แก้วไวน์คริสตัลราคาแพ่งในมือของไฮโซสาวตระกูลดังสั่นไหวเล็กน้อย ตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนเกือบจะควบคุมไม่อยู่ เสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ ในงานปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟของค่ำคืนนี้ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยสักนิด เมื่อสายตาคมกริบของใครบางคนกำลังจับจ้องไปยังมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยงด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า
รินรดาพยายามฉีกยิ้มการค้าเพื่อรับมือกับกลุ่มนักลงทุนปากสว่างที่พยายามล้ำเส้นด้วยคำพูดดูแคลน เธอไม่ใช่เด็กสาวซื่อ บื้อที่จะยอมให้ใครมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีบนคราบน้ำตา เด็กสาวสู้ชีวิตอย่างเธอผ่านความยากลำบากมามากเกินกว่าจะมาแคร์เสียงนกเสียงกา แต่ทว่า... บางครั้งการปะทะด้วยตัวเองก็มีแต่จะทำให้เสื้อผ้าเปื้อนโคลนเปล่าๆ
"ฉันก็แค่สงสัยว่าเด็กฝึกงานจากแผนกบัญชี ไต่เต้าอีท่าไหนถึงได้มีสิทธิ์มายืนหายใจอยู่ในคลังสมบัติของตระกูลอัศววรกุลได้... หรือว่ามีดีแค่ลีลาบนเตียงที่ทำให้คุณรินทร์ลดาเขาหลงจนหัวปักหัวปำ?"
เสียงหัวเราะคิกคักจากไฮโซสาวกลุ่มเดิมดังขึ้น พร้อมกับสายตาดูถูกเหยียดหยามที่มองรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ สมองกำลังประมวลผลเพื่อหาคำพูดเจ็บแสบกลับไปฟาดหน้าพวกหล่อนสักฉาดใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากอิ่มจะขยับโต้ตอบ ร่างสูงระหงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางราวกับพายุทอร์นาโด
กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนอันเป็นเอกลักษณ์ลอยมาแตะจมูก ก่อนที่แรงกดดันมหาศาลจะแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
"ปากว่างมากนักเหรอคะ ถึงได้เอาเวลาชีวิตอันมีค่าของคุณมานั่งวิเคราะห์เรื่องบนเตียงของคนอื่น?"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนกระดูกสันหลังวาบหวิว ดังขึ้นเหนือหัวของกลุ่มไฮโซสาว รินทร์ลดาปรายตามองคู่กรณีด้วยแววตาดุจพญาเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อ รังสีความอัปยศอดสูแผ่ซยายจนคนที่ถูกพาดพิงถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกูรู1-2 ก้าวโดยอัตโนมัติ
"คุณ... คุณรินทร์ลดาคะ คือพวกเราแค่..."
"ฉันไม่ได้อนุญาตให้พวกคุณอ้าปากแก้ตัวค่ะ"
CEO สาวตัดบทฉับพลัน น้ำเสียงเฉียบขาดไร้ความปรานี ดวงตาคู่คมกวาดมองทุกคนในกลุ่มนั้นทีละคนด้วยความเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"จำไว้ให้ขึ้นใจนะคะว่ารินรดาเป็นคนของฉัน ต่อให้เธอจะยืนอยู่ตรงไหนในบริษัทแห่งนี้ เธอก็มีสิทธิ์มากกว่าพวกคุณที่เอาแต่ยืนนินทาชาวบ้านไปวันๆ เพื่อกลบเกลื่อนความไร้ค่าของตัวเอง ถ้าครั้งหน้าฉันยังได้ยินเสียงเห่าหอนอะไรแบบนี้อีก... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากสังคมไฮโซนี้ไปได้เลยค่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีใครกล้าหายใจแรง รินทร์ลดาไม่เพียงแต่ปกป้องรินรดา แต่เธอกำลังประกาศความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจนต่อหน้าธารกำนัล รินรดาลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่ยืนบังเธอไว้อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ภายนอกเจ้าตัวจะทำเป็นปากแข็งและดุร้ายใส่เธอเสมอมา แต่ยามที่เธอเดือดร้อน ผู้หญิงคนนี้กลับกางปีกปกป้องเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
เมื่อเห็นว่าคู่กรณีล่าถอยหนีหายไปในฝูงชนจนหมดแล้ว รินทร์ลดาถึงได้หันขวับกลับมามองตัวปัญหาของเธอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดกลบเกลื่อนความห่วงใย
"ส่วนเธอ... ยืนบื้ออยู่ทำไมคะ ทำไมไม่เถียงกลับไปให้มันรู้แล้วรู้รอด ปล่อยให้คนอื่นมาเหยียบจมูกอยู่ได้ น่ารำคาญสิ้นดี!"
รินรดาแอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทีซึนเดเระที่แก้ไม่หายนั้น เธอก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิด เอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยแววตารั้นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์
"ก็ฉันอยากเก็บแรงไว้เถียงกับเจ้านายมากกว่านี่คะ... อีกอย่าง ฉันก็แค่อยากรู้ว่า CEO คนเก่งจะออกตัวปกป้องฉันด้วยเหตุผลอะไรกันแน่"
รินทร์ลดาชะงักไปนิด ดวงตาไหววับชั่วพริบตาเมื่อถูกรุกไล่ด้วยคำพูดรู้ทัน เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมา
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะรินรดา ฉันแค่รำคาญเสียงเห่าหอนของพวกไร้สาระ ไม่ได้หมายความว่า..."
"ไม่ได้หมายความว่าหวงเหรอคะ?" รินรดาแทรกขึ้นทันควัน ขยับเข้าไปประชิดตัวจนแผ่นหลังของ CEO สาวเกือบจะชิดติดกับระเบียงกระจก กลิ่นไวน์จางๆ ผสมกับกลิ่นกายหอมกรุ่นลอยวนอยู่รอบตัว "แต่ท่าทางเมื่อกี้ของคุณ... มันฟ้องชัดเจนเลยนะคะว่าหวงฉันจนแทบจะกินหัวคนพวกนั้นอยู่แล้ว"
รินทร์ลดาเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัดแม้ในแสงไฟสลัว เธอพยายามจะถอยหนีแต่ทว่าวงแขนเรียวของรินรดากลับยกขึ้นกักตัวเธอไว้กับกระจก ทำได้เพียงส่งสายตาค้อนขวับมาให้อย่างคาดโทษ
"เด็กนี่... ชักจะปากเก่งใหญ่แล้วนะคะ" รินทร์ลดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงอำนาจของความเป็นเจ้านายกลับมา "ถอยไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะหักเงินเดือนเธอข้อหา..."
ประโยคคาดโทษยังไม่ทันได้หลุดออกจากปากจนจบสิ้น แสงไฟในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงกะทันหัน ความมืดมิดโรยตัวปกคลุมทั่วบริเวณชั่วพริบตา เสียงดนตรีหยุดชะงัก ตามด้วยเสียงฮือฮาตกใจของแขกเหรื่อในงาน
ในความมืดที่แนบชิดจนลมหายใจเป่ารดกันและกัน รินรดารู้สึกได้ถึงมืออุ่นจัดที่คว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธอเพื่อดึงเข้าไปหลบชิดลำตัว หัวใจของทั้งคู่เต้นโครمครามแข่งกับความเงียบงัน
ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้เอื้อnเอ่ยคำแซวอะไรออกมา ประตูระเบียงด้านหลังที่ควรจะถูกล็อคสนิท กลับส่งเสียง "คลิก" เบาๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาในความมืด พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง
"เจอตัวแล้ว... คุณรินทร์ลดา"
แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ!
เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก•ตอนที่ 14
ปกป้องหรือหวง
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... ขาเตียงผมคึกคัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!