่ำราบเรียบดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังเก้าอี้ทำงานของเธอ มันไม่ได้แฝงความคุกคาม แต่กลับเย็นเยียบเสียจนหยดเหงื่อที่ผุดพรายตรงขมับของหญิงสาวแทบจะกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง นิ้วเรียวบางของลูน่าที่กำลังรัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมชะงักกึก ปลายเล็บสั่นระริกอยู่เหนือกราฟิกแสดงผลสีแดงฉานที่ฟ้องสถานะ *‘CRITICAL OVERRIDE’* หน้าจอหลักทั้งสิบสองบานรอบโต๊ะปฏิบัติการใต้ดินของเธอ ซึ่งถูกปกป้องด้วยไฟร์วอลล์ระดับทหารและม่านพลังเวทซ่อนเร้นชั้นยอด บัดนี้กลับถูกรหัสผ่านสีทองคำแทรกซึมทีละบรรทัดอย่างเป็นระเบียบ—ประณีต ปราศจากร่องรอยความรุนแรง ราวกับเจ้าของรหัสคือกษัตริย์ที่กำลังเดินตรวจตราอาณาเขตของตนเอง เธอไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า ไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูกลหนาหกนิ้ว และไม่มีสัญญาณเตือนภัยจากเซนเซอร์ตรวจจับมานาแม้แต่จุดเดียว “นายเป็นใคร...” ลูน่าเค้นเสียงลอดไรฟัน มือขวาค่อยๆ เลื่อนลงใต้ขอบโต๊ะอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับด้ามปืนพกอาคมขนาด 9 มม. ที่บรรจุกระสุนเจาะเกราะเวทมนตร์ “กิลด์เซเลสเชียลส่งนายมา? หรือพวกสมาคมฮันเตอร์สาขาใหญ่?” “ถ้าเป็นพวกสวะหน้าซื่อใจคดจากเซเลสเชียล ป่านนี้ศีรษะของเธอคงถูกตัดส่งไปแลกค่าหัวแปดสิบล้านเครดิตแล้ว” เงาร่างในชุดโค้ตสีดำสนิทก้าวออกจากเงามืด แสงสีฟ้าหม่นจากมอนิเตอร์ตกกระทบโครงหน้าคมคาย ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นลึกล้ำราวกับก้นบึ้งของเหวอเวจี ไม่มีความเย่อหยิ่ง ไม่มีความกระหายเลือด มีเพียงความนิ่งสงบที่ทำลายขวัญกำลังใจของผู้สบตาอย่างเลือดเย็น คริสทอดสายตามองหญิงสาวตรงหน้า เธอสวมเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์สีเทามอซอ เส้นผมสีเงินยุ่งเหยิง ดวงตากลมโตแฝงแววพยศและหวาดระแวง รอยคล้ำใต้ตาบ่งบอกถึงการอดนอนติดต่อกันหลายวัน แต่สิ่งที่ประกายวาบอยู่ในนั้นคือสติปัญญาระดับสัตว์ประหลาด—ความสามารถในการแฮกระบบฐานข้อมูลของ ‘หอคอยระบบผู้กล้า’ ที่แม้แต่ฮันเตอร์ระดับ S ยังทำได้แค่ก้มหน้ารับภารกิจตามที่ระบบสั่ง “และถ้าเป็นฉัน...” คริสเอ่ยต่อ น้ำเสียงเรียบเรื่อยดุจการสนทนาบนโต๊ะน้ำชา “ฉันจะไม่เอื้อมมือไปจับปืนที่ถูกสลับวงจรจุดชนวนด้วยมานาผกผันตั้งแต่สามนาทีก่อนหรอกนะ… ลูน่า” ดวงตาของลูน่าเบิกกว้าง เธอเหลือบมองสัญญาณไฟที่ด้ามปืนใต้โต๊ะ—ไฟสีเขียวที่ควรพร้อมใช้งาน บัดนี้กะพริบถี่เป็นสีม่วงเข้ม วงจรสลายพลังงานทำงานย้อนกลับ หากเธอลั่นไก มันจะไม่ยิงออกไป แต่จะระเบิดข้อมือเธอจนแหลกละเอียด หญิงสาวชักมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก เธอดีดตัวลุกขึ้นยืน