กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมกับความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนกันได้ในอากาศ ทำให้ห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าดูแคบลงไปถนัดตา
รินรดากวาดสายตามองเอกสารงบการเงินบนโต๊ะด้วยความเร็วสูง สมองของเธอลื่นไหลและวิเคราะห์ตัวเลขทุกบรรทัดได้อย่างแม่นยำ สมฐานะเด็กสาวสู้ชีวิตที่ไต่เต้าด้วยมันสมองและสองมือ ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร... โดยเฉพาะกับเจ้านายจอมเผด็จการที่ยืนกอดอกพิงกระจกใสอยู่เบื้องหลัง
"เช็คตัวเลขรอบสุดท้ายหรือยังคะ คุณเลขาฯ หรือว่ามัวแต่เอาเวลาไปคิดเรื่องไร้สาระ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยيยหยันนิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวระหงของรินทร์ลดาที่ก้าวเข้ามาใกล้ ความกดดันจากตัวตนของ CEO สาวผู้ทรงอิทธิพลไม่ได้ทำให้รินรดาสะทกสะท้านเลยสักนิด เธอยังคงนั่งหลังตรง ปิดแฟ้มเอกสารเสียงดังสนั่นแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ
"ถ้าฉันมัวแต่คิดเรื่องไร้สาระเหมือนที่คุณว่า ป่านนี้งบโครงการนี้คงเจ๊งไม่เป็นท่าไปแล้วล่ะค่ะ ท่านประธาน" รินรดาตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก น้ำเสียงฉาดฉานและทันคน ปราดเปรียวเสียจนคนฟังต้องขบกรามแน่นด้วยความหมั่นไส้
รินทร์ลดาแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเฉี่ยวคมจ้องมองเลขาฯ ตัวแสบที่นับวันยิ่งปากเก่งขึ้นเรื่อยๆ ใจจริงอยากจะยื่นมือไปหยิกแก้มใสๆ นั่นสักทีฐานที่กล้าต่อปากต่อคำ แต่ฟอร์มของ CEO ซึนเดเระตัวแม่มีหรือจะยอมลดตัวลงไปก่อน
"ปากดีจริงนะคะ... หวังว่าผลงานจะออกมาดีเท่ากับคำพูดก็แล้วกัน" รินทร์ลดาโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวห่างกันแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นมินต์จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มของรินรดาจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่อีกฝ่ายรุกเข้าใกล้จนระยะห่างเป็นศูนย์แบบนี้ เธอก็แทบจะละลายกลายเป็นน้ำทุกที เคมีระหว่างพวกเธอมันพุ่งพล่านจนน่ากลัว และเธอก็เกือบจะเผลอเคลิ้มตามสัมผัสคุกคามนั้นไปเสียแล้ว หากไม่ใช่เพราะ...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์ในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา รินรดารีบผลקตัวถอยหลังเว้นระยะห่างทันที ขณะที่รินทร์ลดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคู่สวยฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรงที่มีคนกล้ามาขัดจังหวะเวลาสำคัญ
"เข้ามา!" รินทร์ลดาตวาดเสียงแข็ง ปรับสีหน้ากลับมาเป็น CEO ผู้เยือกเย็นและน่าเกรงขามในเสี้ยววินาที
ประตูบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามา แสงไฟจากโถงทางเดินสาดกระทบใบหน้าคมคายและรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์ ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'ภาคิน' นักธุรกิจหนุ่มทายาทเครือโรงแรมดัง และเป็นคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญที่กำลังขับเคี่ยวกับรินทร์ลดาในโปรเจกต์พันล้านนี้
"สวัสดีครับคุณรินทร์ลดา... ผมไม่ได้มารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณใช่ไหมครับ?"
ภาคินส่งยิ้มหวานหยด ทว่าสายตาแพรวพราวกราบกรานมองข้ามไหล่ของ CEO สาวมาหยุดอยู่ที่รินรดาแวบหนึ่งด้วยความสนใจในตัวเลขาสาวหน้าตาจิ้มลิ้มแต่แววตาดุดั่งแมวป่าคนนี้ รินทร์ลดาเห็นท่าทางแบบนั้นก็ยิ่งก้าวเข้ามาขวางบังรินรดาไว้กลายๆ โดยสัญชาตญาณความหวงของที่พุ่งสูงปรี๊ด
"รู้ตัวว่ามารบกวน ก็น่าจะถอยหลังกลับไปตั้งแต่ตอนนี้เลยนะคะ คุณภาคิน" รินทร์ลดาเปิดฉากฟาดทันที น้ำเสียงเยียบเย็นจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา
ภาคินหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น วางเอกสารข้อเสนอโปรเจกต์ฉบับใหม่ลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างจงใจยั่วยu
"ผมคงถอยไม่ได้หรอกครับ เพราะข้อเสนอของผมในครั้งนี้... อาจจะทำให้คุณรินทร์ลดาต้องยอมเปลี่ยนใจมาเป็นพันธมิตร... หรืออาจจะยอมทำอะไรที่สนุกกว่าการนั่งเถียงกับเลขาฯ ส่วนตัวก็ได้นะครับ"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปากทันทีเมื่อเห็นท่าทีคุกคามและคำพูดเชิงดูถูกนัยๆ ของภาคิน เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อกู้หน้าให้เจ้านายจอมซึน แต่ทว่า... รินทร์ลดากลับชิงพูดตัดหน้าขึ้นเสียก่อน
น้ำเสียงของ CEO สาวในตอนนี้ไม่ได้เย็นชาเหมือนเมื่อครู่ แต่มันเต็มไปด้วยความหึงหวงและกรุ่นโกรธที่ระDับความอันตรายพุ่งทะยานถึงขีดสุด ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปยังคู่แข่งหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"คนนอกที่เข้ามาขัดจังหวะคนอื่นอย่างไร้มารยาท... ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะต่อรองอะไรทั้งนั้นค่ะ... และจำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะคะว่า เลขาฯ คนนี้... เป็นของรินทร์ลดาคนเดียวเท่านั้น!"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในทันที
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก•ตอนที่ 13
คนนอกที่เข้ามาขัด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!