ถอยร่นไปชนชั้นวางเซิร์ฟเวอร์ด้านหลัง ลมหายใจเริ่มติดขัด “นายแฮกระบบรักษาความปลอดภัยกายภาพของฉันได้ยังไง... ฉันตัดการเชื่อมต่อจากโครงข่ายภายนอกทั้งหมด ใช้ระบบปิดแบบไอโซเลชันร้อยเปอร์เซ็นต์!” “ไม่มีสิ่งใดตัดขาดจากโลกได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อเธอต้องดึงสัญญาณมานาจากแกนหอคอยเพื่อหล่อเลี้ยงระบบวิเคราะห์ข้อมูลส่วนตัว” คริสเดินตรงเข้ามาอย่างไม่รีบร้อน รองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวานที่กดดันประสาท เขาหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงานของเธอ ก่อนจะปัดเศษกระป๋องกาแฟเปล่าออกเบาๆ แล้ววางแท่งแก้วผลึกข้อมูลสีดำขลับลงบนโต๊ะ “ช่องโหว่พอร์ต 0.04 ไมครอนในการแลกเปลี่ยนคลื่นความถี่มานาระหว่างมิติ เธอทิ้งมันไว้เพื่อขโมยข้อมูลเลเวลอัปของฮันเตอร์แรงก์ A สัปดาห์ละสามคน เพื่อนำมาสังเคราะห์หารูปแบบอัลกอริทึมของระบบ... ฉันพูดผิดตรงไหนไหม?” ลูน่ากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ใบหน้าซีดเผือด นั่นไม่ใช่ความลับที่ใครจะสืบได้ มันคือสูตรคณิตศาสตร์เวทมนตร์ขั้นสูงที่เธอคิดค้นขึ้นมาเอง มีเพียงอัจฉริยะที่เข้าใจกลไกของระบบในระดับโครงสร้างปฐมภูมิเท่านั้นที่จะมองเห็นรอยต่อเล็กกระจิริดนี้ได้ “นาย... ต้องการอะไรกันแน่?” เธอถาม เสียงสั่นไหวเล็กน้อยแต่พยายามประคองความเด็ดเดี่ยว “จะส่งฉันเข้าคุกมิติ? หรือจะเอาซอฟต์แวร์ถอดรหัสของฉันไปขายให้ตลาดมืด?” คริสแค่นยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่พาความอบอุ่นมาสู่อากาศโดยรอบแม้แต่น้อย “ของพรรค์นั้นมีค่าแค่เศษเหรียญสำหรับฉัน” เขาประสานมือไว้ข้างหน้า สายตาจับจ้องลึกลงไปในดวงตาของลูน่า “เธอซ่อนตัวอยู่ในรูหนูใต้สลัมแห่งนี้มาสองปีเต็ม แฮกระบบไปวันๆ หาเศษเงินประทังชีวิต และคอยเฝ้ามองพวกกิลด์ชั้นนำใช้ประโยชน์จาก ‘ระบบผู้กล้า’ ที่ถูกบิดเบือน เพื่อกดหัวคนธรรมดาและครอบครองอำนาจ... ทั้งหมดนี้ เธอทำไปเพื่ออะไร? เพื่อรอวันถูกล่า? หรือเพื่อรอให้พรสวรรค์ของเธอตายไปพร้อมกับความแค้นที่พวกมันทำลายพี่ชายของเธอ?” คำว่า ‘พี่ชาย’ ทำให้อากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาในพริบตา แววตาของลูน่าเปลี่ยนจากความกลัวเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชน “หุบปาก!” เธอคำราม กระแสมานาสีครามปะทุขึ้นรอบปลายนิ้ว “นายไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพวกมัน! กิลด์พวกนั้นไม่ได้เป็นแค่ฮันเตอร์... พวกมันคุมระบบ พวกมันแก้ค่าสถานะได้ พวกมันทำให้พี่ชายฉันกลายเป็น ‘ผู้กล้าที่ล้มเหลว’ แล้วกวาดล้างข้อมูลเขาทิ้งเหมือนขยะ!” “ฉันรู้” คริสตอบสั้นๆ ทว่าทรงพลังจนความโกรธของเธอชะงักงัน “และนั่นคือเหตุผลที่ฉันมาที่นี่” เขาชี้นิ้วไปยังแท่งแก้วผลึกสีดำบนโต๊ะ “เปิดดูสิ” ลูน่าลังเล สายตาเปี่ยมด้วยความระแวดระวัง แต่ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักเจาะระบบดึงดูดเธอมากกว่า เธอค่อยๆ ก้าวกลับมาที่โต๊ะ สแกนลายนิ้วมือลงบนผลึกนั้น ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมรอบห้องที่เคยมอดดับก็สว่างวาบขึ้นมาใหม่ ทว่าคราวนี้มันไม่ได้แสดงผลข้อมูลทั่วไป... มันคือแผนผังโครงสร้างของ ‘หอคอยระบบผู้กล้า’ ชั้นที่ 1 ถึง 50 อย่างละเอียด ละเอียดยิ่งกว่าฐานข้อมูลลับของสมาคมฮันเตอร์โลก มีทั้งจุดบกพร่องของมอนสเตอร์ บันทึกการเกิดของดันเจี้ยนล่วงหน้าสามเดือน และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ... *‘โค้ดต้นฉบับของผู้ดูแลระบบ’* (System Administrator Source Code) “นี่มัน... บ้าไปแล้ว...” ลูน่าอุทาน ลมหายใจขาดห้วง มือทั้งสองข้างยกขึ้นกุมขมับ “นายไปเอาสิ่งนี้มาจากไหน? ข้อมูลระดับนี้... แม้แต่ดาวเทียมตรวจจับของสหประชาชาติยังเจาะเข้าไปไม่ถึงแก่นของมันด้วยซ้ำ!” “ในโลกนี้ ไม่มีระบบใดที่สมบูรณ์แบบ ลูน่า ตราบใดที่มนุษย์เป็นผู้สร้าง หรือต่อให้พระเจ้าเป็นผู้สร้าง มันย่อมมี ‘เงา’ ซ่อนอยู่เสมอ” คริสกล่าว น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนฟังดูน่าเกรงขาม “ระบบผู้กล้าที่คนทั้งโลกบูชา แท้จริงแล้วเป็นเพียงกระดานหมากที่ถูกควบคุมโดยพวกปรสิตเบื้องบน พวกมันแจกจ่ายเควสต์ ควบคุมเลเวล และเลือกฮันเตอร์ที่พวกมันต้องการให้เฉิดฉาย ส่วนคนที่ไม่ยอมก้มหัว... ก็ถูกกำจัด” คริสก้าวเข้าประชิดโต๊ะ ระยะห่างระหว่างเขากับลูน่าเหลือเพียงไม่ถึงสองฟุต “ฉันกำลังจะสร้างกิลด์ขึ้นมา กิลด์ที่จะไม่ขึ้นตรงต่อระบบ ไม่ยอมรับคำสั่งจากสมาคม และจะไม่ก้มหัวให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น เป้าหมายของฉันไม่ใช่แค่การเป็นฮันเตอร์อันดับหนึ่ง... แต่คือการดึงกระดานหมากทั้งหมดมาไว้ในมือฉันเอง” ลูน่าสบตากับคริส เธอเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในดวงตาสีดำคู่นั้น และเธอตระหนักได้ในทันทีว่า ชายคนนี้ไม่ได้พูดเพ้อเจ้อ เขามีทั้งความรู้ ข้อมูล พลัง และที่สำคัญที่สุดคือความเยือกเย็นในการลงมือทำทุกอย่างให้สำเร็จ “แล้วนายต้องการอะไรจากแฮกเกอร์ตกอับอย่างฉัน?” เธอถาม เสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด “ฉันต้องการ ‘มันสมอง’ ที่จะคอยควบคุมระบบเบื้องหลังทั้งหมด” คริสยื่นมือขวาออกไปตรงหน้าเธออย่างสง่างาม “คนที่จะวิเคราะห์ข้อมูล คัดกรองเควสต์ เจาะทะลวงไฟร์วอลล์ของศัตรู และแปลงระบบของหอคอยให้กลายเป็นอาวุธของเรา ฉันจะมอบทรัพยากรที่เธอต้องการอย่างไร้ขีดจำกัด มอบความคุ้มครองที่ไม่มีกิลด์ไหนในโลกแตะต้องเธอได้ และที่สำคัญที่สุด...” คริสเว้นจังหวะ ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างเฉียบคม “...ฉันจะมอบโอกาสให้เธอได้ลบพวกกิลด์เซเลสเชียลและระบบเน่าเฟะนี้ ทิ้งไปจากหน้าประวัติศาสตร์ด้วยมือของเธอเอง” หัวใจของลูน่าเต้นระรัวราวกับเสียงกลองศึก ข้อเสนอของเขาไม่ได้อิงกับศีลธรรม แต่มันตอบสนองความทะเยอทะยานและความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกของเธออย่างสมบูรณ์แบบ ชายคนนี้อันตรายเกินไป... เยือกเย็นเกินไป แต่ในโลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ บางทีคนประเภทนี้เท่านั้นที่จะเอาชนะสัตว์ประหลาดตัวจริงได้ เธอมองมือของคริส ลังเลอยู่เพียงสามวินาที ก่อนจะสูดหายใจลึกและยื่นมือเล็กๆ ที่เปื้อนคราบคาร์บอนออกไปกุมมือเขา “ตกลงค่ะ... คริส” เธอเอ่ยชื่อเขาเป็นครั้งแรก สัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบทว่ามั่นคงจากฝ่ามือของชายหนุ่ม “ตั้งแต่นี้ไป รหัสและระบบของฉัน เป็นของนาย” คริสกระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจ “การตัดสินใจที่ฉลาดมาก ลูน่า ยินดีต้อนรับสู่ก้าวแรกของจักรพรรดิไร้เงา” *วี้ดดดดดดดด—!* ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ลูน่าไม่เคยได้ยินมาก่อนก็หวีดร้องขึ้นทั่วห้องปฏิบัติการ! ไฟโฮโลแกรมทั้งหมดกลายสภาพเป็นสีแดงก่ำดั่งเลือด หน้าจอแสดงผลกลางห้องแตกกระจายออกเป็นละอองแสงดิจิทัล ก่อนจะรวมตัวกันใหม่เป็นสัญลักษณ์ประหลาดที่ไม่ใช่ภาษาของมนุษย์—มันคือ ‘อักขระรูนโบราณ’ ผสมผสานกับแถบรหัสเลขฐานสอง [ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลต้องห้ามระดับ : ทรราชย์ (Tyrant Grade)] [ระบบตัดการเชื่อมต่อโลกภายนอกล้มเหลว : บัญญัติการกวาดล้างมิติถูกเปิดใช้งาน] [เป้าหมาย : ‘ลูน่า’ และ ‘ผู้บุกรุกนิรนาม’] [ผู้คุมกฎแห่งสภาเบื้องบน กำลังเดินทางมาถึงใน... 10... 9...] ลูน่าหน้าถอดสี “เป็นไปไม่ได้! นี่มันไม่ใช่สัญญาณของพวกกิลด์หรือสมาคม... นี่มันรหัสแทรกแซงโดยตรงจาก ‘พระเจ้าของระบบ’! พวกมันรู้ตำแหน่งเราได้ยังไง?!” ท่ามกลางเสียงนับถอยหลังที่บีบคั้นหัวใจและมิติรอบห้องที่เริ่มบิดเบี้ยวปริแตก คริสกลับไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนนิ่ง ดึงถุงมือหนังสีดำขึ้นกระชับอย่างใจเย็น สายตาจับจ้องไปยังรอยแยกมิติที่กำลังฉีกขาดกลางอากาศ “ไม่ต้องตกใจไป ลูน่า” คริสเอ่ยเรียบๆ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ฉันจงใจทิ้งร่องรอยให้พวกมันตามมาเอง... เพราะคืนนี้ ฉันไม่ได้มาแค่รับตัวเธอ แต่ฉันมาเพื่อ ‘เก็บเกี่ยว’ แก่นพลังของผู้คุมกฎตัวแรกต่างหาก” *** ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและร่วมก้าวเดินไปในเงามืดบทนี้ด้วยกันนะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาสงครามระบบผู้กล้า: จักรพรรดิไร้เงา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%